Title :
Rewrite the destiny.
Card : 1.THE
MAGICIAN
Tag : -
Author :
Pony C
You know I
want you
It's not a
secret I try to hide
ฉันรู้ว่าฉันต้องการคุณ
ไม่ใช่ความลับที่ฉันซ่อนเอาไว้
“เฮ้!แจมมี่!
วันนี้ไม่ไปช่วยแม่หมอนายเปิดสำนักทายดวงงี่เง่าอะไรนั้นหรอ ฮ่าๆๆๆๆ อูยยย
ตาขวางแล้วจอห์นฉันจะโดนพ่อมดน้อยแห่งยอร์กล่ะ”
เสียงแซวโห่ของกลุ่มอันธพาลประจำโรงเรียนไฮสคูลชื่อดังแห่งยอร์กเมืองเล็กๆในประเทศอังกฤษ
ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเช่นกันก็มีพวกหัวโจกน่ารำคาญเฉกเช่นเดียวกับทุกเมืองบนโลกใบกลมนี่แหละ
“ถอยไปดีแลนฉันจะกลับบ้าน”
“ว้าวๆๆ
มีปากพูดเป็นด้วยหรอ”
“ถอย”
“อูยย
น่ากลัวจริงๆ ว่าแต่ถอยดีไหมน๊า”
“ว่างมากก็หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างนะ
อ้อฉันว่าคงทำไม่ได้เพราะนายมันไม่มีก้อนไขมันในสมองหนิหว่า”
“Jep!!”
“ชู่ว์
ไม่ให้ฉันว่าโง่ได้ไงแค่นี้นายยังแยกเกาหลีกับญี่ปุ่นไม่ออกเลย เฮ้อ
ฉันไปล่ะว่างๆก็เข้าห้องสมุดโรงเรียนบ้างนะ หนังสือภูมิศาสตร์อยู่โซน H น่ะเผื่อนายอยากอ่านแผนที่โลก” พูดจบผมก็เลี่ยงเดินแยกไปอีกทางและมุดตัวรอดช่องว่างของตึกเพื่อหนีฝูงหมาป่าที่เริ่มเดือดดาลขึ้นมา
หึ ข้อดีของคนเอเชียมันอยู่ตรงที่ตัวเล็กกว่าพวกฝรั่งนั้นแหละ
ให้ตายสิ!นี้ผมจะไปทันเขาหรือเปล่า
บ้าชิบไม่น่าติดกับพวกสมองงั่งอยู่นานเลย
“นายสายไปครึ่งชั่วโมงนะ”
ทันทีที่เปิดประตูร้านก็ถูกดักด้วยเสียงของเมเนเจอร์ร้านตัวโตนามว่าเอ็ด
บ้าที่สุดนี่เป็นบุคคลที่ไม่อยากเจอในเวลาที่ไม่ควรแบบนี้เลย
“ขอโทษเอ็ดพอดีมิสเรก้าเรียกประชุมสำหรับงานวิชาการครั้งหน้าน่ะ”
“ก็หัดส่งมาบอกกันบ้างนะว่าจะสาย
แชมรอเปลี่ยนกะกับนายอยู่รีบไปได้แล้วนายทำหมอนั้นเสียเวลาเดทมาครึ่งชั่วโมง”
“โอ้ตายล่ะ
แชมเล่นฉันตายแน่ๆ”
ผมรีบวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับทำงาน
ภายในห้องพักพนักงานที่อัดแน่นไปด้วยตู้ล็อกเกอร์สำหรับพนักงานและตู้เก็บของต่างๆ
ผมรีบวิ่งไปส่องช่องกระจกที่สามารถมองออกไปยังภายในร้านได้ก่อนจะกวาดสายตาเพื่อประเมินว่า
เขา คนนั้นจะมาซื้อชาและคุกกี้ในเวลาเดิมๆ
“แจม! ถ้านานยังไม่รับฉันจะไปไม่ทันนัดกับควินซ์แล้วนะ!!!
“ เสียงแซมตะโกนลอดเข้ามาจากบาร์น้ำข้างประตู อ่า
ไม่ได้แล้วแซมดูเหมือนว่าจะโมโหแล้วสิ
“สายานสวัสดิ์ครับ”
ผมกระโกนทักทายแขกยามเย็นที่ยังมีหลงเข้ามาในร้านขายของที่ระลึกและร้านน้ำชาขนาดย่อมแห่งนี้
“เอารอยบอสกับสโคนน้ำผึ้งอัลม่อนครับ”
เสียงทุ่มๆที่คุ้นหูทำให้ผมต้องรีบหันมามองตามเสียง อ่า เขามาแล้วและยังคงดูดีเหมือนเคย
ผมสีดำที่ปล่อยทรงไม่เซต ใบหน้าที่บดบังด้วยแว่นตาทรงทันสมัยกรอบสีดำทอง
เสื้อเซิ้ตสำน้ำตาลเบจกับกางเกงงแสล็คสีดำถูกปิดทับด้วยเสื้อคลุมสีเทาอ่อนถึงการแต่งตัวจะเรียบง่ายแค่ไหนก็ไม่ช่วยปกบังความดูดีของเขาให้ลดลงไปแม้แต่น้อย
“ครับมิสเตอร์ลี”
“ฮ่าๆๆๆ
เป็นทางการไปหรือเปล่าครับบ เขาขำจนตาปิดก่อนจะขยับมายืนเท้าคางคุยกับผมเป็นกิจจะลักษณะเล่นผมทำตัวไม่ถูกเพราะสายตาคู่นั้นของเขาที่มองมาน่ะสิ
“ไม่ๆ
คุณอายุมากว่าผมต้องให้ความเคารพสิครับ”
“แต่ผมว่าเรารู้จักกันในระดับหนึ่งและผมก็ไม่ได้อายุเยอะมากไปกว่าคุณสักเท่าไหร่หรอก”
“แต่”
“เรียกแค่เจก็ได้ครับ”
“มันจะดูไม่สุภาพ”
“ผมไม่ถือ
ว่าแต่ชาผมล่ะ?”
“อ่ะ
ฮ่าๆๆๆ สักครู่นะครับผมลืมไปเลย”
นับตั้งแต่นั้นบทสนทนาของผมและผู้ขายตรงหน้าก็ค่อยๆยาวขึ้นเรื่อยๆจากคำถามประจำวันลากยาวไปจนการบ่นสิ่งที่ต้องพบเจอในทุกวัน
เข็มนาฬิกาก้าวขาไปตามแรงโน้นถ่วง
ช่วงเวลากว่าสามสี่ชั่วโมงที่คุยกันช่างน่าแปลกที่ไม่เคยมีแขกคนใดเข้าร้านเลยและแม้แต่เอ็ดก็ไม่เดินมาถามดูการทำงานของผมแม้แต่น้อยและมันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งวที่เขามา
“โอ้
ไม่นะมันจะใกล้เวลาเลิกงานของคุณแล้วหนิ”
“ก็ใกล้แล้วครับ”
“งั้นผมช่วยเก็บร้าน”
“เฮ้ยไม่เอาครับผมเก็บเองๆ”
“เอาเถอะเหลือแค่คุณกับผมนะ”
“แต่....”
“จะได้กลับเร็วๆไง”
“โอเคครับแต่ให้ผมเสียค่าชานะครับ”
“ไม่ครับผมจ่ายไปแล้ว”
“ตอนไหนกันผมจำไม่ได้”
“จ่ายแล้วดูในลิ้นชักสิครับ” สิ้นคำเขาผมรีบกระชากลิ้นชักเก็บเงินออกมากตรวจนับก็พบยอดเงินตามจำนวนค่าชาและขนมที่เขาเพิ่งกินไปจริง
บ้าน่าผมจำได้ว่ายังไม่ได้รับเงินจากเขามาสักบาทและเงินมันมาจากไหนกัน
หรือผมจะซะลืมเอง
“เก็บร้านกันครับ”
All I want
is to fly with you
ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือบินไปกับคุณ
“ต้องให้ฉันพูดกี่ครั้งแกถึงจะเลิกเลือกไอ้มหาลัยนั้นสักทีนา
แจมิน! “
“แต่พ่อครับ
เขามีทุนและมิสเรก้าก็ยืนชื่อผมไปแล้วด้วย”
“แล้วแกคิดว่าฉันจะให้แกไปหรือไง!!!!”
เพล้ง
เศษแก้วแตกกระจายเป็นวงกว้างเฉียดแก้มผมออกไปไม่กี่มิล
เศษไม้ที่ร่วงจากการเกาะกุมของแก้วแยกออกไม่เป็นรูปร่าง
คงไม่มีอะไรจะเจ็บปวดใจไปกว่าการที่รูปภายในถูกบาดจากเศษกระจก
รูปของครอบครัวที่เคยมีความสุข....
พ่อเดินออกไปจากห้องครัวแล้วเหลือเพียงแค่ผมและจานอาหารที่ไร้รสชาดและจืดชืดจนหมดคุณค่าของอาหารไป
ผมพาตัวเองลุกและหยิบทุกอย่างติดมือออกมาทั้งเสื้อคลุมและกระเป๋าสตางค์
ก้าวขาออกจากบ้านฝ่าความมืดออกมาจนถึงสวนสาธารณะขนาดย่อมใกล้บ้านแวะพักบนชิงช้าสนิมจับ
เวลาที่ผมไม่ไหวผมจะพาตัวเองออกมาจากบ้านเพื่อสงบสติของตัว ถ้าแม่ยังอยู่มันคงดีกว่านี้...ดีกว่านี้จริงๆ
“ร้องไห้หรอครับ “
การปรากฏตัวของเจทำให้ผมแปลกใจเสมอผมหันมองตาเสียงก็พบเข้ากับร่างสูงโปร่งของเขา
การแต่งตัวที่ดูเหมือนลุกจากที่นอนและคว้าเพียงแว่นตาออกมามันทำให้ผมตกใจเล็กน้อย นั้นคงเป็นเพราะผมไม่เคยเจอเขาในลุคนี้เลยสักครั้ง
“ฮ่าๆๆตกใจอะไรครับ”
เขาหัวเราะกับท่าทางและสายตาของผมก็นะเขาเป็นคนที่ผมชอบหนิ
“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ”
“เดินเล่นครับ”
“เวลานี่เนี่ยนะเจ?แต่มันดึกแล้วนะ”
“แล้วคุณล่ะ?”
“ผม...”
“ผมแค่อยากหาตัวเองในความเงียบดูบ้าง” เขาเอ่ยพร้อมนั่งลงกับชิงช้าตัวถัดไปเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว
“หรอครับ”
“ไม่สบายใจสินะ “
ผมชอบที่เขาอ่านใจคนเก่งจนบ้างทีผมว่าก็เก่งเกินไป
“นิดหน่อยครับ”
“คุณพ่อเขาแค่ไม่อยากให้คุณไปไกลเขาช่วยเข้าใจเขาหน่อยนะครับ”
“เจ! คุณรู้ได้ไง”
“ถ้ามันสำคัญผมจะบอกคุณ
แต่แน่ๆเลยคือผมไม่ได้แอบฟังครับ”
“คุณเป็นใคร”
“เป็นใคร?นั้นสิ “เขาเลี่ยงจะตอบโดยการแสร้งทำเป็นมองฟ้ามองดาวแต่ผมไม่ยอมหรอก
“เจมันไม่ตลก”
“ผมบอกตรงไหนกันว่ามันตลก”
“ได้โปรดบอกผมที”
“ผมเป็นผม
ผมคือมิสเตอร์ลี เจโน่ เป็นลูกค้าขาประจำของร้านชานในเวลาห้าโมงเย็นของทุกวัน
ผมเป็นแค่ผู้ชายจืดชืดคนหนึ่งที่ผ่านไปมาในชีวิตคุณ..”
“ไม่เจ
ไม่ใช่คำตอบแบบนี้”
“คำตอบแบบนี้แหละที่ผมจะให้คุณได้เวลานี้”
“มันไม่...”
“ไม่ตลกแต่เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากรู้เรามาทำความรู้จักกันใหม่หมดเลาจะดีกว่า
ผมมีเวลาให้คุณทั้งชีวิต”
“บ้า
คุณมันบ้าไปแล้วแหละเจ”
“ฮ่าๆๆ สนไหมล่ะครับ”
“ถ้าผมตอบว่าไม่?”
“อย่าโกหกไปหน่อยเลยผมรู้ว่าคุณเองคิดอะไรอยู่”
“อะไรกันมันไม่แฟร์นะเจ”
“บนโลกนี้มันไม่ได้มีอะไรยุติธรรมไปหมดหรอกครับ”
You know I
want you
It's not a
secret I try to hide
But I can't
have you
We're bound
to break and my hands are tied
คุณก็รู้ว่าฉันต้องการคุณ
มันไม่ใช่ความลับที่ฉันพยายามจะซ่อนเลย
แต่ฉันไม่อาจจะมีคุณได้
เราอยู่ด้วยกันเพื่อรอวันแยกจากกันและมือของฉันถูกมัดเอาไว้
“ตกลง? “
ผมยืนเลือกอยู่นานสองนานกับแค่โปรแกรมหนังที่โชว์ขึ้นจอแค่เพียงสองเรื่อง
“เจ ผมให้คุณเลือก”
“เฮ้
เรามาฉลองการสอบติดของคุณไง”
“แต่ผม...”
“เรื่องxxxอยากดูอยู่ไม่ใช่หรอครับ”
“แต่เรื่องxxxก็สนุกนะเจ”
“ถ้าผมเดาคือเราจะจบกันแค่ตรงนี้คุณจะเลือกหนังไม่ได้และแน่นอนพนักงานจะไล่ออกสองคนออกไปจากเคาท์เตอร์”
“อ่า...”
ผมเหลือบสายตาไปมองพนักงานที่เริ่มมองมาที่เราสองคน
สายตาแบบนี้ผมคงต้องรีบเลือกแล้วสิ
“งั้นไปกันเถอะเดินเล่นก็ได้” ผมรีบคว้ามือเขาออกจากเคาท์เตอร์ทันทีให้ตายเถอะให้เลือกชาตินี้ผมก็เลือกไม่ได้หรอกอีกเรื่องเป็นหนังภาคต่อที่ผมติดตามมานานไหนจะอีกเรื่องที่มาจากจักรวาลยอดฮิตอีก
ไว้มาดูคนเดียวก็ได้
“อยากได้อะไรไหมครับ “
“ไม่เอาเจ
แค่วันนี้คุณก็เลี้ยงผมเยอะแล้ว”
“ฉลองให้กับคนเก่งไงครับ”
“เดี๋ยวก็กลับกินข้าวกับพ่อผมอีก
“
สุดท้ายผมก็ต้องยอมสอบมหาลัยในเมืองนี้เพื่ออยู่เป็นเพื่อนพ่อจากวันนั้นก็ผ่านมาหลายเดือน
ผมกับเจเราได้รู้จักกันมากขึ้นจะว่าไงดีที่ผมคิดมาตลอดมันสวนทางกันไปหมดฮ่าๆๆ
ต้องว่าผมบ้าแน่ๆตอนแรกผมคนคิดว่าเขาเป็นพวกพ่อมดที่หลงยุคมาแต่มันไม่ใช่เลย
เขาเป็นแค่ว่าที่จิตแพทย์ที่ชอบวิเคราะห์จิตใจคนทั่วไป
แรกๆผมว่าไม่ใช่แต่เขาบอกว่าผมน่ะอ่านง่ายแค่มองดูก็วิเคราะห์ได้หมด
“เจ”
“ครับ?”
เขาหันกลับมามองผมอย่างงงๆที่หยุดเดินกะทันหัน ผมทำแค่ยิ้มและส่ายหน้าเชิงว่าไม่มีอะไรและค่อยๆก้าวขาไปยืนข้างๆเขาพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงมืออีกข้างเขามาจับ
ก่อนจะสอดนิ้วจนเต็มช่องว่างของเขา
เขาดูมึนงงกับการกระทำของผมแต่ก็ค่อยๆยิ้มจนตาปิดก่อนจะชูมือที่กุมอยู่ขึ้นมาแล้ว
“จับแล้วห้ามปล่อยนะครับ”
“ถ้าปล่อยล่ะ?”
“ก็จะเอากาวมาทาไว้”
“แล้วถ้าผมยังจะแกะออกล่ะ”
“คิดว่าทำได้ก็ลองดู”
“เอาแต่ใจจังครับ”
“ถ้าในอนาคตเราปล่อยมือกันล่ะ”
“That’ll be the day.”
“Why?.”
“Tell me jay.”
“Cause you’re my destiny.”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น