วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561

4. THE EMPEROR

           



Title: Fruit Flavor (special)
Card: 4.THE EMPEROR
Tag: #flavornomin
Author: Primrose Yellow


ความมั่นคง ความนิ่ง ความเป็นพ่อ ความพร้อมจะดูแลและปกป้องคนที่ตนรัก...การควบคุมและความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ...

ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจจะดูดวงจากรุ่นพี่ที่ทำงานเท่าไหร่นักหรอก แต่เผอิญว่าถูกมัดมือชกจึงเลี่ยงไม่ได้ นาแจมิน ได้รับไพ่หนึ่งใบมีชื่อว่า THE EMPEROR เป็นไพ่ลำดับที่ 4 ของสำรับหลัก ซึ่งไพ่ใบนี้บ่งบอกถึงความรักที่ดี มั่นคง แต่ความรักความสัมพันธ์ก็อาจจะดูนิ่ง ๆ ซักหน่อย อาจไม่หวาน ไม่โรแมนติกนัก แต่ก็จริงจังและชัดเจน เขาครุ่นคิดว่ามันอาจไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเขาแต่มันยังหมายถึงคนรักของเขาอย่าง ลีเจโน่ อีกด้วย เพราะรายนั้นก็ไม่ได้บอกรักหรือพูดจาหวานเลี่ยนบ่อยเท่าไหร่แต่เน้นแสดงออกให้เห็นมากกว่าว่ารักขนาดไหน

เขาหันกลับไปสนใจงานตรงหน้าดังเดิมและขะมักเขม้นทำมันให้เสร็จจนถึงเวลาเลิกงาน แจมินเก็บกระเป๋าก่อนจะก้าวขาออกไปยังนอกตึก สายฝนเม็ดเล็กโปรยปรายลงมาโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน เขารีบวิ่งไปให้ถึงป้ายรถเมล์ภายในเวลาอันรวดเร็วและทันเที่ยวเย็นของรถสายดังกล่าวพอดิบพอดี

กว่าจะถึงบ้านก็ใช้เวลานานกว่าวันอื่น ๆ เพราะสภาพอากาศในตอนนี้ก็ต้องตามมาด้วยวลีฮิตอย่าง ฝนตกรถติด เขาแบกร่างที่มีหยาดฝนเกาะไปทั่วร่างกายมาถึงหน้าประตูห้อง จังหวะที่เปิดเข้าไปนั้นเขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาพร้อมกับทำตาแป๋ว  “เจโน่นี่หมาใครเนี่ย”

ชายหนุ่มร่างหนาที่สวมแว่นสายตาเดินมาย่อตัวลงก่อนจะหิ้วเจ้าตัวเล็กมาประคองกอดไว้  “ลูกของพวกเราไง”  ลูกสุนัขสายพันธ์ทอยพุดเดิ้ลสีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือจ้องหน้าเขาไม่วางตาราวกับสงสัยว่าเขาคือใคร

“ชื่ออะไรเราน่ะ”  แจมินแตะปลายจมูกเล็กอย่างอ่อนโยน

“ชื่อซอลทังครับ!”  เจโน่ทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อตอบ

“เราทำงานทั้งคู่มันจะไม่เป็นไรเหรอเจโน่”  เขาถามพลางลูบศีรษะ  “ยังตัวเล็กอยู่ด้วย”

“แถวนี้มีคลินิกรับฝากเลี้ยง เราไปฝากไว้ช่วงที่ทำงานก็ได้ พอเลิกงานก็ไปรับลูก”

“แล้วคิดยังไงถึงเลี้ยงไว้”

“เรามีลูกด้วยกันไม่ได้ ก็เลยอยากหาอะไรมาทดแทนส่วนนี้ ไม่รู้มันมากไปไหมเพราะไม่ได้ถามเธอก่อนแต่ถ้าเธอไม่โอเค เราเอาไปให้ที่บ้านเลี้ยงก็ได้”

แจมินคลี่ยิ้มก่อนจะกดจมูกลงไปที่แก้มตอบของอีกฝ่าย  “จะเอาไปรบกวนแม่เจโน่ทำไม แม่ซอลทังก็อยู่ตรงนี้แล้วเดี๋ยวจะเลี้ยงเอง”  ว่าจบก็อุ้มเจ้าตัวเล็กเข้ามากอดไว้  “แล้วต้องให้กินอาหารยังไง น้องต้องกินนมไหม แล้วที่นอนล่ะหรือให้นอนกับพวกเราเลย แล้วตัวแค่นี้เองจะโตไหมเนี่ย”  เขาตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กจนคนพามาอย่างเจโน่ยิ้มขำไปกับภาพตรงหน้า

“ควรตอบอะไรก่อนดี”

“ตอบให้หมดนั่นแหละ”

“ซื้ออาหารสำหรับลูกสุนัขมาแล้ว น้องแค่ 6 เดือนเลยต้องกินอาหารเม็ดเล็ก ๆ ให้วันละ 2 มื้อ แล้วก็ต้องคอยเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ มีกระบะทรายสำหรับให้อึกับฉี่อยู่ตรงระเบียง จับอาบน้ำได้แต่แรก ๆ คงเอาไปอาบที่ร้านก่อน มีเบาะให้น้องนอนเพราะถ้าเอามานอนไม่ได้ทำอะไรกันพอดี”

“แล้วน้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผู้ชายครับ”

แจมินไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะเขาเอาแต่จ้องซอลทังตัวน้อยพลางใช้ปลายจมูกมนถูไปมากับปลายจมูกของลูกชายคนใหม่ เดินไปทิ้งตัวที่โซฟาก่อนจะเอ่ยปากพูดกับสุนัขตัวสีน้ำตาลอย่างน่าเอ็นดู  “ซอลทังกินอะไรหรือยังครับ หิวไหมเนี่ยไหนฟังท้องหน่อยซิ”  ว่าแล้วก็เอาหูไปแนบกับพุงป่อง ๆ  “งือ ท้องไม่ร้องแสดงว่าอิ่มแล้วโนะ งืม ๆ แต่แม่ยังไม่ได้กินข้าวเลย หิ๊วหิว ซอลทังจะกินกับแม่อีกไหมครับ กะพริบตาปริบ ๆ โต้ตอบกันไปมา”

“บ๊อก!”

แจมินผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจ  “ฮ่า ๆ ตกใจหมดเลย เสียงเป็นแบบนี้นี่เอง”  ซอลทังหายใจออกทางปากโดยที่มีลิ้นเล็กยื่นออกมา  “ฮือ”

“อะไร”  เจโน่เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง

“น้องน่ารักมากเลยเจโน่ คืนนี้เอามานอนด้วยได้ไหม”

“ตกใจหมดนึกว่ามีอะไร”

“ได้ไหม”

“ไม่ได้ครับ น้องตัวเล็กมากกลัวจะไปนอนทับเอา”

“แต่ว่า....”

“เธอครับ อย่าดื้อ”

แจมินทำปากยู่  “ชิ! ซอลทังเห็นไหมว่าพ่อเราน่ะใจร้ายแค่ไหน”

“ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว หิวไม่ใช่หรือไง”

“ก็ได้ อะอุ้มลูกไปก่อนนะเดี๋ยวแม่อกมา คิ ๆ”  แจมินยื่นเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยให้เจโน่อุ้มก่อนจะย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ

เมื่อสองพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันตามลำพังอีกครั้งก็เกิดคำถามใหม่ขึ้นมาว่า  “คิดผิดหรือคิดถูกกันแน่นะที่รับแกมาเลี้ยงน่ะเจ้าซอลทัง”

“บ๊อก”

“ดูท่าจะมาแยกความรักกันแล้วมั้งแบบนี้”  หากมันตอบได้ก็คงอยากตอบแต่ติดที่มันไม่สามารถสื่อสารให้เป็นภาษาเดียวกับเจโน่ได้นี่สิ  “เอาล่ะซอลทัง เป็นลูกชายของพ่อต้องเชื่อฟังพ่อ ถ้าใครมายุ่งกับแม่ต้องเห่าไล่เลยนะ เชื่อฟังแค่พ่อคนเดียวเพราะพ่อรักแม่มากเลยไม่อยากให้ใครมาจีบ”

“บ๊อก!”

“ดีมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้จะซื้อของเล่นมาให้”

แจมินใช้เวลานานไม่นานนักสำหรับการอาบน้ำเพราะเขาอยากออกมาเล่นกับเจ้าพุดเดิ้ลทอยเต็มทนแล้ว แต่แทนที่จะได้เล่นเลยกลับถูกหยุดเอาไว้โดยมือหนาคู่ที่คุ้นเคย เจโน่ลากให้คนรักมากินข้าวเย็นที่โต๊ะแต่แล้วการต่อรองและเจรจาก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

“ขอกินหน้าทีวี”

“ทำไม”

“จะได้เล่นกับซอลทังด้วย”

“ดื้อจริง”

“นะเจโน่”  แขนยาวเกี่ยวรอบคอของคนรักเอาไว้ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้  “นะครับ”  กลีบปากบางสัมผัสเข้าที่แก้มตอบจากนั้นก็ค่อย ๆ เลื่อนมันลงมาที่ซอกคอ กดย้ำรอยจูบจนมันขึ้นสีช้ำ มือเล็กซุกซนสอดเข้าไปใต้เสื้อเพื่อลูบไล้หน้าท้องแกร่งก่อนจะทอดสายที่ตาหวานหยดมองอีกฝ่ายอย่างยั่วยวน

“ตามใจครับ”  เจโน่น็อคเอาท์

มื้อเย็นที่แสนยาวนานเพราะนอกจากแจมินที่กินช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วดันมีตัวยุ่งที่วิ่งไปวิ่งมา กระโดดขึ้นกระโดดลงบนตักแจมิน แถมยังกลิ้งไปมาทำตัวอ้อนอย่างรู้งานอีกทำเอาสาวกที่ชอบของน่ารักอย่างแจมินถึงกับครางฮือในลำคออยู่บ่อยครั้ง

“เจโน่ทำไมน้องน่ารักแบบนี้”

“ก็งั้น ๆ น่ารักสู้เธอไม่ได้”

“แหวะ เห็นว่าสนใจซอลทังมากกว่าตัวเองเลยจะอ้อนบ้างหรือไง”

“แล้วให้อ้อนไหมล่ะครับ”  ร่างหนาขยับตัวเข้ามาใกล้พลางใช้ปลายจมูกคลอเคลียที่แก้มนิ่ม  “ทำงานหนักจนไม่ยอมกินข้าวอีกแล้วเหรอแก้มหายหมดแล้ว”

“ไม่ชอบเหรอ หุ่นนายแบบน่ะ”

“ชอบแจมิน”

“โว้ย เอะอะหยอดตลอด”

“รีบกินเร็วไอ้ลูกแมวจะได้เก็บแล้วจะปล่อยให้เล่นกับไอ้ลูกหมาต่อ”

“ลูกหมาก็คือลูกเจโน่นะ พ่อก็หมา”

“แม่เป็นแมว”

“แหงก ๆ”

“ฮ่า ๆ น่ารักจังโว้ย”  เจโน่สวมกอดแจมินไว้หลวม ๆ พลางเขี่ยขนของซอลทังเล่น

“วันนี้มีพี่ทีทำงานบอกว่าจะดูดวงให้ด้วยแหละ”

“อาฮะ”

“แล้วเค้าก็ให้เปิดไพ่ใบนึง ความหมายมันพูดทำนองว่าเป็นพ่อ การดูแลและพร้อมปกป้องคนที่รักไรทำนองนี้ เรื่องความรักคือมั่นคง ไม่หวานไม่โรแมนติกแต่จริงจังและชัดเจน เหมือนเธอเลยนะ”

“บังเอิญจังเนาะ ได้เป็นพ่อกับแม่วันนี้ซะด้วย”

“อื้อ”

“พรุ่งนี้วันหยุดพาซอลทังไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกัน ลูกจะได้รู้ว่าที่ ๆ พ่อแม่เดตกันน่ะคือที่ไหน”

“อื้ม”

...

อากาศยามเช้ายังคงหลงเหลือร่องรอยของไอความเย็นอยู่ทำให้พวกเขาต้องสวมเสื้อผ้าที่ไม่สามารถโชว์เนื้อหนังได้มากนัก ชุดวอร์มแบรนด์ดังสีเดียวกันแบบเดียวกันพร้อมกับรองเท้ารุ่นเดียวกันถูกจัดแจงโดยแจมิน  “ต้องใส่”

“จ้ะ”  มันไม่ได้เหนือบากกว่าแรงของเจโน่เขาจึงใส่ มันก็ดูน่ารักไปอีกแบบที่แม้ว่าจะแต่งตัวเหมือนกันแล้วพวกเขาดูคล้ายฝาแฝดกันมากกว่าคนรักเสียอีก

เจโน่ถือโอกาสนี้วิ่งออกกำลังกายไปในตัวและปล่อยให้แจมินเล่นกับเจ้าซอลทังตรงม้านั่งอย่างอารมณ์ดีตามลำพัง ระหว่างที่นั่งเล่นกันอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีชายแปลกหน้าที่มาพร้อมกับลูกสุนัขพันธุ์เดียวกันกับซอลทังทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตร

“สวัสดีครับ”

“ครับ”  รอยยิ้มแบบฉบับแจมินถูกส่งไปให้

“นั่งด้วยไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ”

“ก็นั่งมาแล้วนี่ครับ ฮ่า ๆ นั่งได้ครับตามสบายเลยผมไม่ใช่เจ้าของ”

“สุนัขคุณน่ารักดีนะครับ กี่เดือนแล้ว”

“6 ครับ ของคุณก็น่าจะพันธุ์เดียวกับของผม ลูกชายผมชื่อซอลทังนะครับ”

“พอ ๆ กันเลยครับ ของผมเป็นลูกสาวชื่อว่าลูซี่”

“อ่า... ซอลทังไปเล่นกับลูซี่ไหมครับ”  แจมินบีบเสียงให้เล็กลงเพื่อคุยกับลูกชายสุดที่รักซึ่งมันคือเรื่องปกติ เพราะเมื่อเขาคุยกับเจ้าไรอันที่เป็นตุ๊กตาก็มักใช้น้ำเสียงนี้เช่นกัน

“คุณน่ารักจังเลยนะครับ คุยกับน้องได้น่ารักมาก”

“โอ้ ขอบคุณครับ”

“ผมอินจุนนะครับ”

“แจมินครับ”  พวกเขาพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยคซอลทังก็เริ่มออกอากาศหูตั้งพร้อมกับมีเสียงขู่ออกมาเล็กน้อย  “ซอลทังไม่เอาไม่ขู่สิครับ”

“บ๊อก!”

“ซอลทัง”

“ดูเหมือนว่าลูกชายของคุณจะไม่ชอบผมเท่าไหร่”

“แกคงไม่คุ้นกลิ่นน่ะครับ”

“บ๊อก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”  เจโน่จำเสียงของซอลทังได้จึงรีบวิ่งกลับมาเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรเข้าแต่เมื่อวิ่งมาถึงเขาก็เห็นแจมินนั่งคุยกับผู้ชายคนหนึ่งพร้อมกับดุลูกไปด้วย

ร่างหนาหอบแฮ่กเดินเข้าไป เมื่อซอลทังเห็นว่าพ่อตัวเองได้รับสัญญาณแล้วก็วิ่งเป็นวงกลมบนม้านั่งอย่างกระตือรือร้น  “เห่าใหญ่เลยนะ”

“เธอ ลูกเห่าไม่หยุดเลยอะ”

“สงสัยเจอคนแปลกหน้ามั้ง”

“ตอนเจอเราครั้งแรกยังไม่เห็นเห่าเลย เมื่อกี้แวะไปกินต็อกกันยังไม่เห็นเห่าคุณป้าเลยนะ เมื่อกี้เดินผ่านคนตั้งเยอะยังเรียบร้อยอยู่เลย”

“อ้อเหรอ”  เจโน่พร้อมกับจ้องชายคนดังกล่าว  “ขอโทษแทนซอลทังด้วยนะครับ สงสัยหวงแม่ ไปกันเถอะ”

“อื้อ ขอตัวนะครับ”  แจมินกล่าวลาพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กให้ลงจากม้านั่งแล้วปล่อยให้วิ่งเองโดยที่มีสายจูงเป็นตัวช่วยไม่ให้ซอลทังวิ่งไปไกล  “ไปสอนอะไรกันไม่ทราบถึงได้เห่าแบบนั้น”

“รู้ได้ไงว่าสอนลูก”

“เจโน่”

“ก็หวง สั่งไว้ว่าถ้าใครมาจีบให้เห่าไล่”

“ไร้สาระเกินไปละนะ”

“ยิ่งโตยิ่งเสน่ห์แรง ไม่ได้ ๆ ต้องหวง”

“โวะ”

“ว่าแต่นาแจมินคนขี้อ้อนคนนั้นหายไปไหนซะละ เฮ้อ”

“ไม่หาย”  แจมินคล้องแขนเจโน่ก่อนจะเอนศีรษะซบลงกับลาดไหล่  “อยู่ตรงนี้แหละ แต่ยิ่งดตก็ไม่อยากทำตัวงี่เง่าให้เจโน่ต้องลำบากใจ พยายามเป็นแฟนที่ดีของเธออยู่นะ”

“เธอครับ ไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรเลย ต่อให้เธองี่เง่าแค่ไหนเราก็พร้อมเข้าใจเสมอ รักเพราะเธอเป็นเธอ ไม่ได้รักเพราะอยากให้เธอเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้นงี่เง่าได้เต็มที่ งอแงเหมือนที่เคย แค่อย่าหายไปจากชีวิตก็พอ”

“ตามใจบ่อยจนเสียนิสัยแล้วนะ”

“ไม่หรอกครับ เธอไม่เคยเสียนิสัยเพราะเราตามใจ”

“บ๊อก!”  เหมือนว่าพวกเขาจะหวานกันจนลืมเจ้าตัวเล็กไปแล้ว มันจึงเรียกร้องหาสิทธิ์ของมันคืนบ้าง  “บ๊อก ๆ”

“รู้แล้ว ๆ”  แจมินอุ้มซอลทังขึ้นมากอดพลางซบเจโน่ตามเดิม

วันหยุดมันก็จบลงที่แวะซุปเปอร์เพื่อซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเอง ตกบ่ายก็หาอะไรทำเรียกเหงื่อกันนิดหน่อยก่อนจะกลับพร้อมกันในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ตื่นมาอีกครั้งก็ค่ำมากแล้ว ออกไปกินเนื้อย่าง จิบโซจูแล้วก็กลับมาที่ห้อง นั่งเล่นกับซอลทังต่อเล็กน้อยแล้วค่อยเล่นกันเองสองคน มันก็แค่นี้ ไม่หวือหวา ไม่ฉาบฉวย ไม่ตื่นเต้น แต่มั่นคงและชัดเจนเสมอแบบที่เคยเป็นมา

end
#flavornomin

หวังว่าจะชอบกันนะคะ สำหรับใครไม่เคยอ่านเรื่องนี้ค้นได้ในเด็กดีเลยนะคะ
แล้วพบกันใหม่โอกาสค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น