Title: oh my jaemin
Card: 5.THE HIEROPHANT
Tag: #ohmyjm
Author: ไข่เจียวหัวหอม
ทุกคนเคยรู้สึกถูกคุกคามแม้กระทั่งผู้ชายแมนๆอย่างลี
เจโน่คนนี้ที่กำลังเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวกับสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า นา แจมิน ตุ๊ดเด็กหัวโปกม.3
น้องชายไอ้จอนนี่ที่ผลักยังไงก็ไม่ไปสักที
“พี่โน่! แจมมาแล้วววว” ในขณะที่เจโน่กับจอนนี่กำลังเตะบอลอยู่
ร่างอ้อนแอ้นน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของจอนนี่ก็วิ่งเข้ามาในสนามที่มันมีคนเตะบอลกันอยู่โดยไม่สนใจอะไรเลยนอกจากชายหนุ่มผู้ครองบอลกลางสนามคนนั้น
ปั๊ก
เสียงฟุตบอลอัดกระแทกใบหน้าเรียกให้คนในสนามเงียบจนต้องดูว่าคนที่โดนเป็นยังไงบ้าง
แต่ดูเหมือนจอนนี่จะทิ้งโกลวิ่งไปดูน้องคนสุดท้องตั้งแต่ลูกบอลยังลอยไม่ถึงใบหน้าแล้ว
“กรี๊ด พี่โน่เตะบอลอัดหน้าแจมทำไม”
ใบหน้าขาวที่ตอนนี้มันแดงขึ้นเพราะแรงกระแทกที่ส่งจากเท้าของรุ่นพี่ที่ตัวเองชอบ
แจมินเริ่มโวยวายจนคนในสนามเริ่มวิตกกังวลสมองจะได้รับความกระทบกระเทือน
“ก็ใครให้วิ่งเข้ามาตอนเขาเล่นกันวะ”
เจโน่ตอบอย่างฉุนๆ เขารู้สึกหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะในการเล่นและพอรู้ว่าใครมามันยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม
พระเจ้า.. เขาก็กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้งแต่ทำไมมันยังตามติดกันไม่หายเลยวะ
“อย่ามาโหดแบบนี้นะพี่โน่!” แจมินแหวขึ้นเมื่ออีกคนชอบทำตัวเถื่อนใส่เขาเสมอ
“ทำไมวะ ไม่ชอบก็หลบไปดิ” เจโน่เท้าเอวยืนเหยียบลูกบอลก่อนจะยักคิ้วใส่อีกคนอย่างไม่แยแส
แต่คำตอบของแจมินทำเอาเขาอยากตายตรงนั้นอีกรอบ
“ก็มันกร๊าวใจแจมอ่ะ
แถมยังเป็นกลางสนามคนก็เยอะ แจมหวง” คนอ้อนแอ้นที่ตอนนี้แทบจะโดนพี่ชายตัวเองถีบหัวส่งเพราะไม่ห่วงตัวเองที่พึ่งโดนบอลอัดหน้ามาหมาดๆแถมยังมีอารมณ์แอ้วผู้ชายกลางสนาม
“ไอ้แจม
มึงไม่อายแต่กูอายนะรีบลุกไปล้างหน้าได้แล้วเปื้อนหมดแล้ว”
จอนนี่ฉุดร่างน้องชายตัวเองไปที่อ่างล้างหน้าก่อนจะเปิดน้ำให้อีกคนล้างและแจมินก็ทำตามอย่างว่าง่าย
“จอนนี่ ทำไมพี่โน่ไม่รับรักแจมเลย
ฮวือ” เมื่อพากันล้างหน้าล้างตาจอนนี่ก็ขอตัวกลับบ้านเนื่องจากกลัวไอ้ตัวแสบมันจะก่อเรื่องให้เพื่อนของเขาหัวร้อนอีก
“ไอ้โน่มันก็แบบนี้แหละ
มันเกลียดตุ๊ดจะตาย” จอนนี่บอกกับเขาแบบนี้เป็นรอบที่ร้อย แต่จอนนี่ก็ไม่เคยห้ามเขาในการเข้าหาเจโน่เลยสักครั้ง
มีแต่จะกลับมาปลอบที่บ้าน ถึงจะเป็นแบบนั้นมันก็ไม่แฟร์นี่เขาผิดงั้นหรอที่เป็นตุ๊ด
ชิส์ ถ้าฉันโตฉันจะสวยให้ดู
“จอนนี่ถ้าแจมตัดใจจากพี่โน่จะเป็นยังไง”
แจมินเอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินผ่านทางเข้าหมู่บ้านตัวเอง
เพราะทั้งคู่อาศัยในหมู่บ้านใกล้โรงเรียนเลยเดินไปโรงเรียนต่างจากเจโน่ที่ขี่รถไปเพราะบ้านไกลกว่า
“เป็นไปไม่ได้
มึงพูดแบบนี้กี่รอบแล้วแจม” จอนนี่ถอนหายใจมองใบหน้าน้องชายตัวเองที่ออกจะหวานติดไปทางผู้หญิงมากกว่าเขา
มันคงจะดีถ้าแจมินเกิดเป็นผู้หญิง แต่แล้วไงตุ๊ดก็น้องเขายังไงก็รักอยู่ดี
“ถูก!
เพราะพี่โน่เกิดมาเพื่อคู่กับแจม” สองพี่น้องเดินคุยกันจนมาถึงบ้านแล้วแยกย้ายกันทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองก่อนจะมาเจอกันอีกทีตอนมีนัดเล่นเกมหรือไม่ก็แจมินมีเรื่องของเจโน่จะถามซึ่งถ้าเขารู้ก็จะตอบน้องชายทุกครั้ง
ทุกครั้งที่จอนนี่สไกป์กับเจโน่
แจมินก็จะเดินผ่านข้างหลังของพี่ชายตัวเองเพื่อออกกล้องบ่อยๆอย่างเช่นตอนนี้ที่เขาพึ่งเดินผ่านไปรอบที่ห้าสิบเก้า
“ไอ้จอนเมื่อไหร่ผีบ้านมึงจะหยุดวนเวียน
กูเวียนหัวจะตายแล้ว” เจโน่พูดท้วงเสียงดังจนมันไปกระทบโสตประสาทของคนที่เดินทำให้แจมินรีบวิ่งมาหาเพื่อเอาหน้าเข้ากล้อง
”พี่โน่เห็นแจมแล้วหรอ!!!”
“มึงวนเวียนขนาดนี้ไม่เห็นกูก็ตาบอดแล้วมั้ยแจม”
เจโน่ทอดสายตามองเด็กชายหัวเกรียนที่ทาปากสีอมชมพูซึ่งไม่มีความเข้ากันเลยสักนิด
ไอ้จอนไม่เตือนน้องบ้างรึไงวะ
“แจมกลับห้องไปทำการบ้านไปกูจะคุยเรื่องบอล”
จอนนี่ผลักหัวน้องชายตัวเองออกเบาๆก่อนจะยึดพื้นที่คืนจากแจมินแล้วนั่งคุยกับเพื่อนต่อโดยมีคนหน้างอนั่งมุมห้องมองค้อนมาเป็นระยะๆ
“เออจอนนี่
กูว่าจะลองคบกับเด็กโรงเรียนสตรีข้างๆดูน่ารักชิบหายเลยโว๊ย” เจโน่ที่ไม่เห็นแจมินอยู่ในเฟรมกล้องก็เอ่ยขึ้น
เขาคงไม่รู้ว่าแจมินยังไม่ได้ไปไหนยังอยู่ภายในห้องและได้ยินทุกคำพูดของเจโน่มี้พียงจอนนี่ที่ทำท่าลุกลี้ลุกลนจนเจโน่จับสังเกตุได้แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยไปจนกระทั่งแจมินขอตัวกลับห้องของตัวเอง
“ไอ้ห่า
มึงโพล่งไม่บอกไม่กล่าวงี้น้องกูก็เสียใจแย่” จอนนี่บ่นไปพลางๆแต่เขารู้ดีต่อให้มันไม่พูดสักวันแจมินก็คงต้องรู้เอาเอง
“กูขอโทษทันมั้ยล่ะโว๊ะ แต่ก็ดีแล้วน้องมึงจะได้เลิกยุ่งกับกูสักที”
เจโน่ยืดตัวบิดขี้เกียจก่อนจะมานั่งเท้าคางมองจอนนี่ที่กำลังเร่งทำการบ้านเพื่อเอามาให้เขาลอกในตอนเช้าอยู่
“มึงก็พูดให้เกียรติน้องกูบ้างไอ้สัด”
เด็กหนุ่มม.5ทั้งสองคนยังคงบ่นสัพเพเหระไปเรื่อยๆจนจอนนี่ขอตัวไปหาอะไรกินในตู้เย็นแต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าในถังขยะไม่ได้มีแค่เพียงถังขยะแต่มันมีเจ้าพวกเครื่องสำอางของแจมินที่เจ้าตัวหวงอย่างกับอะไรดีนอนแอ้งแม้งอยู่ด้วย
เด็กหนุ่มผู้เป็นพี่ชายนิ่งเงียบสักพักแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง
จอนนี่เดินมาเคาะห้องน้องชายตัวเองก่อนจะพบว่าอีกคนนอนจมน้ำตาอยู่กับเจ้าเฉาก๊วยตุ๊กตาหมาดำที่เขาซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้เมื่อสี่ปีที่แล้ว
เสียงเปิดประตูของบุคคลมาใหม่ทำให้แจมินต้องละความสนใจหันไปมองเมื่อเห็นว่าเป็นจอนนี่น้ำตามันต่างก็พากันไหลมากกว่าเดิม
“จอนนี่.. มันคือเรื่องจริงใช่มั้ย”
นัยน์ตาสวยเคล้าน้ำตาเงยหน้ามองพี่ชายเพียงคนเดียวของตนเขารู้สึกเหมือนทุกอย่างพังแต่ก็ไม่ถึงกับโลกถล่ม
มันแค่รู้สึกแย่ที่อีกคนไม่เคยเห็นเขาในสายตา
เหนื่อยที่พยายามยัดเยียดตัวเองเข้าไปในชีวิตใคร
“พี่ไม่อยากพูดแต่มันคือความจริงแจม”
มือหนาลูบหัวทุยน้อยๆที่กำลังสั่นไหวเพราะเจ้าตัวกำลังร้องไห้
และมันก็คงถึงเวลาที่เขาควรจะตัดใจจริงๆสักที
ทุกเช้าจอนนี่ต้องรอน้องชายตัวเองแต่งหน้าหนึ่งชั่วโมงและออกเดินทางพวกเขาจะถึงโรงเรียนทันเวลาที่โรงเรียนเข้าพอดีแต่เช้าวันนี้กลับต่างจากเดิม
แจมินมารอพี่ชายตนเองที่โต๊ะกินข้าวพร้อมกับใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้ม
ทรงผมที่เคยถูกจัดทรงสวยทุกเช้ากลับเอาลงมาเป็นแค่หน้าม้าปกติ
สร้างความตกใจให้กับคนในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ที่ตอนนี้เริ่มทำใจในการมีลูกเขยแล้ว
“มองอะไรกันครับ
กินสิเดี๋ยวสายนะทั้งพี่ทั้งพ่อเลย” และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือแจมินพูดครับ
ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่ตุ๊ดหัวโปกพูดแทนตัวเองว่าหนูทุกประโยคจะเอ่ยคำว่าครับ
เพราะเจ้าตัวเคยบอกว่ามันกระดากปาก
ทันทีที่มาถึงโรงเรียนแจมินก็ได้สร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมากเพราะตั้งแต่น้องชายตัวเล็กของจอนนี่เริ่มละทางตุ๊ด
แจมินก็ดูหล่อขึ้นมาทันที
“แจมิน?
อะไรเข้าสิงให้มึงแต่งตัวแบบนี้!”
เฉินเล่อเพื่อนสนิทของแจมินดูเหมือนจะตกใจอย่างมากที่เพื่อนสาวกลับตัวกลับใจชั่วข้ามคืน
เมื่อคืนมันยังโทรศัพท์มาโอดครวญกับเขาอยู่เลย
ผิดกับเหรินจวิ้นที่พอรู้อยู่แล้วว่าต้องมีแบบนี้เข้าสักวัน แม้กระทั่งจอนนี่เองก็ไม่รู้วาน้องชายตัวเองจะเป็นเช่นนี้
เจโน่ที่เดินเข้าโรงเรียนมาเห็นคนมุงกันเขาด้วยความอยากรู้เลยเดินเข้าไปสมทบเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของเขาอยู่กลางวงกับเด็กชายที่เขามองหน้าไม่ถนัด
มือหนากำลังจะโบกตบไหล่เพื่อนกลับต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มคุ้นหูลั่นวาจาออกมาก่อน
“ก่อนหน้านี้กูชอบเจโน่
กูเลยสร้างเอกลักษณ์ให้เขาจำกูได้
แต่ตอนนี้กูไม่ได้ชอบแล้วกูจำเป็นต้องสร้างมันต่อไปทำไม”
แจมินที่เห็นใครบางคนกำลังจะเข้ามาเอ่ยตัดหน้าก่อนจะหันมามองเจโน่แล้วเสมองไปทางอื่นอย่างเมินเฉย
“ตัดใจง่ายจัง”
เฉินเล่อที่ยังไม่เห็นเจโน่ถามต่อแทนทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น
ถามใครใครก็รู้ว่าเจโน่น่ะของรักของหวงแจมินจะตาย
“ลองมาเจอแบบกูดิแล้วมึงจะรู้คำตอบ”
ว่าจบก็หันหน้ามาเผชิญกับเจโน่ที่ยืนค้างอยู่ข้างหลังจอนนี่
แจมินตบบ่าบอกลาพี่ชายตัวเองที่เหมือนจะกำลังรู้สึกผิดแล้วเดินผ่านใครอีกคนไปโดยไม่เหลียวหันหลังกลับไปมองอย่างที่เคยทำ
55%
นิยายทั่วไปมักจะมีคนเข้ามากลางเทอม เรื่องนี้ก็เช่นกัน
“ตกลงมึงคบน้องคนนั้นจริงๆหรอ”
จอนนี่กระซิบกระซาบกับเจโน่ที่กำลังลอกการบ้านเขาอย่างเร่งรีบเพราะมันจะส่งในชั่วโมงหน้าอยู่แล้ว
“อืม น้องเจนนี่”
ก่อนที่เจโน่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ครูที่ปรึกษาก็เข้ามาในห้องพร้อมใครอีกคนซะก่อน
“วันนี้มีนักเรียนเข้ามาใหม่
ช่วยดูแลดีๆด้วยนะคะ 5/4” สิ้นเสียงครูที่ปรึกษา
ทุกคนในห้องก็ละสายตาจากสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำมาสนใจคนที่อยู่หน้าห้อง
“ไอ้มาร์ค”
จอนนี่กับเจโน่ตะโกนพร้อมกันอย่างลืมตัว
ทำให้พวกเขาได้เพื่อนนั่งเรียนเพิ่มกันอีกคน
มาร์คคือเพื่อนสนิทของทั้งคู่สมัยม.ต้นแล้วเจ้าตัวก็ย้ายออกไปช่วงม.สามเทอมแรกแล้วก็พึ่งจะกลับมาในตอนนี้
“พี่มาร์ค!” ในช่วงกลางวันแจมินมักจะมากินกับจอนนี่บ่อยๆเพราะเขาจะได้อยู่ใกล้ๆเจโน่
วันนี้เขาคงจะนั่งโต๊ะอื่นแล้วถ้าไม่เจอมาร์คเพื่อนสนิทพี่ชายและเป็นคนเดียวที่แจมินรู้สึกสนิทที่สุดในบรรดาเพื่อนของจอนนี่
เจ้าคนตัวเล็กวิ่งมากระโดดกอดเพื่อนพี่ชายอย่างสนิทสนมท่ามกลางสายตาอิจฉาของใครหลายๆคน
“โตเป็นสาวแล้วแจมยังจะกระโดดกอดพี่อีกหรอ”
มาร์คที่รับตัวแจมินไว้ทันเอ็ดเบาๆทำให้เจ้าตัวแสบหงอยลงไปสร้างความเอ็นดูให้แก่ผู้พบเห็น
“อะไร โตเป็นหนุ่มแล้วเถอะ”
แจมินโวยวายแต่ดูเหมือนการกระทำที่แสนน่าเอ็นดุนั้นจะดูน่ารำคาญสำหรับใครบางคน
“งั้นแจมไปซื้อของกินก่อนนะ
แจมมีเรื่องจะคุยกับพี่มาร์คตั้งเยอะ”
แจมินวางกระเป๋าก่อนจะวิ่งไปต่อแถวกับเฉินเล่อและเหรินจวิ้นที่ต่อแถวอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“เออกูว่าจะถามนานละลืมตลอด
พอจะถามกูก็ย้ายไปที่อื่น ทำไมแจมเรียกมึงว่าจอนนี่เฉยๆวะ” มาร์คเปิดประเด็นทันทีที่อยู่กันตามลำพัง
เขาอึดอัดใจมานานที่คนมารยาทดีอย่างแจมไม่เรียกจอนนี่ว่าพี่ทั้งๆที่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ
“แจมมันพูดว่าจอนนี่ได้ก่อนคำว่าแม่อีก
มันเลยติดปากมาแต่เด็กๆ” เป็นเจโน่เองที่ตอบ
จอนนี่ที่กำลังเคี้ยวข้าวในปากค้างติงที่เพื่อนสนิทเขารู้เรื่องดีทั้งๆที่มันทำเหมือนน่ารำคาญอยู่ตลอดเวลา
“ทำไมมึงรู้ดีวะ” << จอนนี่
“ก็มึงกรอกหูกูอยู่ทุกวัน
แล้วนี่มึงย้ายกลับมาเพื่อมาถามหรอวะ”
คนหน้านิ่งประจำโต๊ะเช่นเจโน่หันมาถามมาร์คที่นั่งมองแจมินอย่างไม่คลาดสายตา
“ก็ส่วนนึง”
“อีกส่วนอ่ะ”
จอนนี่ถามหลังจากที่บทตัวเองถูกแย่งไปก่อนหน้านี้
“ก็จีบแจม”
มาร์คเอ่ยยิ้มๆแต่คนอื่นภายในโต๊ะไม่ยิ้มตามสักคน
จอนนี่อาจจะเพราะหวงน้องชายตัวเอง ส่วนเจโน่ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
“ตลกแดกอ่ะมาร์ค มึงจะจีบน้องกู
มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้มึงจีบน้องกูง่ายๆหรอ” จอนนี่พูดเสียงหยันเขาไม่ได้อยากจะกันเพื่อน
แต่เขากลัวน้องชายสุดที่รักจะเสียใจเพราะเพื่อนเขาอีก
“กูไม่ใช่ไอ้โน่หรอกนะที่จะทำน้องมึงเสียใจ”
<< มาร์ค
“กวนตีนละมาร์คอย่าพาดพิงกู”
<<เจโน่
“ก็ไม่ใช่มึงรึไงที่ทำน้องเสียใจถามใครในโรงเรียนเขาก็รู้”
“ก็กูไม่ชอบ!”
“อย่าให้เห็นว่ามาแย่งกูละกัน”
“พวกมึงควรจะหยุด
น้องเดินมานู่นแล้ว” จอนนี่พยักเพยิดหน้าไปทางแจมินกับเพื่อนที่กำลังเดินมาทางนี้
“พี่มาร์ค!!”แจมินวางจานข้าวแล้วหันมาคุยกับมาร์คจนเกือบลืมไปว่าเขาเคยคลั่งไคล้ใครอีกคนบนโต๊ะที่ตอนนี้กำลังนั่งกินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์
เช้าวันต่อมาทุกอย่างเริ่มเข้าสาสถานการณ์ปกติทุกคนเริ่มชินกับการเป็นตัวเองของแจมินมากขึ้น
และดูเหมือนว่าแจมินเองจะมีแฟนคลับเป็นของตัวเองแล้วด้วย
“แจมิน”
เจโน่ที่ยืนดักแจมินตอนกลางวันระหว่างเดินลงมาดินข้าวทักขึ้น
“ครับพี่?” เจ้าตัวแสบหันไปมองอย่างงงๆไม่มีแล้วสายตาที่คลั่งไคล้เขา
ไม่มีแล้วตุ๊ดหัวโปกที่ชอบวิ่งตามเขา
ตรงหน้าเขาในตอนนี้มีเพียงแค่เด็กผู้ชายคนนึงที่ไม่มีใจให้เขาแล้ว
“แม่กูอยากได้มึงเป็นลูกสะใภ้”
“ห้ะ”
เสียงของทั้งสามดังขึ้นไม่ใช่แค่แจมินที่ตกใจ แต่เป็นเฉินเล่อกับเหรินจวิ้นด้วย
วกเขากำลังสงสัยว่าเจโน่เกิดบ้าอะไรขึ้นมา
“อะไรของพี่
ผมไม่เข้าใจ”แจมินที่ตั้งสติได้คนแรกถามรุ่นพี่อย่างสงสัย
เขาตามพี่คนนี้มาเป็นชาติไม่ยักจะชอบ แต่พอกลับมาเป็นคนธรรมดาชอบซะงั้น
“กูจะไม่พูดซ้ำแต่กูจะฟ้องจอนนี่ว่าเมื่อคืนพวกมึงไม่ได้อยู่บ้านเฉินเล่อแต่เป็น..”
เจโน่ละไว้ในฐานที่เข้าใจทำให้สีหน้าของทั้งสามคนซีดเผือดไปตามๆกัน
“เหอะ นี่คือวิธีขอเป็นแฟนพี่หรอ
เห่ยเป็นบ้า” ใช่ มันเห่ยที่สุด แจมินคิดว่าเขาตอนเป็นตุ๊ดยังคิดได้ดีกว่านี้อีก
“แล้วจะเป็นมั้ย”
“ถ้าไม่อ่ะ”
“รูปนี้ถึงพี่มึง”
มือหนาคว้าโทรศัพท์มาเปิดรูปที่เมื่อคืนเขาแอบหนีเที่ยวมายืนยันว่าเจโน่ไม่ได้ล้อเล่น
“ก็ได้
พวกมึงไปกินข้าวก่อนเดี๋ยวกูตามไป” ประโยคหลังเสียงนุ่มหันไปบอกเพื่อน
ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาเคยรักมากที่สุด
“ผมมีข้อแม้” มือบางหยิบสมุดเล่มเล็กๆที่เขาเคยเขียนพล็อตนิยายเอาไว้และเขาก็เคยร่างกฏการอยู่ร่วมกันของพระเอกกับนางเอก
ไม่คิดว่าจะได้ใช้มันจริงๆ
“นั่นอะไร”
“สมุดกฎไง
มาต่อข้อหนึ่งพี่ห้ามเข้าใกล้ผมเกินความจำเป็น”
“กลัวหวั่นไหวรึไง”
คิ้วหนายักใส่คนร่างบางกว่าที่กำลังร่ายกฎ
“หึ ข้อสองห้ามให้ใครรู้ว่าเราคบกัน”
“กลัวใครรู้อ่ะ” << เจโน่
“ข้อสาม เราจะคบกันแค่ปีนึง”
“ถ้าแจมรักพี่เกินปีได้ป่ะ”
เจโน่ยังคงยียวนกวนประสาทแจมินไม่หยุด
“ถ้าทำให้ผมกลับไปรักได้อ่ะนะ”
“โอเค
พี่รู้แล้วว่าเราจะมีกฎพี่ก็มีกฎเหมือนกัน” รุ่นพี่ตัวสูงหยิบสมุดเล่มเล็กๆเหมือนกับของแจมินออกมา
“ข้อหนึ่งห้ามให้ใครเข้ามาใกล้นอกจากเพื่อนโดยเฉพาะผู้ชายและไอ้มาร์ค
ข้อสองต้องเรียกพี่โน่และแทนตัวเองว่าแจมห้ามใช้คำว่าผม ข้อสามจะตามมาเมื่อคิดออก”
แจมินยักไหล่เมื่อเจโน่พูดจบแต่ก็ต้องชะงักเพราะเจโน่ยังพูดไม่จบ
“หากฝ่าฝืนกฎโดนจูบ”
กลายเป็นแจมินเองที่ได้แต่กำมือเข่นเขี้ยวสาปแช่งเจโน่ที่เดินออกไปกินข้าวอย่างสบายใจ
กลางวันนี้ก็เป็นเช่นเมื่อวานแตมินยังคงนั่งร่วมโต๊ะกับพี่ชายตัวเองที่มีทั้งมาร์คและแฟนกำมะลออย่างเจโน่นั่งสังเกตุการณ์อยู่ห่างๆ
“แจมเย็นนี้ว่างป่าวจะชวนไปดูหนัง”
มาร์คเอ่ยถามก่อนที่จะแยกกันไปเรียน
“ว่างพี่”
“งั้นไปดูหนังเรื่องที่แจมชอบดีมั้ย”
รุ่นพี่คนชวนยังคงเอ่ยปากชวนล่อลวงเด็กน้อยต่อไปแต่มีเพียงเจโน่ละมั้งที่ดูกระสับกระส่ายแปลกๆ
“ไป!!! แจมไปปปป”
แจมินตอบอย่างร่าเริง นานทีเขาจะได้ไปดูหนังกับคนอื่นนอกจากจอนนี่
รายนั้นอ่ะสปอยล์ตลอดเรื่อง
“กูไปด้วยดิ ชอบเหมือนกัน”
ทุกคนตรงนั้นไม่เข้าใจการกระทำเจโน่ในวันนี้เขาดูติดเจ้าเด็กแจมินเป็นพิเศษ
อะไรของเขาวะ
“แจมินกูบอกแล้วใช่ป่ะว่าอย่าใกล้ผู้ชายโดยเฉพาะไอ้มาร์ค”
ก่อนหน้านี้พวกเขาสามมาถึงโรงหนังตามที่นัดกันไว้มีเพียงเจโน่ที่มาสายและได้เห็นว่ามาร์คกำลังวอแวและตัวแฟนเขาเองก็ดูจะชอบใจเขาเลยต้องลากเจ้าตัวแสบเข้าห้องน้ำเพื่อสั่งสอน
“แจมลืม”
เด็กแสบตรงหน้าเขาหาได้กลัวไม่
ยักไหล่ใส่เขาอย่างไม่ยี่หระก่อนเจโน่จะตะโบมเข้าจูบอย่างดุดันแล้วค่อยๆชิมริมฝีปากหวานช้าๆจนเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดเขาทุบตีเพื่อบอกว่าจะหมดลมหายใจเขาจึงปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ
แล้วเดินหนีออกมาทิ้งแจมินให้ยืนอึ้งอยู่ในห้องน้ำที่เดิม
ชีวิตประจำวันของแจมินเริ่มเปลี่ยนหลังจากมีเจโน่เข้ามาในชีวิตทุกครั้งที่แจมินทำผิดกฎเขามักจะโดนอีกฝ่ายลากไปจูบจนปกเจ่ออยู่เสมอ
“แจมเราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรอ”
เจโน่ถามในตอนที่พวกเขากำลังนั่งเล่นในห้องของแจมิน
เจโน่เข้าห้องแจมินด้วยเหตุผลที่ว่าอยากดูแลแฟนในวันหยุด
พวกเขาเริ่มทำตัวเหมือนแฟนกันจริงๆขึ้นทุกวัน
เหลือเพียงแค่กฎที่คั่นพวกเขาสองคนไว้
“ก็ต่อเมื่อผมรักพี่”
แจมินตอบอย่างเฉยชา ทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงเรื่องนี้แจมินมักจะปัดเสมอ
เจโนเกลียดที่ตัวเองเป็นคนปากไม่ตรงกับใจ
เขาอาจจะได้คบกับแจมินนานแล้วถ้าวันนั้นเขาไม่ลองดีกับหัวใจแจมิน เขาแค่อยากรู้ว่าถ้าเกิดเขามีใครแจมินจะเป็นยังไง
และผลที่ได้มันเกินคาดกว่าที่เขาคิด
พอรู้ว่าแจมินเปลี่ยนไปเขาก็เลิกกับเจนนี่ทันที
“งั้นเรามาจูบกันอีกครั้ง
ถ้าแจมจูบตอบพี่จะถือว่าเรารักพี่” พูดจบเจโน่ก็จัดการประกบปากทันทีแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแจมินตอบสนองเขาเป็นอย่างดีทั้งสองผละกันอย่างอ้อยอิ่งและเจโน่ก็คงรู้คำตอบแล้ว
“ฉีกสัญญาทิ้งเลย”
—————————————————
KEYWORD ของ ไพ่ยิปซี ใบนี้จึงคือ
''ข้อตกลง แนวคิด ความเชื่อที่วางร่วมกันในความสัมพันธ์...''
Talktalk
เรื่องนี้พล็อตเปลี่ยนไปสามร้อยตลบค่ะ
เกิดแอคซิเดนนิดหน่อยทำให้ไข่ได้พล็อตเขียนแน่นอนคือวันที่30ที่ผ่านมา
ที่ตั้งใจไว้คือเกือบห้าพันคำค่ะ เวลาน้อยด้วยรายละเอียดเลยมีไม่มากค่ะขออภัยตรงนี้ด้วย
ปั่นจนมือแหกไปข้างนึงกันเลยค่ะ ดีใจที่ได้ร่วมโปรเจ็กร่วมกับไรท์คนอื่นค่ะแงงงง
;-; ตามอ่านทุกเรื่องเลยย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น