Title : DREAM IN THE DREAM
Card : 2.THE HIGH PRIESTESS
Tag : -
Author : เบบี้ซิสต้า
--- DREAM IN THE DREAM ---
.
.
“ไพ่ใบที่
2 THE HIGH PRIESTESS
พูดถึงความไม่ชัดเจน ความซับซ้อนในความสัมพันธ์ เหมือนพระจันทร์ที่ส่องสว่าง
และมืดลงในบางวัน
ช่วงนี้นายอาจจะเจอความสัมพันธ์ที่มีความลึกลับซับซ้อนก็ได้นะแจมิน...”
“....”
“...แจมิน แจมินนา...เฮ้ย แจมิน ได้ยินมั้ย”
ลีดงฮยอกหรือลีแฮชานที่เพื่อน ๆ เรียกกันโบกมือเรียวไปมาหน้าเพื่อนสนิทที่ตั้งแต่มาถึงร้านก็เอาแต่นั่งเหม่อไม่พูดไม่จา
แถมทำท่าเหมือนจะไม่ได้ฟังความหมายของไพ่ทาโรต์ที่ตัวเองจับขึ้นมาเมื่อครู่ที่เขาทำนายให้ไปก่อนหน้านี้ด้วย
หนุ่มตัวเล็กผิวแทนทำหน้ามุ่ย
เรียกก็แล้ว โบกมือก็แล้ว ถ้ายังไม่สนใจกันแบบนี้ล่ะก็...
นิ้วเล็กๆจัดการดีดเปรี้ยงเข้าหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งแรง
“โอ้ย!— อะไรของนายเนี้ย!” ได้ผลเกินคาด
นาแจมินลุกพรวดโวยวายกลางร้านอาหารทันที ก่อนจะค่อยๆนั่งลงเมื่อสายตานับสิบของคนในร้านจ้องมาที่เขา
“ลีแฮชาน เมื่อกี้มันเจ็บนะเฟ้ย” หนุ่มหน้าหวานกัดฟันพูดอย่างแค้นๆ
ยกมือลูกหน้าผากตัวเองป่อยๆ
“ก็ใครใช้ให้แกไม่ฟังฉันล่ะ เป็นคนนัดฉันมากินข้าวแท้ ๆ
ขอให้ฉันดูไพ่ทาโรต์ให้ แต่ปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวเนี้ยนะ” หนุ่มผิวแทนโวยวาย
“อ่า...ขอโทษๆ พอดีเมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อย อย่าโกรธเลยน่า
เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
แค่ได้ยินคำว่าเลี้ยง รอยยิ้มก็ปรากฏบนริมฝีปากอิ่มแสดงถึงความพึงพอใจ
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ เพราะฉันไม่พกกระเป๋าตังมา
แล้วตกลงที่ว่ามีเรื่องจะปรึกษามันเรื่องอะไรล่ะ” คนตัวเล็กวกเข้าจุดประสงค์ที่เพื่อนรักตั้งแต่สมัยมัธยมนัดเขามาทานข้าวด้วยกันวันนี้
นี่เห็นว่าเพื่อนมีเรื่องจะปรึกษาหรอกนะ
ไม่งั้นคนติดบ้านอย่างเขาก็ไม่อยากมาต้องลมหนาวนอกบ้านนักหรอก
“คือ...เอ่อ นาย ...เอ่อ ”
ฟันขาวกัดบนริมฝีปากล่างตัวเองอย่างไม่กล้าพูด อ้ำๆอึ้งๆเสียจนคนหงุดหงิดง่ายอย่างลีดงฮยอกอยากวีนอีกรอบ
“เรื่องอะไรก็ถามมาเถอะน่าแจมิน จะอ้ำๆอึ้งๆทำไม”
เด็กหนุ่มซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะดีสูดหายใจเข้าลึกๆ
ก่อนจะพูดออกมาเสียงเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
“คือ...นายเคยฝันแบบนั้นมั้ย...”
“ฝัน? แบบนั้นนี่มันแบบไหนล่ะ พูดให้มันชัดๆหน่อยสิ”
“ก็แบบที่ฝันว่าเกือบจะมีอะไรกับคนที่ไม่รู้จักน่ะ”
“ห๊า! ฝันเปียกอ่ะนะ!?”
เสียงแหลมใสอันเป็นเอกลักษณ์ตะโกนลั่นร้าน
เรียกให้สายตาคนทั้งร้านหันมามองอีกครั้ง
“เฮ้ย! ชู่— นายเสียงดังเกินไปแล้ว”
มือขาวรีบยกปิดปากเพื่อนตัวแสบของเขา ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย
แฮชานส่งเสียงอู้อี้ๆให้อีกฝ่ายเอามือออก
“ถ้าแค่เรื่องทั่วไปของผู้ชายสุขภาพดีแบบนี้นายจะเอามาปรึกษาฉันทำไม”
“ก็ฉันรู้สึกว่ามันผิดปกติน่ะสิ ฉันฝันแบบเดิมๆมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ
แถมในฝันนั่นมันดันเหมือนจริงมากด้วย ตื่นมาแล้วนอนไม่หลับทุกคืนเลย ดูใต้ตาฉันสิ”แจมินบอกถึงสิ่งที่มันเกินกว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปให้เพื่อนตัวเล็กฟัง
ก่อนจะชี้ให้เห็นว่าใต้ตาเขาคล้ำเป็นหมีแพนด้าจริงๆ
“ที่ว่าไม่ค่อยได้นอนก็เพราะแบบนี้นี่เองสินะ”
ใบหน้าหวานพยักหน้าขึ้นลง
ในฝันของเขาทุกอย่างเหมือนจริงมาก เหมือนทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง
มันเหมือนเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่ามันไม่ใช่ฝัน
“แล้วคนในฝันที่นายมีอะไรด้วยเป็นใครล่ะ”
“แค่เกือบน่า เกือบ เป็นใครนี่ฉันไม่รู้อ่ะ ตอนที่เกือบจะได้เห็นหน้าหมอนั่น
ฉันก็ตื่นขึ้นมาทุกทีเลย”
“หา?-- นายบอกว่า หมอนั่น? นี่นายฝันว่ามีอะไรกับผู้ชายงั้นเหรอเนี้ย”
ลีดงฮยอกแสร้งทำหน้าตกใจเกินจริง
“ก็บอกแล้วไงว่าเกือบ ยังไม่ได้มีอะไรกันซะหน่อย!” ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัด
น่ารักเสียจนคนขี้แกล้งอย่างดงฮยอกอดที่จะเย้าแหย่ต่อไปไม่ได้
“แล้ว...นายอยู่บนหรืออยู่ล่างล่ะ” ริมฝีปากอิ่มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
แจมินอ้าปากค้าง ยกมือไม้กวาดอากาศไปมาอย่างไม่รู้จะตอบอะไร
ยิ่งทำให้คนตัวเล็กหัวเราะอย่างชอบใจ
“ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าอยู่ข้างล่างล่ะสิ”
“ม—ไม่ใช่ซะหน่อย! ไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับนายแล้ว!” นาแจมินหันหน้าหนีอีกฝ่ายที่ยังหัวเราะไม่เลิก
นี่เขาคิดผิดสินะที่เอาเรื่องนี้มาปรึกษาแฮชาน
…ใครว่าเขาอยู่ข้างล่างกันล่ะ บางครั้งเขาก็อยู่ข้างบนเถอะ!
.
.
‘แจมิน ถ้านายกลัวผู้ชายในฝันนั่น นายก็ไม่ต้องนอนสิ จะได้ไม่ต้องฝัน’
ชายหนุ่มนึกถึงคำแนะนำของเพื่อนชายตัวเล็ก แล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
พูดน่ะมันง่าย แต่มันทำยากเนี้ยสิ
แต่เขาก็ชักจะกลัวความฝันนี้ขึ้นมาจริงๆซะแล้วสิ ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทันทีที่เขาหลับ เขาต้องโดนผู้ชายคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก และไม่เห็นหน้ามาทำนู่นทำนี่กับร่างกายของเขา
พอนึกถึงฝันก็พลอยจะนึกจินตนาการไปถึงหน้าตาของคนในฝันด้วย
เพราะถึงเขาจะไม่เห็นหน้าก็เถอะ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าชายในฝันหน้าตาดีระดับหนึ่งเลยล่ะ
ไหนจะสันกราม ไหนจะจมูกโด่ง เส้นคิ้วดกดำ และโครงหน้าที่ชัดเจน
รวม ๆ แล้วก็...หล่อ
“เอ๊ะ...แล้วทำไมต้องมานั่งจินตนาการด้วยล่ะเนี้ย ว๊ากกกก” คนตัวเล็กทึ้งหัวตัวเองไปมาอยู่ในห้องพักของตัวเอง
ห้องพักที่มีเขาอยู่คนเดียว
“เฮ้อ...โชคยังดีที่ยังไม่มีอะไรเกินเลยเพราะตื่นขึ้นมาซะก่อน”
แต่ไม่รู้ว่าถ้าเขายังมีความฝันแบบนี้ไปเรื่อยๆ
เขากับผู้ชายคนนั้นอาจจะ...
“ว้ากกก! อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ นาแจมิน!” ว่าแล้วก็ลงไปดิ้นๆบนเตียงต่อ
หลังจากที่ดิ้นไปดิ้นมา
ระบายอารมณ์หงุดหงิดที่มีให้ตัวเองที่เผลอคิดอะไรแปลกๆออกไปเสร็จแล้วเขาก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
เอาล่ะ! ลองไม่นอนดูซักคืนแล้วกัน!
.
.
“เอ๊ะ--?”
ดวงตากลมโตมองไปรอบๆตัว ภาพทุกอย่างดูพร่าเลือน
ขมุกขมัวไปด้วยกลุ่มหมอกสีขาว กลุ่มหมอกที่เขาได้เห็นมาตลอด 6-7 คืนที่ผ่านมา
“ความฝันนั่นอีกแล้ว!”
ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนเหรอ?
ไม่ใช่ว่าเขากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะเหรอ? แล้วทำไมเขาถึงฝันอีกแล้วล่ะ?
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของคนตัวเล็ก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ย” เหตุการณ์ที่ยากจะเข้าใจที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง
ทำให้เสียงหวานโวยวายอย่างหัวเสีย
ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยน เมื่อรู้สึกถึงแรงกอดรัดจากด้านหลัง
“อ๊ะ! ตกใจหมดเลย!”
สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้แจมินรู้ได้ทันทีว่าคนด้านหลังของเขาเป็นใคร
“ช่วยเลิกมาเงียบๆแบบนี้ซะที--อื้อ--” ริมฝีปากชมพูระเรื่อถูกประทับปิดแนบแน่น
ใบหน้าหวานเอียงรับสัมผัสอย่างไม่รู้ตัว
ริมฝีปากหยักดูดดุนอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆล้ำลึกขึ้นทีละน้อย
เหมือนต้องการให้คนถูกจูบได้เตรียมตัวให้พร้อมกับจูบที่เขาจะมอบให้หลังจากนี้
ทันทีที่ปลายลิ้นอุ่นร้อนรุกล้ำเข้ามาในริมฝีปากอิ่มอย่างช่ำชอง
คนตัวเล็กก็รับรู้ได้ถึงรสชาติหอมหวานของผลไม้โปรดที่เขาชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก
...สตรอเบอร์รี่?
ทักษะการใช้ลิ้นไล้โลมและจังหวะดูดดึงชวนให้ใจระทึกค่อยๆทำให้ความตื่นตระหนกในตอนแรกถูกเปลี่ยนเป็นความดื่มด่ำชวนสะท้าน
เหมือนดังที่แจมินได้สัมผัสตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เบาสบาย ล่องลอย หอมหวาน แต่ร้อนแรง...
เขากำลังฝัน และในฝันก็มีผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนเดิมที่มามอบจูบแสนร้อนแรงให้เขา
ถึงคนตัวเล็กจะพยายามห้ามใจไม่ให้รู้สึกอะไรก็เถอะ แต่จูบที่ร้อนแรงปลุกเร้าเช่นนี้
เขาต้านไม่ไหวจริงๆ
...เขาจะละลายอยู่แล้ว!
ริมฝีปากหนักแน่นถอนออกและพิศใบหน้าที่แดงจัดและน้ำตาซึมเพราะรสจูบ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหล่าในสายหมอก
น่าแปลกที่ระยะใกล้กันขนาดนี้ แต่แจมินกลับไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย
เห็นเพียงดวงดาวสีเข้มที่ใต้ตาข้างขวาเท่านั้น
...ไฝใต้ตางั้นเหรอ
คนตัวเล็กหอบหายใจตักตวงเอาอากาศเข้าปอดตัวเอง
อาการปวดหนึบที่ช่วงล่างบอกให้รู้ว่าจูบเมื่อครู่มันกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้นเข้าเสียแล้ว
เขารู้สึกแค่เพราะจูบเนี้ยนะ!
“หวา!” เด็กหนุ่มร้องตกใจ
เมื่อจู่ๆร่างของเขาก็ลอยขึ้นเหนือพื้นเพราะแรงอุ้มของใครอีกคน
แขนขาวคว้าเข้าคอของอีกฝ่ายอย่างกลัวตก
นอกจากรสจูบอันเผ็ดร้อนแล้ว
สิ่งหนึ่งที่แจมินค่อนข้างมั่นใจคือผู้ชายคนนี้แข็งแรงมาก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ไปเสียหน่อย
สำหรับเด็กหนุ่มอายุ 18 ปีที่มีส่วนสูงแตะ 178 เซ็นติเมตร
แต่โดยรวมแล้วเขายังหนักมากกว่าแฮชานที่ตัวเล็กกว่า เพราะฉะนั้นคนที่อุ้มเขาได้ตัวลอยเหมือนอุ้มตุ๊กตาเช่นนี้
ไม่กล้ามใหญ่ก็คงต้องแรงเยอะมากๆ
“ชอบรึเปล่า...จูบเมื่อกี้” เสียงทุ่มนุ่มพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
เสียงที่แจมินพึ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
เขาพึ่งจะเคยได้ยินเสียงของผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก!
“จูบรสสตรอเบอร์รี่
ที่นายชอบไง แจมิน”
แจมิน?
“นายรู้จักชื่อฉัน
นายรู้จักฉันงั้นเหรอ! นี่นายเป็นใค--!”
เสียงหวานถูกกลืนอีกครั้งด้วยความอุ่นร้อนของริมปีปากที่บดเบียดลงมาอย่างหนักหน่วง
บทเพลงจูบอันร้อนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
คนตัวเล็กมีสติรับรู้เล็กน้อยเมื่อถูกวางลงบนอะไรนุ่มๆที่พอจะเดาได้ว่าเป็นเตียง
ริมฝีปากหยักของชายปริศนาค่อยๆไล้เล็มผิวเนื้อหวานหอมของคนตัวเล็ก
ราวกับจะไล่ชิมผิวกายของเด็กหนุ่ม ก่อนจะขบเม้มสร้างรอยสีชมพูระเรื่อที่ลำคอระหง สร้างความวาบหวิวเสียจนเสียงใสครางเครือในลำคอของตัวเอง
“อ--อื้อ” ร่างเล็กเอียงคอรับสัมผัสร้อนรุ่มอย่างเคยชิน
ชายหนุ่มยกยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็น ดวงตาคมมองตรงไปที่คนตรงหน้ากำลังหอบหายใจ
และส่งเสียงกระเส่าน่าฟังเพราะอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
...เซ็กซี่
เสื้อผ้าทั้งหลายของแจมินลงไปกองบนพื้นห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าถึงแม้อากาศในความฝันนี้จะเย็นยะเยือก
แต่เขาไม่รู้สึกหนาวสักนิด ตอนนี้ร่างกายของเขามันร้อนผ่าวไปหมด
ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นอกที่แอบมีกล้ามเนื้อของคนตัวเล็กช้าๆ
แกล้งทำทีลากปลายนิ้วสะกิดผ่านยอดอกสีชมพูน่ามองของอีกฝ่าย
“อื้อ--”
แผ่นอกขาวแอ่นสู้มืออย่างห้ามตัวเองไม่อยู่
ทุกสัมผัสที่มือร้อนนั้นลากผ่าน
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราบให้เขาวูบโหวงในช่องท้อง
เสียงครวญหวานของนาแจมินยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มปรารถนามากยิ่งกว่านี้
...คืนนี้เขาจะไม่ทนแล้ว
ชายหนุ่มโอบกอดร่างที่หอบรัวเข้ามาในอ้อมอก เขาจุมพิตประทับบนหัวไหล่ขาวจนเป็นสีกลีบซากุระไปทั่ว
แผ่นอกของเด็กหนุ่มกระเพื่อมขึ้นลงระรัวเมื่อริมฝีปากร้อนไล้เล็มจนถึงยอดอก
เพียงสัมผัสปลายลิ้นชุ่มช่ำก็มีปฏิกิริยาแข็งขันขึ้นชัดเจน ยิ่งน่ารักเสียจนชายหนุ่มหยุดที่จะหยอกเย้าเล้าโลมไม่ได้
“งื้ออ--ไม่เอา...”
“ไม่เอาอะไร”
“ไม่เอาแบบนี้ --อื้อ ”
แจมินพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับมา
แต่เพราะมือใหญ่ที่ยังคงลูบไล้ลงต่ำไปเรื่อยๆ
พร้อมกับริมฝีปากชุ่มช่ำที่ขบเม้มไปทั่วเหมือนกำลังดูดกลืนความหวานบนผิวเนื้อของเขา
มันทำให้เด็กหนุ่มเคลิบเคลิ้มเสียจนลืมเรื่องทุกอย่างในหัวไปเกือบหมด
...ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกดี
แต่เดี๋ยวสิ!
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมันก็จะไม่ต่างไปจากฝันที่ผ่านๆมา
เขาต้องทำอะไรซักอย่าง!
เขาออกแรงเฮือกสุดท้าย
พลิกอีกฝ่ายให้ไปอยู่ด้านล่างของตนแทน
ชายหนุ่มในม่านหมอกไม่ได้ตกใจเสียเท่าไหร่
ดวงตาคมดุอย่างราชสีห์มองคนตัวเล็กที่กำลังหอบหายใจแรงเหมือนพึ่งไปออกกำลังกายอย่างหนักมา
ร่างเล็กนั่งคร่อมอยู่บนลำตัวของเขา เหมือนต้องการจะล็อคไม่ให้เขาขยับเขยื้อนไปไหน
“....อยากอยู่ข้างบนเหรอ
นาแจมิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน มือใหญ่ยังไม่หยุดลูบไล้ท่อนขาขาวที่ขนาบอยู่สองข้างตัวของเขา
คนถูกเรียกชื่อจริงขบกรามแน่น
“ตอบมาเดี๋ยวนี้นะว่านายเป็นใคร!”
เด็กหนุ่มตวาดใส่คนตัวโตด้านล่างเสียงขุ่น
“ทำไมต้องอยากรู้ด้วยล่ะ หืม” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยคำถาม
นิ้วเรียวกำหมัดแน่น
หมอนี่ตั้งใจกวนประสาทเขา!
แถมตอนนี้ยังไม่หยุดลูบ หยุดคลึงบั้นท้ายของเขาสักที!
“ถ้านายไม่ตอบฉันมา ฉันต่อยนายจริงๆด้วย!”
ถึงจะไม่รู้ว่าในฝันแบบนี้ต่อยไปแล้วอีกฝ่ายจะเจ็บรึเปล่าก็เถอะ
ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อได้ยินคำขู่แสนน่ารักของคนตัวเล็ก
...นาแจมินที่เป็นแบบนี้ เขาก็ชอบ
“ลองดูสิ...” เสียงทุ้มเอ่ยยั่ว
“ได้! อ๊า—ป...ล่อยนะ”
มือใหญ่ที่เคยเคล้นคลึงผิวเนื้อ เปลี่ยนหน้าที่มาเด็ดดึงยอดอกและสัมผัสหนักหน่วงที่เบื้องล่างของคนตัวเล็ก
ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน กำปั้นน้อยๆที่เตรียมจะซัดคนข้างล่างซักหมัดสองหมัด
ไร้เรี่ยวแรงตกอยู่ข้างลำตัว
ร่างเล็กทรุดลงไปกองบนแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย
ใบหน้าหวานซุกลงที่ซอกคอของชายหนุ่ม
พยายามกลั้นเสียงร้องน่าอายของตัวเองเอาไว้
แต่ยากเหลือเกินเพราะตอนนี้ในตัวของเขาเหมือนมีเพลิงเผาผลาญที่ลุกโชน
ยิ่งสัมผัสด้านล่างเร่งเร้ามากเท่าไหร่ ไฟนั้นก็ยิ่งโหมกระหน่ำ
“ว่าไง...ไม่ต่อยแล้วเหรอ” ชายหนุ่มยังไม่หยุดยั่วเย้า
ตอนนี้อย่าว่าแต่จะต่อยใครเลย
แรงจะทรงตัวเขายังจะไม่มี เหมือนร่างทั้งร่างกลายเป็นเทียนไขที่ค่อยๆละลายเพราะความร้อนแรงที่ได้รับ
“อ๊ะ
– หยุดนะ หยุด....” ถึงร่างกายจะไม่ทำตาม แต่สมองก็ยังสั่งให้เขาต่อต้านอยู่
ชายหนุ่มยกยิ้ม
ปากก็ร้องห้ามแต่ข้างล่างนี่สู้มือเขาไม่หยุด
...น่ารักซะจริง
ชายหนุ่มละมือจากส่วนร้อนผ่าวไปเปลี่ยนเป้าหมายไปที่บั่นท้ายแน่นหนั่น
ดึงรั้งให้ร่างกายเล็กเบียดแนบชิดกับความร้อนแรงด้านล่างของเขา
“หยุดตอนนี้คงไม่ดีต่อทั้งสองฝ่ายนะ”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ใบหูแดงกล่ำของคนตัวเล็ก
นาแจมินตกใจกับความแข็งขืนเบื้องล่างที่สัมผัสได้
ไม่มีฝันครั้งไหนที่เกินเลยมาถึงขั้นนี้เลย
...หรือครั้งนี้เขาจะได้มีอะไรกับคนในฝัน อย่างที่แฮชานว่าจริงๆ
ร่างสูงใหญ่พลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายคร่อมแจมินอีกครั้ง
หัวเข่าลากผ่านหว่างขาแยกให้เรียวขาข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มยกสูงขึ้นโอบรอบต้นขา
ยิ่งมือเอื้อมลงกระชับสะโพก แรงเสียดสีเบื้องล่างยิ่งพาลให้แจมินร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม
ชายหนุ่มก้มลงประทับริมฝีปากแนบแน่นสอดปลายลิ้นจุมพิตด้วยอารมณ์ปรารถนารุนแรง
ลูบไล้ฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าวไปตามผิวกายนุ่มนวลและสัมผัสกล้ามเนื้อแน่นตึงกับผิวขาวที่บอบบางอย่างหื่นกระหายพันธนาการแจมินด้วยโซ่แห่งตัณหาจนหมดทางขัดขืน
...ม--ไม่ไหว
ระดับนี้เขาทนไม่ไหวจริงๆ
“อ...อย่า
ตรงนั้น!!”
ร่างแบบบางแทบกรีดร้องเมื่อชายที่ร้ายกาจลากริมฝีปากกลืนกินลงเบื้องล่างปรนเปรอด้วยปลายลิ้นและสัมผัสในริมฝีปากดูดดึงเผ็ดร้อนรุนแรง
ความร้อนจากร่างกายของเด็กหนุ่มในริมฝีปากช่างอร่อยล้ำ
ชายหนุ่มปริศนาเร่งเร้าสลับผ่อนคลายเพื่อให้เสียงครวญน่าเอ็นดูดังขึ้นไปอีก
ขณะที่แจมินกำลังจะสิ้นสติเพราะความวาบหวิว จู่ๆชายหนุ่มก็หยุดการปรนเปรอ
คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างหัวเสีย
“วันนี้มีคนมาขัดจังหวะซะแล้วล่ะ
แจมินนา”
“อื้อ...ห๊ะ?”
ร่างเล็กยังไม่ทันจะได้ตีความกับคำพูดของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็โถมตัวทาบทับ
ปลายลิ้นร้ายกาจรุกรานริมฝีปากอิ่มที่ตอนนี้ช่ำวาวไปหมด
ชายหนุ่มมอบจูบลาส่งท้าย เป็นจูบที่รุ่มร้อน รุนแรงแต่หวานล้ำยิ่งกว่าจูบไหนๆ
จูบที่ทำให้คนไม่ประสีประสาอย่างแจมินเคลิ้มฝันและล่องลอย
เขาถอดถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง
หยาดน้ำเยิ้มเป็นสายเชื่อมสองริมฝีปากได้รูปที่ค่อนๆถอยห่างจากกัน
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูคนตัวเล็ก
“ลี
เจโน่ นั่นล่ะชื่อของผม...”
.
.
ร่างเล็กสะดุ้งตัวพรวดขึ้นจากเตียงนอน หอบหายใจแรงไม่หยุดเหมือนเขาเพิ่งไปวิ่งรอบโกซอกโดมซักสิบรอบมา
ดวงตากลมโตมองไปรอบๆตัว เจอภาพที่คุ้นตา
...ห้องนอนของเขา
ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังเป็นสีดำมืด นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาตีสองกว่าๆ
ประสาทสัมผัสของเขาค่อยๆกลับมา
และรับรู้ได้ถึงเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่กำลังแผดเสียงดังลั่นอยู่ที่หัวเตียง
โทรศัพท์นี่สินะที่ปลุกให้เขาตื่นจากฝันที่แสนวาบหวามนั่น
มือเรียวเอื้อมจะไปหยิบมือถือ แต่อาการปวดหนึบที่หว่างขาทำให้เขาชะงัก
เขาถึงได้บอกไงว่า ฝันนั่นมันเหมือนจริงมากๆ
เหมือนจนคิดว่าเป็นเรื่องจริง เหมือนซะจนแจมินน้อยของเขาเข้าตื่นขึ้นมาจริงๆ
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มารับได้สำเร็จ
หน้าจอโชว์หมายเลขโทรศัพท์ที่เมมชื่อไว้ว่า ‘ช็อคโก้บอล’
“รับช้ามาก นาแจมิน!”เสียงแหลมปลายสายวีนลั่น จนเขาต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู
แต่ต้องขอบคุณเพื่อนรักจริงๆที่โทรมาในเวลานี้
ไม่อย่างนั้นเขาได้ตกเป็นของชายปริศนาในฝันนั่นแน่ๆ
“ขอบคุณนะที่โทรมา ไม่อย่างนั้นฉันแย่...”
...เอ๊ะ?
พอพูดถึงความฝัน เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
ชายคนนั้นบอกชื่อกับเขา!
...ลี...
“นี่ แจมิน ได้ยินมั้ย นาแจมิน!” แฮชานตะโกนเรียกเพื่อนผ่านทางโทรศัพท์ที่เงียบนานเกินเหตุ
“แฮชานนา!
ฉันรู้ชื่อของผู้ชายที่อยู่ในฝันแล้ว! ลี ลี เจโน่
หมอนั่นชื่อลีเจโน่ล่ะ!” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ในที่สุดก็ได้รู้ว่าชายในฝันนั่นเป็นใคร!
ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ แจมินก็พาร่างหน่วงๆของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ
กะจะล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง แต่ภาพที่สะท้อนในกระจก
ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
เสียงหวานสั่นระริกพยายามกรอกเสียงไปยังปลายสาย
“ฮะ
แฮชาน มาหาฉันที่บ้านที...”
.
.
“สรุปว่ามันไม่ใช่ฝัน?”
“สรุปว่ามันไม่ใช่ฝัน?”
“ตอนแรกฉันก็มั่นใจว่ามันเป็นฝันนะ...ต--แต่ดูรอยพวกนี้สิ” นาแจมินชี้ให้เพื่อนผิวแทนเห็นร่อยรอยสีชมพูอ่อนบนผิวกายตั้งแต่ลำคอไปจนถึงแผงอกของเขาเป็นหลักฐาน
ถึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อย่างแฮชาน
ก็รู้ว่าไอ้รอยแดงๆพวกนี้เป็นรอยจูบ
“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้เมคเลิฟกับใครที่ไหนแล้วลืมน่ะ” ดงฮยอกลองถามดู
เผื่อว่าเพื่อนของเขาจะจำได้
“จะใช่ได้ยังไงเล่า!” เสียงหวานโวย
นี่แฮชานคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหนกัน!
“พอเห็นรอยพวกนี้ฉันยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่คิดตลอดสัปดาห์มันเป็นเรื่องจริง
มีคนมองฉัน มีคนจ้องมองฉันอยู่ตลอดเวลาเลย สาบานได้ว่าฉันไม่ได้คิดไปเอง” ว่าพลางสอดส่ายนัยน์ตากลมโตไปทั่วห้อง
เขาไม่ได้รู้สึกไปเองว่ากำลังมีคนจ้องมองเขาอยู่ บางทีตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง
“คิดมากน่า แล้วเป็นไงสงบจิตสงบใจลงได้บ้างรึยัง?”
หลังจากที่ได้ยินเสียงสั่นๆตอนคุยโทรศัพท์กัน
เสียงที่เขาไม่ค่อยจะได้ยินจากแจมินเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่ได้มีเรื่องน่ากลัวจริงๆ
เขาก็เลยรีบบึ่งรถมาหาทันทีแม้ท้องฟ้าจะยังไม่สว่างดี
มาถึงก็โดนแขนขาวๆนั่นรัดจนแทบกระดุกกระดิกไปได้ไม่ได้อยู่นานสองนาน
ก่อนจะได้มานั่งคุยกับแบบนี้
“แล้วคุณลีเจโน่ที่ว่านั่นหน้าตาเป็นยังไงล่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้หรอก ไม่ได้เห็นหน้า จำได้แต่เสียงน่ะ”
เขายังจำเสียงทุ้มที่กระซิบบอกชื่อตัวเองที่ข้างหูของเขาได้อยู่เลย มันเหมือนกับว่าผู้ชายคนนั้นมาพูดอยู่ข้างหูตลอดเวลา
และอีกอย่างที่เขาจำได้แม่นยำ
“...ไฝ แฮชาน หมอนั่นมีไฝใต้ตาขวา”
...ไฝที่ทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างในอดีต
เหตุการณ์ที่แจมินและแฮชานพยายามจะลบออกไปจากความทรงจำ
เพื่อนตัวเล็กรีบคว้ามือเรียวของแจมินมากุมไว้แน่น
“แฮชาน....ฉันกลัว” แจมินพูดเสียงสั่น
แม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้ขยายความออก
แต่ดงฮยอกรับรู้ได้ว่าเพื่อนกำลังกลัวอะไร
กลัวบางอย่างที่จะซ้ำรอยกับอดีตซึ่งไม่น่าจดจำ
เด็กหนุ่มผิวแทนดึงเพื่อนเขามากอด แล้วลูบหลังให้ผ่อนคลาย
“ไม่ นายอาจจะคิดไปเองก็ได้แจมิน มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจเย็นไว้นะ
ทุกอย่างจะต้องโอเค”
“แล้วถ้าฉัน...”
เด็กหนุ่มตัวเล็กกดศีรษะกลมของเพื่อนเข้ากับไหล่เบา ๆ
ไหล่แคบสัมผัสถึงความเปียกชื้น จึงโยกตัวคนในอ้อมกอดไปมา คล้ายกับกำลังปลอบเด็กน้อยขี้แยคนหนึ่ง
“ชู่....ไม่เอา เลิกคิด เอางี้ นายไปนอนบ้านฉันซักสองสามคืนดีมั้ย?”
.
.
‘แจมินนา นายโอเคแน่นะ’
นั่นเป็นคำถามที่แฮชานหรือดงฮยอก เพื่อนผิวแทนช็อคโก้บอลของเขาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเขาตัดสินใจที่กลับบ้านของตัวเอง
เขาคิดว่าตัวเอง ‘โอเค’ แล้วล่ะ
หลังจากที่ได้ไปนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ที่บ้านเพื่อนสนิท 2-3 คืน ความฝันหื่นกามนั่นก็ไม่เกิดขึ้นอีก
เขาเลยคิดขึ้นมาว่า บางทีเขาอาจจะวิตกกังวลไปเองก็ได้
รอยแดงที่เหมือนรอยจูบพวกนั้นเขาก็พยายามคิดให้มันเป็นรอยแมลงกัดไปซะ
หรือจริงๆแล้วเขาอาจจะไปแพ้อะไรซักอย่าง
พอคิดได้แบบนี้ ก็สบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นแทนที่จะไปรบกวนบ้านของแฮชาน
สู้กลับมาอยู่ห้องของตัวเองดีกว่า
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง
...คงไม่เป็นอะไรหรอก คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก
แจมินไขกุญแจเข้าห้องตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดมือแล้วอุทานออกมาอย่างสงสัย
“...เอ๊ะ?”
ห้องไม่ได้ล๊อค?
มือเล็กที่จับลูกบิดประตูสั่นน้อยๆ
เขาจำได้ว่าล๊อคแล้วนี่นา หรือว่าขโมย!
แจมินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ร่างเล็กค่อยๆเดินเข้าไปในห้อง
เขาคว้าเอาไม้เบสบอลมาถือไว้ในมือ อย่างน้อยถ้ามีขโมยอยู่ในห้องจริง
เขาก็พร้อมหวดล่ะนะ
เขาค่อยๆเปิดดูแต่ละห้องห้องว่ามีคนอยู่รึเปล่า แต่ก็ไม่พบใคร
ก่อนจะตัดสินใจวิ่งพรวดเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเป็นห้องสุดท้าย
“ย๊ากกกกก! ออกมานะเจ้าหัวขโมย!! อ่าว...?”
ไม่มีใคร?
หรือว่าเขาจะลืมล๊อคห้องจริงๆนะ
มือเรียวปล่อยไม้เบสบอลลงบนพื้นห้องอย่างโล่งอก
“โธ่ นึกว่าจะโดนขโมยเล่นงานซะแล้ว--อื้อ”
ชายร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาทางด้านหลังของแจมิน
มือใหญ่ปิดปากคนตัวเล็กไม่ให้ส่งเสียง
แขนอีกข้างรัดแน่นไม่ให้หนุ่มน้อยที่กำลังตื่นตกใจขยับไปไหน
“ชู่~ นานะของผมอย่าดิ้นสิ”
หมอนี่คือ ลี เจโน่ !
เขาจำได้ เขาจำร่างกายสูงใหญ่ จำฝ่ามือร้อนผ่าว
จำเสียงที่ยังก้องอยู่ในหูของเขามาตลอดสามวันที่ผ่านมาได้!
แจมินยิ่งดิ้นแรงเข้าไปอีก เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
ครั้งนี้เขามั่นใจแน่ๆแล้วว่า ไม่ใช่ความฝัน
ลีเจโน่เข้ามาในห้องของเขาได้ยังไงกัน!
“ยิ่งดิ้นผมยิ่งมีอารมณ์นะ...” เจโน่กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูคนตัวเล็ก ได้ผล
เด็กหนุ่มหยุดดิ้นทันที
ชายที่ชื่อเจโน่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระ
แต่ร่างเล็กไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง
....อย่าหันไป นาแจมิน นายห้ามหันไปนะ
แต่เหมือนฟ้าจะไม่ปรานีความพยายามของเด็กหนุ่ม คนตัวเล็กถูกจับหันกลับไปมองผู้บุกรุก
ใบหน้าหล่อเหลาได้รูป รอยยิ้มที่มุมปาก และร่างกายสูงใหญ่ตรึงเด็กหนุ่มให้หยุดนิ่ง
ดวงตาคมที่จ้องมองลงมาที่เขา ทำให้เขารู้สึกสับสน ยุ่งเหยิง และหวาดกลัวอย่างประหลาด
ดวงดาวสีเข้มที่ใต้ตาขวาบนใบหน้าที่พระเจ้าสรรสร้างนั่น....
ใบหน้าหวานกดต่ำลง ดวงตากลมโตเหม่อลอยเมื่อความกระหายอยากบางประการแล่นริ้วจากปลายประสาท
...อีกแล้ว มันมาแล้ว...
นาแจมินขบกรามแน่นคล้ายอดกลั้นบางสิ่งไว้
บางสิ่งที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก
บางสิ่งที่เหมือนกับสัตว์ร้ายพร้อมจะฉีกกระชากกัดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยคมเขี้ยวแหลมคมให้ขาดสะบั้น
“มะ-ไม่ว่านายจะเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง ฉันขอร้องล่ะ กลับไป
ออกไปจากห้องนี้ อย่ามายุ่งกับฉัน ”
“ลี เจโน่...ผมรู้ว่าคุณจำได้”ชายหนุ่มเอ่ยราบเรียบ
ช่วงขายาวค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แจมินถอยหลังจนชิดผนังห้อง
“อ--อย่าเข้ามานะ”
เสียงใสตวาดลั่น แม้จะตระกุกตระกักไปบ้างก็ตาม
นั่นยิ่งเรียกรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มให้เพิ่มขึ้น สองแขนที่ประดับไปด้วยกล้ามเนื้อยกขึ้นปิดทางหนีของคนตัวเล็กไป
ใบหน้ารูปสลักก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือดและร่างกายซึ่งสั่นสะท้าน
....อย่าเข้ามา ได้โปรด
“เรื่องที่ว่าผมเข้ามาได้ยังไง...ก็เพราะว่าผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณยังไงล่ะ...นาแจมิน”
สิ้นเสียงทุ้มต่ำ เด็กหนุ่มก็โดนอาการวิงเวียนเข้าจู่โจม
แขนที่เคยใช้ดันให้อีกฝ่ายออกห่างตัวตกไปอยู่ข้างลำตัว ร่างกายอ่อนเปลี้ยจนไม่สามารถบังคับได้
ร่างเล็กทรุดลงในอ้อมกอดของคนตรงหน้า
“น--นายทำอะไรฉัน...”
แค่การเค้นเสียงให้ออกมายังเป็นเรื่องลำบาก
“ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหนีไปไหนได้อีก นาแจมิน...”
ภาพเบื้องหน้าของคนตัวเล็กค่อยๆพร่าเลือน
แต่เขายังทันได้เห็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนในหน้าหล่อเหลานั่น
...ไม่....ได้โปรด อย่าทำให้ฉันหลับ ได้โปรด นายไม่ควรทำให้ฉันหลับ
ขอร้อง ลีเจโน่ อย่าทำให้ฉันหลับ
“คุณเป็นของของผม...”
แล้วภาพทุกอย่างของนาแจมินก็ดับวูบลง
.
.
.
‘...ถ้าหากคุณรู้สึกว่ามีคนคอยตาม คอยมองอยู่ตลอดเวลา ห้องนอนถูกบุกรุก
หรือหลับไปอย่างไม่รู้ตัว คุณอาจกำลังตกเป็นเหยื่อของสโตกเกอร์โรคจิต...’
แฮชานปิดทีวี แล้วโยนรีโมทไปบนโซฟาอีกฝั่ง เขายกมือสีแทนปิดปากหาวอย่างเบื่อหน่าย
“ทำไมเดี๋ยวนี้มีแต่ข่าวแบบนี้นะ สโตกเกอร์อะไรกัน”
ร่างเล็กเอนตัวลงบนโซฟายาว ก่อนจะเด้งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อในหัวผุดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
‘สโตกเกอร์โรคจิต’
“แย่แล้ว!!”
ดงฮยอกผุดลุกจากโซฟานุ่มอย่างรวดเร็ว
มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือกดหาเพื่อนสนิทอย่างร้อนรน
รับสิ
รับสิ แจมินนา...รับโทรศัพท์ที
ใจดวงน้อยเต้นเร้าด้วยความวิตก
ลมหายใจแทบขาดห้วงเมื่อเสียงสัญญาณโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่อง
และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง
เมื่อน้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นที่ปลายสาย
“ฮะ
แฮชานนา....”
“พระเจ้า! แจมิน
นายเป็นอะไรมั้ย เมื่อกี้ฉันดูข่าว ฉันว่านายกำลังถูกสโตกเกอร์ตามอยู่แน่ ๆ ลีเจโน่อะไรนั่นต้องตามเข้าไปในบ้านนายแน่ๆ
รีบออกมาจากบ้านเร็วเข้า!”
ลีดงฮยอกรีบพูดรัวเร็วทันทีที่เพื่อนรับโทรศัพท์
จนไม่ทันสังเกตถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือของแจมิน
“ฮะ
แฮชาน มะ หมอนี่ ลีเจโน่....มีไฝใต้ตาจริงๆ”
สิ้นเสียงสั่นสะท้านเคล้าเสียงสะอื้นของเพื่อนหน้าหวาน
ลีดงฮยอกกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก
หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิดไว้นะ
“นายโอเคใช่มั้ยแจมิน”
“มะ
ไม่ ฉันไม่โอเค มันออกมาอีกแล้ว นาแจมินอีกคนออกมาอีกแล้ว นานะออกมาฆ่าคนอีกแล้ว!
แฮชานฉันจะทำยังไงดี ฉัน....ฉันตื่นมาในห้องตัวเอง มือเปื้อนเลือดไปหมด
ฉันจะทำยัง--” คนปลายสายหอบหายใจรัว
‘นานะ’ กลับมาอีกแล้ว
ชื่อที่ไม่อยากได้ยินปรากฏในประโยค
ทำให้ดงฮยอกที่ยังคงพอสติมากกว่าสามารถคาดเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทได้
จึงรีบดึงรั้งสติของเพื่อนให้กลับคืนมา ก่อนที่อะไรๆมันจะแย่ไปกว่านี้
“แจมิน! แจมินฟังฉัน! ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะไม่เป็นไร ฉันกำลังจะไปหานาย อย่าวางสาย
ตั้งสติไว้ ทุกอย่างจะต้องโอเค ฉันอยู่ข้างนายเสมอ”
.
.
แจมินอยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนสนิท
ผมสีเฮเซลนัทซุกอยู่ที่หน้าอกของคนผิวแทน สะอื้นไห้ไม่หยุดตั้งแต่ตื่นขึ้นมา
ตามเนื้อตัว เสื้อผ้า ยังคงถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน คาวคลุ้ง
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ดงฮยอกคิดไว้
‘นานะ’ กลับมาอีกครั้ง
นานะซึ่งเป็นหนึ่งในสองบุคลิกของนาแจมิน
เพื่อนสนิทที่ป่วยเป็นโรคหลายบุคลิก หรือ โรค Dissociative Identity Disorder (DID) โรคจิตประเภทหนึ่งที่ตัวผู้ป่วยมีบุคลิกอื่นๆ มากกว่า 2 บุคลิกขึ้นไป
ผลัดเปลี่ยนกันออกมาใช้ชีวิต และแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากบุคลิกเดิมออกมา
นานะที่จะออกมาใช้ชีวิตในร่างของนาแจมินเมื่อเจอผู้ชายที่มีไฝใต้ตา
ด้วยเหตุผลบางอย่างในวัยเด็กที่แจมินบอกเพียงแต่ว่าจำไม่ได้
ราวกับมันถูกกดรีเซ็ทออกไปจากความทรงจำวัยเยาว์
และนานะ บุคลิกที่มีความโหดเหี้ยมเลือดเย็นที่พลั้งมือฆ่าพี่ชายของนาแจมิน...
“ฉันทำมันอีกแล้ว แฮชาน เลือด เลือดเต็มไปหมด ฉันทำมันอีกแล้วแน่ ๆ
ฉันไม่รู้ตัวเลย” นาแจมินในอ้อมกอดของลีดงฮยอกสะอื้นตัวโยน
แต่ริมฝีปากบางก็ยังไม่หยุดพึมพำถึงความผิดที่ตนเองก่อขึ้น
ก่อขึ้นโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัว เหมือนครั้งที่เขาทำให้พี่ยูตะต้องตาย
พี่ชายร่วมสายเลือดที่ตายด้วยน้ำมือของเขา เพราะนานะที่ได้ออกมา
ตอนที่เขาเจอเด็กชายคนหนึ่งที่มีไฝใต้ตา
และครั้งนี้เขาลงมือฆ่าใครบางคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องด้วย ผู้ชายที่ชื่อลีเจโน่
“หยุดคิด
หยุดพูด แจมิน มันแค่เลือด ไม่มีอะไรบอกว่านายฆ่าหมอนั่นไปแล้ว”
ดงฮยอกรีบหยุดความคิดของเพื่อน เขาไม่อยากให้แจมินใช้ชีวิตอย่างเลวร้ายเหมือนอย่างเมื่อสองปีก่อนที่เสียพี่ชายไป
เพื่อนรักของเขาเข้าโรงพยาบาลแผนกจิตเวชอยู่แรมปี
กว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
กลับมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
แจมินขืนตัวออกจากกอดของร่างเล็กผิวแทน
“แต่นานะอาจจะเอาร่างของลีเจโน่ไปทิ้งที่ไหนก็ได้
นายก็รู้เวลานานะใช้ร่างฉัน ฉันจะมีสติแค่ตอนที่นานะอยากให้มีเท่านั้น!”
“แต่หมอนั่นเป็นใครก็ไม่รู้
บางทีอาจจะพยายามทำมิดีมิร้ายกับนาย นานะเลยทำร้ายหมอนั่นก็ได้”
ดงฮยอกว่าไปตามที่คิด
“พอเถอะ
มันลบความจริงที่ฉันเป็นฆาตกรไปไม่ได้หรอกแฮชาน”
“แจมิน...”
เด็กหนุ่มไม่รู้จะปลอบใจเพื่อนอย่างไร
ในเมื่อเจ้าตัวปักใจเชื่อไปแล้วว่าอีกบุคลิกของตนลงมือฆ่าลีเจโน่ไปแล้ว
พูดอย่างไรอีกฝ่ายก็คงเปลี่ยนความคิดง่ายๆ
เหมือนกับเรื่องเมื่อสองปีก่อนไม่มีผิด ที่ยูตะตกจากบันไดเพราะอุบัติเหตุ
แต่แจมินกับบอกว่าเป็นความผิดของอีกบุคลิกหนึ่งของตนเอง
“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนได้มั้ย”
เสียงทุ้มนุ่มที่เคยหวานใส ตอนนี้แหบแห้งเอ่ยขอเพื่อน
“ไม่
แจมิน นายไม่ควรอยู่คนเดียวตอนนี้” และแน่นอนว่าดงฮยอกปฏิเสธ
เขาไม่มีทางปล่อยให้แจมินอยู่กับตัวเองตอนนี้แน่
“ขอร้องแฮชาน
ฉันขอ แค่ในห้องนี้คนเดียวก็ได้”
นัยน์ตาหม่นแสงมองสบดวงตากลมโตของเพื่อนเป็นเชิงขอร้องอ้อนวอน
ร่างเล็กจึงต้องจำใจถอยออกจากแจมิน
ไปนั่งกังวลใจอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
ปล่อยให้ร่างแบบบางที่คล้ายจะแตกสลายของเพื่อนจมจ่อมกับความคิดของตนเองในห้องนอนเพียงลำพัง
นาแจมินทรุดกายลงกับเตียงนอนอย่างอ่อนแรง หลับตาบวมช้ำลง
ปล่อยให้หยาดน้ำสีใสไหลออกจากดวงตากลมโตไปเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
และปล่อยให้ในหัวเต็มไปด้วยความคิดล้านแปดที่อัดอั้น สับสน ยุ่งเหยิง และวกวน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
แต่ดวงตากลมโตลืมขึ้นอีก ภาพม่านหมอกสีขาวขุ่นมัวก็ปรากฏในครรลองสายตาอีกครั้ง
...ฝันอย่างนั้นเหรอ
ถ้าเป็นฝันจริง
ขอเจอลีเจโน่อีกครั้งได้มั้ย ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะมาทำไม่มีกับเขา
เป็นโรคจิตที่มาตามเขาจริงอย่างที่เพื่อนตัวเล็กว่า แต่ก็ขอให้เขาได้เจอ ให้เขาได้คลายความรู้สึกผิดในใจไปได้มั้ย
....บอกฉันทีว่านายยังมีชีวิตอยู่
“ลีเจโน่
นายใช่มั้ย” แจมินตะโกนลั่นในห้วงแห่งความฝัน
ใบหน้าหมองเศร้าที่ยังคงความงดงามมองไปซ้ายขวาหวังจะเจอคนที่เขากำลังเรียกหา
แม้ภาพตรงหน้าจะมีเพียงกลุ่มหมอกสีขาวก็ตาม
“เจโน่
ได้โปรด นายยังอยู่ใช่มั้ย นานะไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย ขอร้องล่ะ ออกมาเจอฉันที”
มีเพียงความเงียบงันและว่างเปล่าเป็นคำตอบของนาแจมิน
น้ำตาไหลรินอาบแก้มเนียนอีกครั้ง
....บางทีเขาคงหวังมากเกินไป
ฆาตกรก็คือฆาตกรสินะ
แต่เพียงชั่วอึดใจเดียว
เสียงทุ้มเย็นเยียบคุ้นเคยก็ดังที่หลังใบหูใต้กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของคนตัวเล็ก
“แจมิน....คุณร้องไห้เก่งนะ
ถ้าเทียบกับนานะ”
พร้อมกับอ้อมกอดแข็งแกร่งที่เข้ามาพันรัดร่างเล็กเอาไว้อย่างอ่อนโยน
“ลีเจโน่
นั่นนาย...นั่นนายใช่มั้ย บอกฉันทีว่านายยังไม่ตาย นานะ ไม่สิ
ฉันไม่ได้ฆ่านายใช่มั้ย” เสียงหวานสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความหวัง
ความหวังที่จะลบล้างควาผิดของตนเอง
“ผมไม่ตายง่าย
ๆ หรอก...นานะของผม”
ท่อนแขนแข็งแรงจับคนตัวเล็กบอบบางให้หันกลับมาประจันหน้า
เพียงทั้งสองสบตากัน นัยน์ตากวางที่ฉ่ำวาวและหม่นแสงก็แข็งกร้าวและดุร้ายขึ้นราวกับสายตาของสัตว์นักล่าในทันที
เสียงทุ้มนุ่มที่เคยอ่อนหวานน่าฟังกลับเย็นเยียบและแฝงไปด้วยจิตสังหาร
“อย่ามายุ่งกับนาแจมิน
ลีเจโน่”
สิ้นเสียงมือเล็กก็ตวัดคว้าเข้าไปหยิบบางสิ่งที่ใต้หมอน
บางสิ่งที่มีความคมเพียงพอที่จะตัดหลอดลมของชายหนุ่มใบหน้าคมคายได้ในเสี้ยววินาที
หากร่างสูงใหญ่ถอยตัวออกมาด้านหลังไม่ทัน
นอกจากใช้ไม้เบสบอลฟาดเก่งแล้ว
ยังใช้มีดเก่งเสียด้วย
“นานะ
คุณก็รู้ว่าผมเป็นใคร ผมไม่ตายง่าย ๆ คุณก็รู้นี่” ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
เอี้ยวตัวหลบหลีกของมีคมเหมือนหลบผีเสื้อตัวน้อยที่เขามาบินวนใกล้
“ไปตายซะ
ไอ้ปิศาจ แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับแจมิน!” นานะในร่างแจมินเค้นเขี้ยว
กัดฟันพูดกับชายตรงหน้าด้วยความเคียดแค้น
ชายที่เป็นปิศาจ
ฆ่าไม่ตาย และหมายจะเอาชีวิตของนาแจมิน
“คุณไม่ควรเรียกผมแบบนั้นนะ
ผมอุตส่าห์มาด้วยร่างมนุษย์แบบนี้ มารับตัวเจ้าสาวของผม” ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กที่เหวี่ยงมีดไปมาให้หยุดนิ่งและหยิบมีดเล็กโยนไปที่มุมห้องอย่างง่ายดาย
ดวงหน้ารูปสลักยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“และต่อให้คุณจะแยกอีกกี่บุคลิกมาฆ่าผมเพื่อปกป้องแจมิน
นาแจมินและทุก ๆ บุคลิกก็จะต้องเป็นของผมอยู่ดี”
สิ้นเสียงทุ้มนุ่มทรงพลัง
ใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงเทพเจ้ากรีกก็ถูกซ้อนทับด้วยเงาร่างที่มีเงาโค้งงอกยาวบนศีรษะ
ดวงตาคมดุเปลี่ยนสีเป็นสีแดงชาดราวกับเลือดสีสด
ผิวเนื้อเรียบเนียนบริเวณหน้าผากขึ้นเกร็ดอย่างสัตว์ร้ายมีพิษจำพวกงู
และเพียงพริบตาภาพร่างที่แท้จริงของปิศาจหนุ่มก็หายไป
เหลือเพียงรูปลักษณ์งดงาม
“ปล่อยฉัน”
นานะบิดตัวเองออกจากการเกาะกุมของปิศาจหนุ่ม
คว้าเอาโคมไฟข้างเตียงฟาดลงที่ศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรง
เรียกเลือดสีแดงสดไหลทะลักจากบาดแผลลงบนที่พื้นห้อง
แต่แผลแตกบนข้างขมับกับหายเป็นปลิดทิ้งในเพียงไม่กี่วินาที
เจโน่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“เมื่อวานฟาดผมเลือดออกไปทั่วห้องจนแจมินตกใจ
คุณยังไม่พอใจอีกเหรอ”
“แกตายนั่นแหละคือความพอใจของฉัน!” เสียงหวานตลาดลั่น
เขาเป็นบุคลิกที่นาแจมินสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากปีศาจร้ายที่ชื่อลีเจโน่
ปีศาจที่จะมาเอาตัวของแจมินไปอยู่ด้วย เพราะการพลั้งเผลอทำสัญญาแลกชีวิตกับมันในวัยเด็ก
เขาจะต้องทำให้สำเร็จแม้ว่าจะกลายเป็นคนโหดร้ายในสายตาของคนอื่นอย่างไรก็ตาม
“เฮ้อ....
พยศแบบนี้ผมก็ชอบนะ แต่ผมว่าวันนี้เรามาสนุกกันต่อจากเมื่อวานดีกว่า อ้อ อย่าลืมให้แจมินรับรู้ด้วยนะครับ”
ว่าจบ เรี่ยวแรงทั้งหมดของก็นานะหายไป
ร่างแบบบางทรุดลงในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างสูงที่มารอรับอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
ร่างเล็กถูกอุ้มมาวางบนเตียง
ก่อนที่ใบหน้าคมคายของปิศาจหนุ่มเลื่อนเข้าจุมพิตแผ่วเบา
กลีบปากบดคลึงเคล้าก่อนจะแทรกปลายลิ้นลามเลียสำรวจในโพรงปากชุ่มของแจมิน น่าแปลกที่นานะไม่ได้รู้สึกถึงหยาบโลนน่ารังเกียจ
มีเพียงความรู้สึกโอนอ่อนเท่านั้น
ริมฝีปากหยักยิ้มมุมปากละมุน
...น่ารักเสียจริง
จะนานะหรือแจมินก็ติดในรสสัมผัสของเขาทั้งนั้น
“คุณเป็นของผม
ไม่ว่าจะนานะหรือแจมิน คุณก็เป็นของผมคนเดียว”
แล้วค่ำคืนที่หวานล้ำก็เริ่มต้นขึ้นในห้วงแห่งความฝันที่ซ้อนทับกับความเป็นจริง
ความฝันที่สร้างขึ้นโดยปิศาจร้ายที่ชื่อลีเจโน่
และเป็นความฝันที่นาแจมินไม่อาจล้นหนีได้พ้น...
.
-------------------THE
END------------------
Talk
with เบบี้ซิสต้า
ไม่รู้ว่าจะเข้ากับไพ่ใบที่ได้มากน้อยยังไง
เราตีความให้น้องแจมินเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน
ในความใสซื่อของเด็กผู้ชายก็ซ่อนความลึกลับเอาไว้เป็นอีกบุคลิกหนึ่งคือน้องนานะ
กับคุณปิศาจลีเจโน่ที่มาในแนวปรากฏตัวลึกลับ สิ่งมีชีวิตลึกลับ
ที่จ้องจะจับน้องกิน 55555 ส่วนเรื่องราวเป็นมาอย่างไร จะลงเอยอย่างไร
คงต้องไปเดากันต่อเอา เอิ้ก
จริง ๆ
เป็นฟิคแปลงจากนิยายที่เคยแต่งไว้เล่น ๆ สมัยก่อนค่ะ เพราะงานเข้าเว่อ ๆ รร.
เปิดพอดี เลยลองเอานิยายที่มีมาดัดแปลง เสริมนู่น เติมนี่เข้าไป
พลอตยังคงมีช่องว่างอยู่เยอะแยะไปหมด แอบมีเนื้อหาสับสน พลิกไปพลิกมา ชวนให้เอ๊ะๆ
อยู่บ้าง เพราะเป็นการยัดซับพลอตร้อยแปดลงในเวิร์ด 27 หน้า อ่านแล้วงง ต้องขออภัย
มือใหม่หัดแต่งจริง ๆ ข่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น