วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561

5.THE HIEROPHANT


Title: oh my jaemin
Card: 5.THE HIEROPHANT
Tag: #ohmyjm
Author: ไข่เจียวหัวหอม



ทุกคนเคยรู้สึกถูกคุกคามแม้กระทั่งผู้ชายแมนๆอย่างลี เจโน่คนนี้ที่กำลังเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวกับสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า  นา แจมิน ตุ๊ดเด็กหัวโปกม.3 น้องชายไอ้จอนนี่ที่ผลักยังไงก็ไม่ไปสักที

“พี่โน่! แจมมาแล้วววว” ในขณะที่เจโน่กับจอนนี่กำลังเตะบอลอยู่ ร่างอ้อนแอ้นน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของจอนนี่ก็วิ่งเข้ามาในสนามที่มันมีคนเตะบอลกันอยู่โดยไม่สนใจอะไรเลยนอกจากชายหนุ่มผู้ครองบอลกลางสนามคนนั้น

ปั๊ก

เสียงฟุตบอลอัดกระแทกใบหน้าเรียกให้คนในสนามเงียบจนต้องดูว่าคนที่โดนเป็นยังไงบ้าง แต่ดูเหมือนจอนนี่จะทิ้งโกลวิ่งไปดูน้องคนสุดท้องตั้งแต่ลูกบอลยังลอยไม่ถึงใบหน้าแล้ว

“กรี๊ด พี่โน่เตะบอลอัดหน้าแจมทำไม” ใบหน้าขาวที่ตอนนี้มันแดงขึ้นเพราะแรงกระแทกที่ส่งจากเท้าของรุ่นพี่ที่ตัวเองชอบ แจมินเริ่มโวยวายจนคนในสนามเริ่มวิตกกังวลสมองจะได้รับความกระทบกระเทือน

“ก็ใครให้วิ่งเข้ามาตอนเขาเล่นกันวะ” เจโน่ตอบอย่างฉุนๆ เขารู้สึกหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะในการเล่นและพอรู้ว่าใครมามันยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม

พระเจ้า.. เขาก็กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้งแต่ทำไมมันยังตามติดกันไม่หายเลยวะ

“อย่ามาโหดแบบนี้นะพี่โน่!” แจมินแหวขึ้นเมื่ออีกคนชอบทำตัวเถื่อนใส่เขาเสมอ

“ทำไมวะ ไม่ชอบก็หลบไปดิ” เจโน่เท้าเอวยืนเหยียบลูกบอลก่อนจะยักคิ้วใส่อีกคนอย่างไม่แยแส แต่คำตอบของแจมินทำเอาเขาอยากตายตรงนั้นอีกรอบ

“ก็มันกร๊าวใจแจมอ่ะ แถมยังเป็นกลางสนามคนก็เยอะ แจมหวง” คนอ้อนแอ้นที่ตอนนี้แทบจะโดนพี่ชายตัวเองถีบหัวส่งเพราะไม่ห่วงตัวเองที่พึ่งโดนบอลอัดหน้ามาหมาดๆแถมยังมีอารมณ์แอ้วผู้ชายกลางสนาม

“ไอ้แจม มึงไม่อายแต่กูอายนะรีบลุกไปล้างหน้าได้แล้วเปื้อนหมดแล้ว” จอนนี่ฉุดร่างน้องชายตัวเองไปที่อ่างล้างหน้าก่อนจะเปิดน้ำให้อีกคนล้างและแจมินก็ทำตามอย่างว่าง่าย

“จอนนี่ ทำไมพี่โน่ไม่รับรักแจมเลย ฮวือ” เมื่อพากันล้างหน้าล้างตาจอนนี่ก็ขอตัวกลับบ้านเนื่องจากกลัวไอ้ตัวแสบมันจะก่อเรื่องให้เพื่อนของเขาหัวร้อนอีก

“ไอ้โน่มันก็แบบนี้แหละ มันเกลียดตุ๊ดจะตาย” จอนนี่บอกกับเขาแบบนี้เป็นรอบที่ร้อย แต่จอนนี่ก็ไม่เคยห้ามเขาในการเข้าหาเจโน่เลยสักครั้ง มีแต่จะกลับมาปลอบที่บ้าน ถึงจะเป็นแบบนั้นมันก็ไม่แฟร์นี่เขาผิดงั้นหรอที่เป็นตุ๊ด ชิส์ ถ้าฉันโตฉันจะสวยให้ดู

“จอนนี่ถ้าแจมตัดใจจากพี่โน่จะเป็นยังไง” แจมินเอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินผ่านทางเข้าหมู่บ้านตัวเอง เพราะทั้งคู่อาศัยในหมู่บ้านใกล้โรงเรียนเลยเดินไปโรงเรียนต่างจากเจโน่ที่ขี่รถไปเพราะบ้านไกลกว่า

“เป็นไปไม่ได้ มึงพูดแบบนี้กี่รอบแล้วแจม” จอนนี่ถอนหายใจมองใบหน้าน้องชายตัวเองที่ออกจะหวานติดไปทางผู้หญิงมากกว่าเขา มันคงจะดีถ้าแจมินเกิดเป็นผู้หญิง แต่แล้วไงตุ๊ดก็น้องเขายังไงก็รักอยู่ดี

“ถูก! เพราะพี่โน่เกิดมาเพื่อคู่กับแจม” สองพี่น้องเดินคุยกันจนมาถึงบ้านแล้วแยกย้ายกันทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองก่อนจะมาเจอกันอีกทีตอนมีนัดเล่นเกมหรือไม่ก็แจมินมีเรื่องของเจโน่จะถามซึ่งถ้าเขารู้ก็จะตอบน้องชายทุกครั้ง

ทุกครั้งที่จอนนี่สไกป์กับเจโน่ แจมินก็จะเดินผ่านข้างหลังของพี่ชายตัวเองเพื่อออกกล้องบ่อยๆอย่างเช่นตอนนี้ที่เขาพึ่งเดินผ่านไปรอบที่ห้าสิบเก้า

“ไอ้จอนเมื่อไหร่ผีบ้านมึงจะหยุดวนเวียน กูเวียนหัวจะตายแล้ว” เจโน่พูดท้วงเสียงดังจนมันไปกระทบโสตประสาทของคนที่เดินทำให้แจมินรีบวิ่งมาหาเพื่อเอาหน้าเข้ากล้อง

”พี่โน่เห็นแจมแล้วหรอ!!!”

“มึงวนเวียนขนาดนี้ไม่เห็นกูก็ตาบอดแล้วมั้ยแจม” เจโน่ทอดสายตามองเด็กชายหัวเกรียนที่ทาปากสีอมชมพูซึ่งไม่มีความเข้ากันเลยสักนิด ไอ้จอนไม่เตือนน้องบ้างรึไงวะ

“แจมกลับห้องไปทำการบ้านไปกูจะคุยเรื่องบอล” จอนนี่ผลักหัวน้องชายตัวเองออกเบาๆก่อนจะยึดพื้นที่คืนจากแจมินแล้วนั่งคุยกับเพื่อนต่อโดยมีคนหน้างอนั่งมุมห้องมองค้อนมาเป็นระยะๆ

“เออจอนนี่ กูว่าจะลองคบกับเด็กโรงเรียนสตรีข้างๆดูน่ารักชิบหายเลยโว๊ย” เจโน่ที่ไม่เห็นแจมินอยู่ในเฟรมกล้องก็เอ่ยขึ้น เขาคงไม่รู้ว่าแจมินยังไม่ได้ไปไหนยังอยู่ภายในห้องและได้ยินทุกคำพูดของเจโน่มี้พียงจอนนี่ที่ทำท่าลุกลี้ลุกลนจนเจโน่จับสังเกตุได้แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยไปจนกระทั่งแจมินขอตัวกลับห้องของตัวเอง

“ไอ้ห่า มึงโพล่งไม่บอกไม่กล่าวงี้น้องกูก็เสียใจแย่” จอนนี่บ่นไปพลางๆแต่เขารู้ดีต่อให้มันไม่พูดสักวันแจมินก็คงต้องรู้เอาเอง

“กูขอโทษทันมั้ยล่ะโว๊ะ แต่ก็ดีแล้วน้องมึงจะได้เลิกยุ่งกับกูสักที” เจโน่ยืดตัวบิดขี้เกียจก่อนจะมานั่งเท้าคางมองจอนนี่ที่กำลังเร่งทำการบ้านเพื่อเอามาให้เขาลอกในตอนเช้าอยู่

“มึงก็พูดให้เกียรติน้องกูบ้างไอ้สัด” เด็กหนุ่มม.5ทั้งสองคนยังคงบ่นสัพเพเหระไปเรื่อยๆจนจอนนี่ขอตัวไปหาอะไรกินในตู้เย็นแต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าในถังขยะไม่ได้มีแค่เพียงถังขยะแต่มันมีเจ้าพวกเครื่องสำอางของแจมินที่เจ้าตัวหวงอย่างกับอะไรดีนอนแอ้งแม้งอยู่ด้วย เด็กหนุ่มผู้เป็นพี่ชายนิ่งเงียบสักพักแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง

จอนนี่เดินมาเคาะห้องน้องชายตัวเองก่อนจะพบว่าอีกคนนอนจมน้ำตาอยู่กับเจ้าเฉาก๊วยตุ๊กตาหมาดำที่เขาซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้เมื่อสี่ปีที่แล้ว เสียงเปิดประตูของบุคคลมาใหม่ทำให้แจมินต้องละความสนใจหันไปมองเมื่อเห็นว่าเป็นจอนนี่น้ำตามันต่างก็พากันไหลมากกว่าเดิม

“จอนนี่.. มันคือเรื่องจริงใช่มั้ย” นัยน์ตาสวยเคล้าน้ำตาเงยหน้ามองพี่ชายเพียงคนเดียวของตนเขารู้สึกเหมือนทุกอย่างพังแต่ก็ไม่ถึงกับโลกถล่ม

มันแค่รู้สึกแย่ที่อีกคนไม่เคยเห็นเขาในสายตา เหนื่อยที่พยายามยัดเยียดตัวเองเข้าไปในชีวิตใคร

“พี่ไม่อยากพูดแต่มันคือความจริงแจม” มือหนาลูบหัวทุยน้อยๆที่กำลังสั่นไหวเพราะเจ้าตัวกำลังร้องไห้ และมันก็คงถึงเวลาที่เขาควรจะตัดใจจริงๆสักที

ทุกเช้าจอนนี่ต้องรอน้องชายตัวเองแต่งหน้าหนึ่งชั่วโมงและออกเดินทางพวกเขาจะถึงโรงเรียนทันเวลาที่โรงเรียนเข้าพอดีแต่เช้าวันนี้กลับต่างจากเดิม แจมินมารอพี่ชายตนเองที่โต๊ะกินข้าวพร้อมกับใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้ม ทรงผมที่เคยถูกจัดทรงสวยทุกเช้ากลับเอาลงมาเป็นแค่หน้าม้าปกติ สร้างความตกใจให้กับคนในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ที่ตอนนี้เริ่มทำใจในการมีลูกเขยแล้ว

“มองอะไรกันครับ กินสิเดี๋ยวสายนะทั้งพี่ทั้งพ่อเลย” และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือแจมินพูดครับ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่ตุ๊ดหัวโปกพูดแทนตัวเองว่าหนูทุกประโยคจะเอ่ยคำว่าครับ เพราะเจ้าตัวเคยบอกว่ามันกระดากปาก

ทันทีที่มาถึงโรงเรียนแจมินก็ได้สร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมากเพราะตั้งแต่น้องชายตัวเล็กของจอนนี่เริ่มละทางตุ๊ด แจมินก็ดูหล่อขึ้นมาทันที

“แจมิน? อะไรเข้าสิงให้มึงแต่งตัวแบบนี้!” เฉินเล่อเพื่อนสนิทของแจมินดูเหมือนจะตกใจอย่างมากที่เพื่อนสาวกลับตัวกลับใจชั่วข้ามคืน เมื่อคืนมันยังโทรศัพท์มาโอดครวญกับเขาอยู่เลย ผิดกับเหรินจวิ้นที่พอรู้อยู่แล้วว่าต้องมีแบบนี้เข้าสักวัน  แม้กระทั่งจอนนี่เองก็ไม่รู้วาน้องชายตัวเองจะเป็นเช่นนี้

เจโน่ที่เดินเข้าโรงเรียนมาเห็นคนมุงกันเขาด้วยความอยากรู้เลยเดินเข้าไปสมทบเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของเขาอยู่กลางวงกับเด็กชายที่เขามองหน้าไม่ถนัด มือหนากำลังจะโบกตบไหล่เพื่อนกลับต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มคุ้นหูลั่นวาจาออกมาก่อน

“ก่อนหน้านี้กูชอบเจโน่ กูเลยสร้างเอกลักษณ์ให้เขาจำกูได้ แต่ตอนนี้กูไม่ได้ชอบแล้วกูจำเป็นต้องสร้างมันต่อไปทำไม” แจมินที่เห็นใครบางคนกำลังจะเข้ามาเอ่ยตัดหน้าก่อนจะหันมามองเจโน่แล้วเสมองไปทางอื่นอย่างเมินเฉย

“ตัดใจง่ายจัง” เฉินเล่อที่ยังไม่เห็นเจโน่ถามต่อแทนทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ถามใครใครก็รู้ว่าเจโน่น่ะของรักของหวงแจมินจะตาย

“ลองมาเจอแบบกูดิแล้วมึงจะรู้คำตอบ” ว่าจบก็หันหน้ามาเผชิญกับเจโน่ที่ยืนค้างอยู่ข้างหลังจอนนี่ แจมินตบบ่าบอกลาพี่ชายตัวเองที่เหมือนจะกำลังรู้สึกผิดแล้วเดินผ่านใครอีกคนไปโดยไม่เหลียวหันหลังกลับไปมองอย่างที่เคยทำ

55% นิยายทั่วไปมักจะมีคนเข้ามากลางเทอม เรื่องนี้ก็เช่นกัน

“ตกลงมึงคบน้องคนนั้นจริงๆหรอ” จอนนี่กระซิบกระซาบกับเจโน่ที่กำลังลอกการบ้านเขาอย่างเร่งรีบเพราะมันจะส่งในชั่วโมงหน้าอยู่แล้ว

“อืม น้องเจนนี่” ก่อนที่เจโน่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ครูที่ปรึกษาก็เข้ามาในห้องพร้อมใครอีกคนซะก่อน

“วันนี้มีนักเรียนเข้ามาใหม่ ช่วยดูแลดีๆด้วยนะคะ 5/4” สิ้นเสียงครูที่ปรึกษา ทุกคนในห้องก็ละสายตาจากสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำมาสนใจคนที่อยู่หน้าห้อง

“ไอ้มาร์ค” จอนนี่กับเจโน่ตะโกนพร้อมกันอย่างลืมตัว ทำให้พวกเขาได้เพื่อนนั่งเรียนเพิ่มกันอีกคน มาร์คคือเพื่อนสนิทของทั้งคู่สมัยม.ต้นแล้วเจ้าตัวก็ย้ายออกไปช่วงม.สามเทอมแรกแล้วก็พึ่งจะกลับมาในตอนนี้

“พี่มาร์ค!” ในช่วงกลางวันแจมินมักจะมากินกับจอนนี่บ่อยๆเพราะเขาจะได้อยู่ใกล้ๆเจโน่ วันนี้เขาคงจะนั่งโต๊ะอื่นแล้วถ้าไม่เจอมาร์คเพื่อนสนิทพี่ชายและเป็นคนเดียวที่แจมินรู้สึกสนิทที่สุดในบรรดาเพื่อนของจอนนี่ เจ้าคนตัวเล็กวิ่งมากระโดดกอดเพื่อนพี่ชายอย่างสนิทสนมท่ามกลางสายตาอิจฉาของใครหลายๆคน

“โตเป็นสาวแล้วแจมยังจะกระโดดกอดพี่อีกหรอ” มาร์คที่รับตัวแจมินไว้ทันเอ็ดเบาๆทำให้เจ้าตัวแสบหงอยลงไปสร้างความเอ็นดูให้แก่ผู้พบเห็น

“อะไร โตเป็นหนุ่มแล้วเถอะ” แจมินโวยวายแต่ดูเหมือนการกระทำที่แสนน่าเอ็นดุนั้นจะดูน่ารำคาญสำหรับใครบางคน

“งั้นแจมไปซื้อของกินก่อนนะ แจมมีเรื่องจะคุยกับพี่มาร์คตั้งเยอะ” แจมินวางกระเป๋าก่อนจะวิ่งไปต่อแถวกับเฉินเล่อและเหรินจวิ้นที่ต่อแถวอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

“เออกูว่าจะถามนานละลืมตลอด พอจะถามกูก็ย้ายไปที่อื่น ทำไมแจมเรียกมึงว่าจอนนี่เฉยๆวะ” มาร์คเปิดประเด็นทันทีที่อยู่กันตามลำพัง เขาอึดอัดใจมานานที่คนมารยาทดีอย่างแจมไม่เรียกจอนนี่ว่าพี่ทั้งๆที่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ

“แจมมันพูดว่าจอนนี่ได้ก่อนคำว่าแม่อีก มันเลยติดปากมาแต่เด็กๆ” เป็นเจโน่เองที่ตอบ จอนนี่ที่กำลังเคี้ยวข้าวในปากค้างติงที่เพื่อนสนิทเขารู้เรื่องดีทั้งๆที่มันทำเหมือนน่ารำคาญอยู่ตลอดเวลา

“ทำไมมึงรู้ดีวะ” << จอนนี่

“ก็มึงกรอกหูกูอยู่ทุกวัน แล้วนี่มึงย้ายกลับมาเพื่อมาถามหรอวะ” คนหน้านิ่งประจำโต๊ะเช่นเจโน่หันมาถามมาร์คที่นั่งมองแจมินอย่างไม่คลาดสายตา

“ก็ส่วนนึง”

“อีกส่วนอ่ะ” จอนนี่ถามหลังจากที่บทตัวเองถูกแย่งไปก่อนหน้านี้

“ก็จีบแจม” มาร์คเอ่ยยิ้มๆแต่คนอื่นภายในโต๊ะไม่ยิ้มตามสักคน จอนนี่อาจจะเพราะหวงน้องชายตัวเอง ส่วนเจโน่ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“ตลกแดกอ่ะมาร์ค มึงจะจีบน้องกู มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้มึงจีบน้องกูง่ายๆหรอ” จอนนี่พูดเสียงหยันเขาไม่ได้อยากจะกันเพื่อน แต่เขากลัวน้องชายสุดที่รักจะเสียใจเพราะเพื่อนเขาอีก

“กูไม่ใช่ไอ้โน่หรอกนะที่จะทำน้องมึงเสียใจ” << มาร์ค

“กวนตีนละมาร์คอย่าพาดพิงกู” <<เจโน่

“ก็ไม่ใช่มึงรึไงที่ทำน้องเสียใจถามใครในโรงเรียนเขาก็รู้”

“ก็กูไม่ชอบ!”

“อย่าให้เห็นว่ามาแย่งกูละกัน”

“พวกมึงควรจะหยุด น้องเดินมานู่นแล้ว” จอนนี่พยักเพยิดหน้าไปทางแจมินกับเพื่อนที่กำลังเดินมาทางนี้

“พี่มาร์ค!!”แจมินวางจานข้าวแล้วหันมาคุยกับมาร์คจนเกือบลืมไปว่าเขาเคยคลั่งไคล้ใครอีกคนบนโต๊ะที่ตอนนี้กำลังนั่งกินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์

เช้าวันต่อมาทุกอย่างเริ่มเข้าสาสถานการณ์ปกติทุกคนเริ่มชินกับการเป็นตัวเองของแจมินมากขึ้น และดูเหมือนว่าแจมินเองจะมีแฟนคลับเป็นของตัวเองแล้วด้วย

“แจมิน” เจโน่ที่ยืนดักแจมินตอนกลางวันระหว่างเดินลงมาดินข้าวทักขึ้น

“ครับพี่?” เจ้าตัวแสบหันไปมองอย่างงงๆไม่มีแล้วสายตาที่คลั่งไคล้เขา ไม่มีแล้วตุ๊ดหัวโปกที่ชอบวิ่งตามเขา ตรงหน้าเขาในตอนนี้มีเพียงแค่เด็กผู้ชายคนนึงที่ไม่มีใจให้เขาแล้ว

“แม่กูอยากได้มึงเป็นลูกสะใภ้”

“ห้ะ” เสียงของทั้งสามดังขึ้นไม่ใช่แค่แจมินที่ตกใจ แต่เป็นเฉินเล่อกับเหรินจวิ้นด้วย วกเขากำลังสงสัยว่าเจโน่เกิดบ้าอะไรขึ้นมา

“อะไรของพี่ ผมไม่เข้าใจ”แจมินที่ตั้งสติได้คนแรกถามรุ่นพี่อย่างสงสัย เขาตามพี่คนนี้มาเป็นชาติไม่ยักจะชอบ แต่พอกลับมาเป็นคนธรรมดาชอบซะงั้น

“กูจะไม่พูดซ้ำแต่กูจะฟ้องจอนนี่ว่าเมื่อคืนพวกมึงไม่ได้อยู่บ้านเฉินเล่อแต่เป็น..” เจโน่ละไว้ในฐานที่เข้าใจทำให้สีหน้าของทั้งสามคนซีดเผือดไปตามๆกัน

“เหอะ นี่คือวิธีขอเป็นแฟนพี่หรอ เห่ยเป็นบ้า” ใช่ มันเห่ยที่สุด แจมินคิดว่าเขาตอนเป็นตุ๊ดยังคิดได้ดีกว่านี้อีก

“แล้วจะเป็นมั้ย”

“ถ้าไม่อ่ะ”

“รูปนี้ถึงพี่มึง” มือหนาคว้าโทรศัพท์มาเปิดรูปที่เมื่อคืนเขาแอบหนีเที่ยวมายืนยันว่าเจโน่ไม่ได้ล้อเล่น

“ก็ได้ พวกมึงไปกินข้าวก่อนเดี๋ยวกูตามไป” ประโยคหลังเสียงนุ่มหันไปบอกเพื่อน ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาเคยรักมากที่สุด

“ผมมีข้อแม้” มือบางหยิบสมุดเล่มเล็กๆที่เขาเคยเขียนพล็อตนิยายเอาไว้และเขาก็เคยร่างกฏการอยู่ร่วมกันของพระเอกกับนางเอก ไม่คิดว่าจะได้ใช้มันจริงๆ

“นั่นอะไร”

สมุดกฎไง มาต่อข้อหนึ่งพี่ห้ามเข้าใกล้ผมเกินความจำเป็น”

“กลัวหวั่นไหวรึไง” คิ้วหนายักใส่คนร่างบางกว่าที่กำลังร่ายกฎ

“หึ ข้อสองห้ามให้ใครรู้ว่าเราคบกัน”

“กลัวใครรู้อ่ะ” << เจโน่

“ข้อสาม เราจะคบกันแค่ปีนึง”

“ถ้าแจมรักพี่เกินปีได้ป่ะ” เจโน่ยังคงยียวนกวนประสาทแจมินไม่หยุด

“ถ้าทำให้ผมกลับไปรักได้อ่ะนะ”

“โอเค พี่รู้แล้วว่าเราจะมีกฎพี่ก็มีกฎเหมือนกัน” รุ่นพี่ตัวสูงหยิบสมุดเล่มเล็กๆเหมือนกับของแจมินออกมา

“ข้อหนึ่งห้ามให้ใครเข้ามาใกล้นอกจากเพื่อนโดยเฉพาะผู้ชายและไอ้มาร์ค ข้อสองต้องเรียกพี่โน่และแทนตัวเองว่าแจมห้ามใช้คำว่าผม ข้อสามจะตามมาเมื่อคิดออก” แจมินยักไหล่เมื่อเจโน่พูดจบแต่ก็ต้องชะงักเพราะเจโน่ยังพูดไม่จบ

“หากฝ่าฝืนกฎโดนจูบ” กลายเป็นแจมินเองที่ได้แต่กำมือเข่นเขี้ยวสาปแช่งเจโน่ที่เดินออกไปกินข้าวอย่างสบายใจ

กลางวันนี้ก็เป็นเช่นเมื่อวานแตมินยังคงนั่งร่วมโต๊ะกับพี่ชายตัวเองที่มีทั้งมาร์คและแฟนกำมะลออย่างเจโน่นั่งสังเกตุการณ์อยู่ห่างๆ

“แจมเย็นนี้ว่างป่าวจะชวนไปดูหนัง” มาร์คเอ่ยถามก่อนที่จะแยกกันไปเรียน

“ว่างพี่”

“งั้นไปดูหนังเรื่องที่แจมชอบดีมั้ย” รุ่นพี่คนชวนยังคงเอ่ยปากชวนล่อลวงเด็กน้อยต่อไปแต่มีเพียงเจโน่ละมั้งที่ดูกระสับกระส่ายแปลกๆ

“ไป!!! แจมไปปปป” แจมินตอบอย่างร่าเริง นานทีเขาจะได้ไปดูหนังกับคนอื่นนอกจากจอนนี่ รายนั้นอ่ะสปอยล์ตลอดเรื่อง

“กูไปด้วยดิ ชอบเหมือนกัน” ทุกคนตรงนั้นไม่เข้าใจการกระทำเจโน่ในวันนี้เขาดูติดเจ้าเด็กแจมินเป็นพิเศษ

อะไรของเขาวะ

“แจมินกูบอกแล้วใช่ป่ะว่าอย่าใกล้ผู้ชายโดยเฉพาะไอ้มาร์ค” ก่อนหน้านี้พวกเขาสามมาถึงโรงหนังตามที่นัดกันไว้มีเพียงเจโน่ที่มาสายและได้เห็นว่ามาร์คกำลังวอแวและตัวแฟนเขาเองก็ดูจะชอบใจเขาเลยต้องลากเจ้าตัวแสบเข้าห้องน้ำเพื่อสั่งสอน

“แจมลืม” เด็กแสบตรงหน้าเขาหาได้กลัวไม่ ยักไหล่ใส่เขาอย่างไม่ยี่หระก่อนเจโน่จะตะโบมเข้าจูบอย่างดุดันแล้วค่อยๆชิมริมฝีปากหวานช้าๆจนเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดเขาทุบตีเพื่อบอกว่าจะหมดลมหายใจเขาจึงปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ แล้วเดินหนีออกมาทิ้งแจมินให้ยืนอึ้งอยู่ในห้องน้ำที่เดิม

ชีวิตประจำวันของแจมินเริ่มเปลี่ยนหลังจากมีเจโน่เข้ามาในชีวิตทุกครั้งที่แจมินทำผิดกฎเขามักจะโดนอีกฝ่ายลากไปจูบจนปกเจ่ออยู่เสมอ

“แจมเราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรอ” เจโน่ถามในตอนที่พวกเขากำลังนั่งเล่นในห้องของแจมิน เจโน่เข้าห้องแจมินด้วยเหตุผลที่ว่าอยากดูแลแฟนในวันหยุด

พวกเขาเริ่มทำตัวเหมือนแฟนกันจริงๆขึ้นทุกวัน เหลือเพียงแค่กฎที่คั่นพวกเขาสองคนไว้

“ก็ต่อเมื่อผมรักพี่” แจมินตอบอย่างเฉยชา ทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงเรื่องนี้แจมินมักจะปัดเสมอ เจโนเกลียดที่ตัวเองเป็นคนปากไม่ตรงกับใจ เขาอาจจะได้คบกับแจมินนานแล้วถ้าวันนั้นเขาไม่ลองดีกับหัวใจแจมิน เขาแค่อยากรู้ว่าถ้าเกิดเขามีใครแจมินจะเป็นยังไง และผลที่ได้มันเกินคาดกว่าที่เขาคิด พอรู้ว่าแจมินเปลี่ยนไปเขาก็เลิกกับเจนนี่ทันที

“งั้นเรามาจูบกันอีกครั้ง ถ้าแจมจูบตอบพี่จะถือว่าเรารักพี่” พูดจบเจโน่ก็จัดการประกบปากทันทีแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแจมินตอบสนองเขาเป็นอย่างดีทั้งสองผละกันอย่างอ้อยอิ่งและเจโน่ก็คงรู้คำตอบแล้ว

“ฉีกสัญญาทิ้งเลย”

—————————————————

KEYWORD ของ ไพ่ยิปซี ใบนี้จึงคือ

''ข้อตกลง แนวคิด ความเชื่อที่วางร่วมกันในความสัมพันธ์...''


Talktalk
เรื่องนี้พล็อตเปลี่ยนไปสามร้อยตลบค่ะ เกิดแอคซิเดนนิดหน่อยทำให้ไข่ได้พล็อตเขียนแน่นอนคือวันที่30ที่ผ่านมา ที่ตั้งใจไว้คือเกือบห้าพันคำค่ะ เวลาน้อยด้วยรายละเอียดเลยมีไม่มากค่ะขออภัยตรงนี้ด้วย ปั่นจนมือแหกไปข้างนึงกันเลยค่ะ ดีใจที่ได้ร่วมโปรเจ็กร่วมกับไรท์คนอื่นค่ะแงงงง ;-; ตามอ่านทุกเรื่องเลยย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น