Title: Fruit Flavor (special)
Card: 4.THE EMPEROR
Tag: #flavornomin
Author: Primrose Yellow
“ความมั่นคง ความนิ่ง ความเป็นพ่อ
ความพร้อมจะดูแลและปกป้องคนที่ตนรัก...การควบคุมและความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ...”
ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจจะดูดวงจากรุ่นพี่ที่ทำงานเท่าไหร่นักหรอก
แต่เผอิญว่าถูกมัดมือชกจึงเลี่ยงไม่ได้ นาแจมิน
ได้รับไพ่หนึ่งใบมีชื่อว่า THE EMPEROR เป็นไพ่ลำดับที่ 4 ของสำรับหลัก ซึ่งไพ่ใบนี้บ่งบอกถึงความรักที่ดี
มั่นคง แต่ความรักความสัมพันธ์ก็อาจจะดูนิ่ง ๆ ซักหน่อย อาจไม่หวาน ไม่โรแมนติกนัก
แต่ก็จริงจังและชัดเจน เขาครุ่นคิดว่ามันอาจไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเขาแต่มันยังหมายถึงคนรักของเขาอย่าง
ลีเจโน่ อีกด้วย
เพราะรายนั้นก็ไม่ได้บอกรักหรือพูดจาหวานเลี่ยนบ่อยเท่าไหร่แต่เน้นแสดงออกให้เห็นมากกว่าว่ารักขนาดไหน
เขาหันกลับไปสนใจงานตรงหน้าดังเดิมและขะมักเขม้นทำมันให้เสร็จจนถึงเวลาเลิกงาน
แจมินเก็บกระเป๋าก่อนจะก้าวขาออกไปยังนอกตึก
สายฝนเม็ดเล็กโปรยปรายลงมาโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน
เขารีบวิ่งไปให้ถึงป้ายรถเมล์ภายในเวลาอันรวดเร็วและทันเที่ยวเย็นของรถสายดังกล่าวพอดิบพอดี
กว่าจะถึงบ้านก็ใช้เวลานานกว่าวันอื่น ๆ
เพราะสภาพอากาศในตอนนี้ก็ต้องตามมาด้วยวลีฮิตอย่าง ฝนตกรถติด
เขาแบกร่างที่มีหยาดฝนเกาะไปทั่วร่างกายมาถึงหน้าประตูห้อง
จังหวะที่เปิดเข้าไปนั้นเขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาพร้อมกับทำตาแป๋ว “เจโน่นี่หมาใครเนี่ย”
ชายหนุ่มร่างหนาที่สวมแว่นสายตาเดินมาย่อตัวลงก่อนจะหิ้วเจ้าตัวเล็กมาประคองกอดไว้ “ลูกของพวกเราไง” ลูกสุนัขสายพันธ์ทอยพุดเดิ้ลสีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือจ้องหน้าเขาไม่วางตาราวกับสงสัยว่าเขาคือใคร
“ชื่ออะไรเราน่ะ”
แจมินแตะปลายจมูกเล็กอย่างอ่อนโยน
“ชื่อซอลทังครับ!”
เจโน่ทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อตอบ
“เราทำงานทั้งคู่มันจะไม่เป็นไรเหรอเจโน่” เขาถามพลางลูบศีรษะ “ยังตัวเล็กอยู่ด้วย”
“แถวนี้มีคลินิกรับฝากเลี้ยง เราไปฝากไว้ช่วงที่ทำงานก็ได้
พอเลิกงานก็ไปรับลูก”
“แล้วคิดยังไงถึงเลี้ยงไว้”
“เรามีลูกด้วยกันไม่ได้ ก็เลยอยากหาอะไรมาทดแทนส่วนนี้
ไม่รู้มันมากไปไหมเพราะไม่ได้ถามเธอก่อนแต่ถ้าเธอไม่โอเค
เราเอาไปให้ที่บ้านเลี้ยงก็ได้”
แจมินคลี่ยิ้มก่อนจะกดจมูกลงไปที่แก้มตอบของอีกฝ่าย “จะเอาไปรบกวนแม่เจโน่ทำไม แม่ซอลทังก็อยู่ตรงนี้แล้วเดี๋ยวจะเลี้ยงเอง” ว่าจบก็อุ้มเจ้าตัวเล็กเข้ามากอดไว้ “แล้วต้องให้กินอาหารยังไง น้องต้องกินนมไหม
แล้วที่นอนล่ะหรือให้นอนกับพวกเราเลย แล้วตัวแค่นี้เองจะโตไหมเนี่ย”
เขาตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กจนคนพามาอย่างเจโน่ยิ้มขำไปกับภาพตรงหน้า
“ควรตอบอะไรก่อนดี”
“ตอบให้หมดนั่นแหละ”
“ซื้ออาหารสำหรับลูกสุนัขมาแล้ว น้องแค่ 6
เดือนเลยต้องกินอาหารเม็ดเล็ก ๆ ให้วันละ 2 มื้อ แล้วก็ต้องคอยเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ
มีกระบะทรายสำหรับให้อึกับฉี่อยู่ตรงระเบียง จับอาบน้ำได้แต่แรก ๆ คงเอาไปอาบที่ร้านก่อน
มีเบาะให้น้องนอนเพราะถ้าเอามานอนไม่ได้ทำอะไรกันพอดี”
“แล้วน้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“ผู้ชายครับ”
แจมินไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะเขาเอาแต่จ้องซอลทังตัวน้อยพลางใช้ปลายจมูกมนถูไปมากับปลายจมูกของลูกชายคนใหม่
เดินไปทิ้งตัวที่โซฟาก่อนจะเอ่ยปากพูดกับสุนัขตัวสีน้ำตาลอย่างน่าเอ็นดู “ซอลทังกินอะไรหรือยังครับ
หิวไหมเนี่ยไหนฟังท้องหน่อยซิ”
ว่าแล้วก็เอาหูไปแนบกับพุงป่อง ๆ “งือ
ท้องไม่ร้องแสดงว่าอิ่มแล้วโนะ งืม ๆ แต่แม่ยังไม่ได้กินข้าวเลย หิ๊วหิว
ซอลทังจะกินกับแม่อีกไหมครับ กะพริบตาปริบ ๆ โต้ตอบกันไปมา”
“บ๊อก!”
แจมินผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจ
“ฮ่า ๆ ตกใจหมดเลย เสียงเป็นแบบนี้นี่เอง”
ซอลทังหายใจออกทางปากโดยที่มีลิ้นเล็กยื่นออกมา “ฮือ”
“อะไร”
เจโน่เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง
“น้องน่ารักมากเลยเจโน่ คืนนี้เอามานอนด้วยได้ไหม”
“ตกใจหมดนึกว่ามีอะไร”
“ได้ไหม”
“ไม่ได้ครับ น้องตัวเล็กมากกลัวจะไปนอนทับเอา”
“แต่ว่า....”
“เธอครับ อย่าดื้อ”
แจมินทำปากยู่ “ชิ! ซอลทังเห็นไหมว่าพ่อเราน่ะใจร้ายแค่ไหน”
“ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว หิวไม่ใช่หรือไง”
“ก็ได้ อะอุ้มลูกไปก่อนนะเดี๋ยวแม่อกมา คิ ๆ” แจมินยื่นเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยให้เจโน่อุ้มก่อนจะย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ
เมื่อสองพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันตามลำพังอีกครั้งก็เกิดคำถามใหม่ขึ้นมาว่า “คิดผิดหรือคิดถูกกันแน่นะที่รับแกมาเลี้ยงน่ะเจ้าซอลทัง”
“บ๊อก”
“ดูท่าจะมาแยกความรักกันแล้วมั้งแบบนี้” หากมันตอบได้ก็คงอยากตอบแต่ติดที่มันไม่สามารถสื่อสารให้เป็นภาษาเดียวกับเจโน่ได้นี่สิ “เอาล่ะซอลทัง เป็นลูกชายของพ่อต้องเชื่อฟังพ่อ
ถ้าใครมายุ่งกับแม่ต้องเห่าไล่เลยนะ
เชื่อฟังแค่พ่อคนเดียวเพราะพ่อรักแม่มากเลยไม่อยากให้ใครมาจีบ”
“บ๊อก!”
“ดีมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้จะซื้อของเล่นมาให้”
แจมินใช้เวลานานไม่นานนักสำหรับการอาบน้ำเพราะเขาอยากออกมาเล่นกับเจ้าพุดเดิ้ลทอยเต็มทนแล้ว
แต่แทนที่จะได้เล่นเลยกลับถูกหยุดเอาไว้โดยมือหนาคู่ที่คุ้นเคย
เจโน่ลากให้คนรักมากินข้าวเย็นที่โต๊ะแต่แล้วการต่อรองและเจรจาก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
“ขอกินหน้าทีวี”
“ทำไม”
“จะได้เล่นกับซอลทังด้วย”
“ดื้อจริง”
“นะเจโน่”
แขนยาวเกี่ยวรอบคอของคนรักเอาไว้ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ “นะครับ”
กลีบปากบางสัมผัสเข้าที่แก้มตอบจากนั้นก็ค่อย ๆ เลื่อนมันลงมาที่ซอกคอ
กดย้ำรอยจูบจนมันขึ้นสีช้ำ
มือเล็กซุกซนสอดเข้าไปใต้เสื้อเพื่อลูบไล้หน้าท้องแกร่งก่อนจะทอดสายที่ตาหวานหยดมองอีกฝ่ายอย่างยั่วยวน
“ตามใจครับ” เจโน่น็อคเอาท์
มื้อเย็นที่แสนยาวนานเพราะนอกจากแจมินที่กินช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วดันมีตัวยุ่งที่วิ่งไปวิ่งมา
กระโดดขึ้นกระโดดลงบนตักแจมิน แถมยังกลิ้งไปมาทำตัวอ้อนอย่างรู้งานอีกทำเอาสาวกที่ชอบของน่ารักอย่างแจมินถึงกับครางฮือในลำคออยู่บ่อยครั้ง
“เจโน่ทำไมน้องน่ารักแบบนี้”
“ก็งั้น ๆ น่ารักสู้เธอไม่ได้”
“แหวะ เห็นว่าสนใจซอลทังมากกว่าตัวเองเลยจะอ้อนบ้างหรือไง”
“แล้วให้อ้อนไหมล่ะครับ”
ร่างหนาขยับตัวเข้ามาใกล้พลางใช้ปลายจมูกคลอเคลียที่แก้มนิ่ม “ทำงานหนักจนไม่ยอมกินข้าวอีกแล้วเหรอแก้มหายหมดแล้ว”
“ไม่ชอบเหรอ หุ่นนายแบบน่ะ”
“ชอบแจมิน”
“โว้ย เอะอะหยอดตลอด”
“รีบกินเร็วไอ้ลูกแมวจะได้เก็บแล้วจะปล่อยให้เล่นกับไอ้ลูกหมาต่อ”
“ลูกหมาก็คือลูกเจโน่นะ พ่อก็หมา”
“แม่เป็นแมว”
“แหงก ๆ”
“ฮ่า ๆ น่ารักจังโว้ย”
เจโน่สวมกอดแจมินไว้หลวม ๆ พลางเขี่ยขนของซอลทังเล่น
“วันนี้มีพี่ทีทำงานบอกว่าจะดูดวงให้ด้วยแหละ”
“อาฮะ”
“แล้วเค้าก็ให้เปิดไพ่ใบนึง ความหมายมันพูดทำนองว่าเป็นพ่อ
การดูแลและพร้อมปกป้องคนที่รักไรทำนองนี้ เรื่องความรักคือมั่นคง
ไม่หวานไม่โรแมนติกแต่จริงจังและชัดเจน เหมือนเธอเลยนะ”
“บังเอิญจังเนาะ ได้เป็นพ่อกับแม่วันนี้ซะด้วย”
“อื้อ”
“พรุ่งนี้วันหยุดพาซอลทังไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกัน
ลูกจะได้รู้ว่าที่ ๆ พ่อแม่เดตกันน่ะคือที่ไหน”
“อื้ม”
...
อากาศยามเช้ายังคงหลงเหลือร่องรอยของไอความเย็นอยู่ทำให้พวกเขาต้องสวมเสื้อผ้าที่ไม่สามารถโชว์เนื้อหนังได้มากนัก
ชุดวอร์มแบรนด์ดังสีเดียวกันแบบเดียวกันพร้อมกับรองเท้ารุ่นเดียวกันถูกจัดแจงโดยแจมิน “ต้องใส่”
“จ้ะ” มันไม่ได้เหนือบากกว่าแรงของเจโน่เขาจึงใส่
มันก็ดูน่ารักไปอีกแบบที่แม้ว่าจะแต่งตัวเหมือนกันแล้วพวกเขาดูคล้ายฝาแฝดกันมากกว่าคนรักเสียอีก
เจโน่ถือโอกาสนี้วิ่งออกกำลังกายไปในตัวและปล่อยให้แจมินเล่นกับเจ้าซอลทังตรงม้านั่งอย่างอารมณ์ดีตามลำพัง
ระหว่างที่นั่งเล่นกันอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีชายแปลกหน้าที่มาพร้อมกับลูกสุนัขพันธุ์เดียวกันกับซอลทังทิ้งตัวลงนั่งข้าง
ๆ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตร
“สวัสดีครับ”
“ครับ”
รอยยิ้มแบบฉบับแจมินถูกส่งไปให้
“นั่งด้วยไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ”
“ก็นั่งมาแล้วนี่ครับ ฮ่า ๆ นั่งได้ครับตามสบายเลยผมไม่ใช่เจ้าของ”
“สุนัขคุณน่ารักดีนะครับ กี่เดือนแล้ว”
“6 ครับ ของคุณก็น่าจะพันธุ์เดียวกับของผม ลูกชายผมชื่อซอลทังนะครับ”
“พอ ๆ กันเลยครับ ของผมเป็นลูกสาวชื่อว่าลูซี่”
“อ่า... ซอลทังไปเล่นกับลูซี่ไหมครับ”
แจมินบีบเสียงให้เล็กลงเพื่อคุยกับลูกชายสุดที่รักซึ่งมันคือเรื่องปกติ
เพราะเมื่อเขาคุยกับเจ้าไรอันที่เป็นตุ๊กตาก็มักใช้น้ำเสียงนี้เช่นกัน
“คุณน่ารักจังเลยนะครับ คุยกับน้องได้น่ารักมาก”
“โอ้ ขอบคุณครับ”
“ผมอินจุนนะครับ”
“แจมินครับ”
พวกเขาพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยคซอลทังก็เริ่มออกอากาศหูตั้งพร้อมกับมีเสียงขู่ออกมาเล็กน้อย “ซอลทังไม่เอาไม่ขู่สิครับ”
“บ๊อก!”
“ซอลทัง”
“ดูเหมือนว่าลูกชายของคุณจะไม่ชอบผมเท่าไหร่”
“แกคงไม่คุ้นกลิ่นน่ะครับ”
“บ๊อก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
เจโน่จำเสียงของซอลทังได้จึงรีบวิ่งกลับมาเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรเข้าแต่เมื่อวิ่งมาถึงเขาก็เห็นแจมินนั่งคุยกับผู้ชายคนหนึ่งพร้อมกับดุลูกไปด้วย
ร่างหนาหอบแฮ่กเดินเข้าไป
เมื่อซอลทังเห็นว่าพ่อตัวเองได้รับสัญญาณแล้วก็วิ่งเป็นวงกลมบนม้านั่งอย่างกระตือรือร้น
“เห่าใหญ่เลยนะ”
“เธอ ลูกเห่าไม่หยุดเลยอะ”
“สงสัยเจอคนแปลกหน้ามั้ง”
“ตอนเจอเราครั้งแรกยังไม่เห็นเห่าเลย เมื่อกี้แวะไปกินต็อกกันยังไม่เห็นเห่าคุณป้าเลยนะ
เมื่อกี้เดินผ่านคนตั้งเยอะยังเรียบร้อยอยู่เลย”
“อ้อเหรอ”
เจโน่พร้อมกับจ้องชายคนดังกล่าว “ขอโทษแทนซอลทังด้วยนะครับ
สงสัยหวงแม่ ไปกันเถอะ”
“อื้อ ขอตัวนะครับ”
แจมินกล่าวลาพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กให้ลงจากม้านั่งแล้วปล่อยให้วิ่งเองโดยที่มีสายจูงเป็นตัวช่วยไม่ให้ซอลทังวิ่งไปไกล “ไปสอนอะไรกันไม่ทราบถึงได้เห่าแบบนั้น”
“รู้ได้ไงว่าสอนลูก”
“เจโน่”
“ก็หวง สั่งไว้ว่าถ้าใครมาจีบให้เห่าไล่”
“ไร้สาระเกินไปละนะ”
“ยิ่งโตยิ่งเสน่ห์แรง ไม่ได้ ๆ ต้องหวง”
“โวะ”
“ว่าแต่นาแจมินคนขี้อ้อนคนนั้นหายไปไหนซะละ เฮ้อ”
“ไม่หาย” แจมินคล้องแขนเจโน่ก่อนจะเอนศีรษะซบลงกับลาดไหล่ “อยู่ตรงนี้แหละ แต่ยิ่งดตก็ไม่อยากทำตัวงี่เง่าให้เจโน่ต้องลำบากใจ
พยายามเป็นแฟนที่ดีของเธออยู่นะ”
“เธอครับ ไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรเลย
ต่อให้เธองี่เง่าแค่ไหนเราก็พร้อมเข้าใจเสมอ รักเพราะเธอเป็นเธอ
ไม่ได้รักเพราะอยากให้เธอเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้นงี่เง่าได้เต็มที่
งอแงเหมือนที่เคย แค่อย่าหายไปจากชีวิตก็พอ”
“ตามใจบ่อยจนเสียนิสัยแล้วนะ”
“ไม่หรอกครับ เธอไม่เคยเสียนิสัยเพราะเราตามใจ”
“บ๊อก!”
เหมือนว่าพวกเขาจะหวานกันจนลืมเจ้าตัวเล็กไปแล้ว
มันจึงเรียกร้องหาสิทธิ์ของมันคืนบ้าง “บ๊อก
ๆ”
“รู้แล้ว ๆ”
แจมินอุ้มซอลทังขึ้นมากอดพลางซบเจโน่ตามเดิม
วันหยุดมันก็จบลงที่แวะซุปเปอร์เพื่อซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเอง
ตกบ่ายก็หาอะไรทำเรียกเหงื่อกันนิดหน่อยก่อนจะกลับพร้อมกันในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น
ตื่นมาอีกครั้งก็ค่ำมากแล้ว ออกไปกินเนื้อย่าง จิบโซจูแล้วก็กลับมาที่ห้อง
นั่งเล่นกับซอลทังต่อเล็กน้อยแล้วค่อยเล่นกันเองสองคน มันก็แค่นี้ ไม่หวือหวา
ไม่ฉาบฉวย ไม่ตื่นเต้น แต่มั่นคงและชัดเจนเสมอแบบที่เคยเป็นมา
end
#flavornomin
หวังว่าจะชอบกันนะคะ
สำหรับใครไม่เคยอ่านเรื่องนี้ค้นได้ในเด็กดีเลยนะคะ
แล้วพบกันใหม่โอกาสค่ะ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น