วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561

2. THE HIGH PRIESTESS


Title : DREAM IN THE DREAM
Card : 2.THE HIGH PRIESTESS
Tag : -
Author : เบบี้ซิสต้า


--- DREAM IN THE DREAM ---
.
.
            “ไพ่ใบที่ 2 THE HIGH PRIESTESS พูดถึงความไม่ชัดเจน ความซับซ้อนในความสัมพันธ์ เหมือนพระจันทร์ที่ส่องสว่าง และมืดลงในบางวัน ช่วงนี้นายอาจจะเจอความสัมพันธ์ที่มีความลึกลับซับซ้อนก็ได้นะแจมิน...”
            “....”     
“...แจมิน แจมินนา...เฮ้ย แจมิน ได้ยินมั้ย”
ลีดงฮยอกหรือลีแฮชานที่เพื่อน ๆ เรียกกันโบกมือเรียวไปมาหน้าเพื่อนสนิทที่ตั้งแต่มาถึงร้านก็เอาแต่นั่งเหม่อไม่พูดไม่จา แถมทำท่าเหมือนจะไม่ได้ฟังความหมายของไพ่ทาโรต์ที่ตัวเองจับขึ้นมาเมื่อครู่ที่เขาทำนายให้ไปก่อนหน้านี้ด้วย หนุ่มตัวเล็กผิวแทนทำหน้ามุ่ย
เรียกก็แล้ว โบกมือก็แล้ว ถ้ายังไม่สนใจกันแบบนี้ล่ะก็...
นิ้วเล็กๆจัดการดีดเปรี้ยงเข้าหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งแรง
“โอ้ย!— อะไรของนายเนี้ย!” ได้ผลเกินคาด นาแจมินลุกพรวดโวยวายกลางร้านอาหารทันที ก่อนจะค่อยๆนั่งลงเมื่อสายตานับสิบของคนในร้านจ้องมาที่เขา
“ลีแฮชาน เมื่อกี้มันเจ็บนะเฟ้ย” หนุ่มหน้าหวานกัดฟันพูดอย่างแค้นๆ ยกมือลูกหน้าผากตัวเองป่อยๆ
“ก็ใครใช้ให้แกไม่ฟังฉันล่ะ เป็นคนนัดฉันมากินข้าวแท้ ๆ ขอให้ฉันดูไพ่ทาโรต์ให้ แต่ปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวเนี้ยนะ”  หนุ่มผิวแทนโวยวาย
“อ่า...ขอโทษๆ พอดีเมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อย อย่าโกรธเลยน่า เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
แค่ได้ยินคำว่าเลี้ยง รอยยิ้มก็ปรากฏบนริมฝีปากอิ่มแสดงถึงความพึงพอใจ
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ เพราะฉันไม่พกกระเป๋าตังมา แล้วตกลงที่ว่ามีเรื่องจะปรึกษามันเรื่องอะไรล่ะ” คนตัวเล็กวกเข้าจุดประสงค์ที่เพื่อนรักตั้งแต่สมัยมัธยมนัดเขามาทานข้าวด้วยกันวันนี้
นี่เห็นว่าเพื่อนมีเรื่องจะปรึกษาหรอกนะ ไม่งั้นคนติดบ้านอย่างเขาก็ไม่อยากมาต้องลมหนาวนอกบ้านนักหรอก
“คือ...เอ่อ นาย ...เอ่อ ” ฟันขาวกัดบนริมฝีปากล่างตัวเองอย่างไม่กล้าพูด อ้ำๆอึ้งๆเสียจนคนหงุดหงิดง่ายอย่างลีดงฮยอกอยากวีนอีกรอบ
“เรื่องอะไรก็ถามมาเถอะน่าแจมิน จะอ้ำๆอึ้งๆทำไม”
เด็กหนุ่มซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะดีสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดออกมาเสียงเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
“คือ...นายเคยฝันแบบนั้นมั้ย...”
“ฝัน? แบบนั้นนี่มันแบบไหนล่ะ พูดให้มันชัดๆหน่อยสิ”
“ก็แบบที่ฝันว่าเกือบจะมีอะไรกับคนที่ไม่รู้จักน่ะ”
“ห๊า! ฝันเปียกอ่ะนะ!?” เสียงแหลมใสอันเป็นเอกลักษณ์ตะโกนลั่นร้าน เรียกให้สายตาคนทั้งร้านหันมามองอีกครั้ง
“เฮ้ย! ชู่— นายเสียงดังเกินไปแล้ว” มือขาวรีบยกปิดปากเพื่อนตัวแสบของเขา ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย
แฮชานส่งเสียงอู้อี้ๆให้อีกฝ่ายเอามือออก
“ถ้าแค่เรื่องทั่วไปของผู้ชายสุขภาพดีแบบนี้นายจะเอามาปรึกษาฉันทำไม”
“ก็ฉันรู้สึกว่ามันผิดปกติน่ะสิ ฉันฝันแบบเดิมๆมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ แถมในฝันนั่นมันดันเหมือนจริงมากด้วย ตื่นมาแล้วนอนไม่หลับทุกคืนเลย ดูใต้ตาฉันสิ”แจมินบอกถึงสิ่งที่มันเกินกว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปให้เพื่อนตัวเล็กฟัง ก่อนจะชี้ให้เห็นว่าใต้ตาเขาคล้ำเป็นหมีแพนด้าจริงๆ
“ที่ว่าไม่ค่อยได้นอนก็เพราะแบบนี้นี่เองสินะ”
ใบหน้าหวานพยักหน้าขึ้นลง
ในฝันของเขาทุกอย่างเหมือนจริงมาก เหมือนทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง มันเหมือนเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่ามันไม่ใช่ฝัน
“แล้วคนในฝันที่นายมีอะไรด้วยเป็นใครล่ะ”
“แค่เกือบน่า เกือบ เป็นใครนี่ฉันไม่รู้อ่ะ ตอนที่เกือบจะได้เห็นหน้าหมอนั่น ฉันก็ตื่นขึ้นมาทุกทีเลย”
 “หา?-- นายบอกว่า หมอนั่น? นี่นายฝันว่ามีอะไรกับผู้ชายงั้นเหรอเนี้ย” ลีดงฮยอกแสร้งทำหน้าตกใจเกินจริง
“ก็บอกแล้วไงว่าเกือบ ยังไม่ได้มีอะไรกันซะหน่อย!” ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัด น่ารักเสียจนคนขี้แกล้งอย่างดงฮยอกอดที่จะเย้าแหย่ต่อไปไม่ได้
“แล้ว...นายอยู่บนหรืออยู่ล่างล่ะ” ริมฝีปากอิ่มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
แจมินอ้าปากค้าง ยกมือไม้กวาดอากาศไปมาอย่างไม่รู้จะตอบอะไร ยิ่งทำให้คนตัวเล็กหัวเราะอย่างชอบใจ
“ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าอยู่ข้างล่างล่ะสิ”
“ม—ไม่ใช่ซะหน่อย! ไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับนายแล้ว!” นาแจมินหันหน้าหนีอีกฝ่ายที่ยังหัวเราะไม่เลิก นี่เขาคิดผิดสินะที่เอาเรื่องนี้มาปรึกษาแฮชาน
ใครว่าเขาอยู่ข้างล่างกันล่ะ บางครั้งเขาก็อยู่ข้างบนเถอะ!
.
.
แจมิน ถ้านายกลัวผู้ชายในฝันนั่น นายก็ไม่ต้องนอนสิ จะได้ไม่ต้องฝัน
ชายหนุ่มนึกถึงคำแนะนำของเพื่อนชายตัวเล็ก แล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
พูดน่ะมันง่าย แต่มันทำยากเนี้ยสิ
แต่เขาก็ชักจะกลัวความฝันนี้ขึ้นมาจริงๆซะแล้วสิ ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา ทันทีที่เขาหลับ เขาต้องโดนผู้ชายคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก และไม่เห็นหน้ามาทำนู่นทำนี่กับร่างกายของเขา
พอนึกถึงฝันก็พลอยจะนึกจินตนาการไปถึงหน้าตาของคนในฝันด้วย เพราะถึงเขาจะไม่เห็นหน้าก็เถอะ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าชายในฝันหน้าตาดีระดับหนึ่งเลยล่ะ ไหนจะสันกราม ไหนจะจมูกโด่ง เส้นคิ้วดกดำ และโครงหน้าที่ชัดเจน
รวม ๆ แล้วก็...หล่อ
“เอ๊ะ...แล้วทำไมต้องมานั่งจินตนาการด้วยล่ะเนี้ย ว๊ากกกก” คนตัวเล็กทึ้งหัวตัวเองไปมาอยู่ในห้องพักของตัวเอง ห้องพักที่มีเขาอยู่คนเดียว
“เฮ้อ...โชคยังดีที่ยังไม่มีอะไรเกินเลยเพราะตื่นขึ้นมาซะก่อน”
แต่ไม่รู้ว่าถ้าเขายังมีความฝันแบบนี้ไปเรื่อยๆ เขากับผู้ชายคนนั้นอาจจะ...
“ว้ากกก! อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ นาแจมิน!” ว่าแล้วก็ลงไปดิ้นๆบนเตียงต่อ
หลังจากที่ดิ้นไปดิ้นมา ระบายอารมณ์หงุดหงิดที่มีให้ตัวเองที่เผลอคิดอะไรแปลกๆออกไปเสร็จแล้วเขาก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
เอาล่ะ! ลองไม่นอนดูซักคืนแล้วกัน!
.
.
“เอ๊ะ--?”
ดวงตากลมโตมองไปรอบๆตัว ภาพทุกอย่างดูพร่าเลือน ขมุกขมัวไปด้วยกลุ่มหมอกสีขาว กลุ่มหมอกที่เขาได้เห็นมาตลอด 6-7 คืนที่ผ่านมา
“ความฝันนั่นอีกแล้ว!
ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะเหรอ? แล้วทำไมเขาถึงฝันอีกแล้วล่ะ?
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของคนตัวเล็ก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ย” เหตุการณ์ที่ยากจะเข้าใจที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ทำให้เสียงหวานโวยวายอย่างหัวเสีย
ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยน เมื่อรู้สึกถึงแรงกอดรัดจากด้านหลัง
“อ๊ะ! ตกใจหมดเลย!
สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้แจมินรู้ได้ทันทีว่าคนด้านหลังของเขาเป็นใคร
“ช่วยเลิกมาเงียบๆแบบนี้ซะที--อื้อ--” ริมฝีปากชมพูระเรื่อถูกประทับปิดแนบแน่น
ใบหน้าหวานเอียงรับสัมผัสอย่างไม่รู้ตัว
ริมฝีปากหยักดูดดุนอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆล้ำลึกขึ้นทีละน้อย เหมือนต้องการให้คนถูกจูบได้เตรียมตัวให้พร้อมกับจูบที่เขาจะมอบให้หลังจากนี้  
ทันทีที่ปลายลิ้นอุ่นร้อนรุกล้ำเข้ามาในริมฝีปากอิ่มอย่างช่ำชอง คนตัวเล็กก็รับรู้ได้ถึงรสชาติหอมหวานของผลไม้โปรดที่เขาชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก
...สตรอเบอร์รี่?
ทักษะการใช้ลิ้นไล้โลมและจังหวะดูดดึงชวนให้ใจระทึกค่อยๆทำให้ความตื่นตระหนกในตอนแรกถูกเปลี่ยนเป็นความดื่มด่ำชวนสะท้าน เหมือนดังที่แจมินได้สัมผัสตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เบาสบาย ล่องลอย หอมหวาน แต่ร้อนแรง...
เขากำลังฝัน และในฝันก็มีผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนเดิมที่มามอบจูบแสนร้อนแรงให้เขา
ถึงคนตัวเล็กจะพยายามห้ามใจไม่ให้รู้สึกอะไรก็เถอะ แต่จูบที่ร้อนแรงปลุกเร้าเช่นนี้ เขาต้านไม่ไหวจริงๆ
...เขาจะละลายอยู่แล้ว!
ริมฝีปากหนักแน่นถอนออกและพิศใบหน้าที่แดงจัดและน้ำตาซึมเพราะรสจูบ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหล่าในสายหมอก
น่าแปลกที่ระยะใกล้กันขนาดนี้ แต่แจมินกลับไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เห็นเพียงดวงดาวสีเข้มที่ใต้ตาข้างขวาเท่านั้น
...ไฝใต้ตางั้นเหรอ
คนตัวเล็กหอบหายใจตักตวงเอาอากาศเข้าปอดตัวเอง
อาการปวดหนึบที่ช่วงล่างบอกให้รู้ว่าจูบเมื่อครู่มันกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้นเข้าเสียแล้ว
เขารู้สึกแค่เพราะจูบเนี้ยนะ!
“หวา!” เด็กหนุ่มร้องตกใจ เมื่อจู่ๆร่างของเขาก็ลอยขึ้นเหนือพื้นเพราะแรงอุ้มของใครอีกคน แขนขาวคว้าเข้าคอของอีกฝ่ายอย่างกลัวตก
            นอกจากรสจูบอันเผ็ดร้อนแล้ว สิ่งหนึ่งที่แจมินค่อนข้างมั่นใจคือผู้ชายคนนี้แข็งแรงมาก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ไปเสียหน่อย สำหรับเด็กหนุ่มอายุ 18 ปีที่มีส่วนสูงแตะ 178 เซ็นติเมตร แต่โดยรวมแล้วเขายังหนักมากกว่าแฮชานที่ตัวเล็กกว่า เพราะฉะนั้นคนที่อุ้มเขาได้ตัวลอยเหมือนอุ้มตุ๊กตาเช่นนี้ ไม่กล้ามใหญ่ก็คงต้องแรงเยอะมากๆ
            “ชอบรึเปล่า...จูบเมื่อกี้” เสียงทุ่มนุ่มพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงที่แจมินพึ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
            เขาพึ่งจะเคยได้ยินเสียงของผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก!
            “จูบรสสตรอเบอร์รี่ ที่นายชอบไง แจมิน”
            แจมิน?
            “นายรู้จักชื่อฉัน นายรู้จักฉันงั้นเหรอ! นี่นายเป็นใค--!” เสียงหวานถูกกลืนอีกครั้งด้วยความอุ่นร้อนของริมปีปากที่บดเบียดลงมาอย่างหนักหน่วง
            บทเพลงจูบอันร้อนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง          
คนตัวเล็กมีสติรับรู้เล็กน้อยเมื่อถูกวางลงบนอะไรนุ่มๆที่พอจะเดาได้ว่าเป็นเตียง
 ริมฝีปากหยักของชายปริศนาค่อยๆไล้เล็มผิวเนื้อหวานหอมของคนตัวเล็ก ราวกับจะไล่ชิมผิวกายของเด็กหนุ่ม ก่อนจะขบเม้มสร้างรอยสีชมพูระเรื่อที่ลำคอระหง สร้างความวาบหวิวเสียจนเสียงใสครางเครือในลำคอของตัวเอง
“อ--อื้อ” ร่างเล็กเอียงคอรับสัมผัสร้อนรุ่มอย่างเคยชิน
ชายหนุ่มยกยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็น ดวงตาคมมองตรงไปที่คนตรงหน้ากำลังหอบหายใจ และส่งเสียงกระเส่าน่าฟังเพราะอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
...เซ็กซี่
เสื้อผ้าทั้งหลายของแจมินลงไปกองบนพื้นห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าถึงแม้อากาศในความฝันนี้จะเย็นยะเยือก แต่เขาไม่รู้สึกหนาวสักนิด ตอนนี้ร่างกายของเขามันร้อนผ่าวไปหมด
ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นอกที่แอบมีกล้ามเนื้อของคนตัวเล็กช้าๆ แกล้งทำทีลากปลายนิ้วสะกิดผ่านยอดอกสีชมพูน่ามองของอีกฝ่าย
“อื้อ--”
แผ่นอกขาวแอ่นสู้มืออย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ทุกสัมผัสที่มือร้อนนั้นลากผ่าน ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราบให้เขาวูบโหวงในช่องท้อง
เสียงครวญหวานของนาแจมินยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มปรารถนามากยิ่งกว่านี้
...คืนนี้เขาจะไม่ทนแล้ว
ชายหนุ่มโอบกอดร่างที่หอบรัวเข้ามาในอ้อมอก เขาจุมพิตประทับบนหัวไหล่ขาวจนเป็นสีกลีบซากุระไปทั่ว แผ่นอกของเด็กหนุ่มกระเพื่อมขึ้นลงระรัวเมื่อริมฝีปากร้อนไล้เล็มจนถึงยอดอก เพียงสัมผัสปลายลิ้นชุ่มช่ำก็มีปฏิกิริยาแข็งขันขึ้นชัดเจน ยิ่งน่ารักเสียจนชายหนุ่มหยุดที่จะหยอกเย้าเล้าโลมไม่ได้
 “งื้ออ--ไม่เอา...”
“ไม่เอาอะไร”
“ไม่เอาแบบนี้ --อื้อ ”
แจมินพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับมา แต่เพราะมือใหญ่ที่ยังคงลูบไล้ลงต่ำไปเรื่อยๆ พร้อมกับริมฝีปากชุ่มช่ำที่ขบเม้มไปทั่วเหมือนกำลังดูดกลืนความหวานบนผิวเนื้อของเขา มันทำให้เด็กหนุ่มเคลิบเคลิ้มเสียจนลืมเรื่องทุกอย่างในหัวไปเกือบหมด
...ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกดี
แต่เดี๋ยวสิ!
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมันก็จะไม่ต่างไปจากฝันที่ผ่านๆมา เขาต้องทำอะไรซักอย่าง!
            เขาออกแรงเฮือกสุดท้าย พลิกอีกฝ่ายให้ไปอยู่ด้านล่างของตนแทน
            ชายหนุ่มในม่านหมอกไม่ได้ตกใจเสียเท่าไหร่ ดวงตาคมดุอย่างราชสีห์มองคนตัวเล็กที่กำลังหอบหายใจแรงเหมือนพึ่งไปออกกำลังกายอย่างหนักมา ร่างเล็กนั่งคร่อมอยู่บนลำตัวของเขา เหมือนต้องการจะล็อคไม่ให้เขาขยับเขยื้อนไปไหน
            “....อยากอยู่ข้างบนเหรอ นาแจมิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน มือใหญ่ยังไม่หยุดลูบไล้ท่อนขาขาวที่ขนาบอยู่สองข้างตัวของเขา
            คนถูกเรียกชื่อจริงขบกรามแน่น
            “ตอบมาเดี๋ยวนี้นะว่านายเป็นใคร!” เด็กหนุ่มตวาดใส่คนตัวโตด้านล่างเสียงขุ่น
“ทำไมต้องอยากรู้ด้วยล่ะ หืม” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยคำถาม
นิ้วเรียวกำหมัดแน่น
หมอนี่ตั้งใจกวนประสาทเขา!
แถมตอนนี้ยังไม่หยุดลูบ หยุดคลึงบั้นท้ายของเขาสักที!
“ถ้านายไม่ตอบฉันมา ฉันต่อยนายจริงๆด้วย!” ถึงจะไม่รู้ว่าในฝันแบบนี้ต่อยไปแล้วอีกฝ่ายจะเจ็บรึเปล่าก็เถอะ
ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อได้ยินคำขู่แสนน่ารักของคนตัวเล็ก
...นาแจมินที่เป็นแบบนี้ เขาก็ชอบ
“ลองดูสิ...” เสียงทุ้มเอ่ยยั่ว
“ได้! อ๊า—ป...ล่อยนะ”
มือใหญ่ที่เคยเคล้นคลึงผิวเนื้อ เปลี่ยนหน้าที่มาเด็ดดึงยอดอกและสัมผัสหนักหน่วงที่เบื้องล่างของคนตัวเล็ก ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน กำปั้นน้อยๆที่เตรียมจะซัดคนข้างล่างซักหมัดสองหมัด ไร้เรี่ยวแรงตกอยู่ข้างลำตัว  
ร่างเล็กทรุดลงไปกองบนแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย ใบหน้าหวานซุกลงที่ซอกคอของชายหนุ่ม พยายามกลั้นเสียงร้องน่าอายของตัวเองเอาไว้  แต่ยากเหลือเกินเพราะตอนนี้ในตัวของเขาเหมือนมีเพลิงเผาผลาญที่ลุกโชน ยิ่งสัมผัสด้านล่างเร่งเร้ามากเท่าไหร่ ไฟนั้นก็ยิ่งโหมกระหน่ำ
“ว่าไง...ไม่ต่อยแล้วเหรอ” ชายหนุ่มยังไม่หยุดยั่วเย้า
            ตอนนี้อย่าว่าแต่จะต่อยใครเลย แรงจะทรงตัวเขายังจะไม่มี เหมือนร่างทั้งร่างกลายเป็นเทียนไขที่ค่อยๆละลายเพราะความร้อนแรงที่ได้รับ
            “อ๊ะ – หยุดนะ หยุด....” ถึงร่างกายจะไม่ทำตาม แต่สมองก็ยังสั่งให้เขาต่อต้านอยู่
            ชายหนุ่มยกยิ้ม ปากก็ร้องห้ามแต่ข้างล่างนี่สู้มือเขาไม่หยุด
            ...น่ารักซะจริง   
ชายหนุ่มละมือจากส่วนร้อนผ่าวไปเปลี่ยนเป้าหมายไปที่บั่นท้ายแน่นหนั่น ดึงรั้งให้ร่างกายเล็กเบียดแนบชิดกับความร้อนแรงด้านล่างของเขา
            “หยุดตอนนี้คงไม่ดีต่อทั้งสองฝ่ายนะ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ใบหูแดงกล่ำของคนตัวเล็ก
            นาแจมินตกใจกับความแข็งขืนเบื้องล่างที่สัมผัสได้ ไม่มีฝันครั้งไหนที่เกินเลยมาถึงขั้นนี้เลย
            ...หรือครั้งนี้เขาจะได้มีอะไรกับคนในฝัน อย่างที่แฮชานว่าจริงๆ
            ร่างสูงใหญ่พลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายคร่อมแจมินอีกครั้ง หัวเข่าลากผ่านหว่างขาแยกให้เรียวขาข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มยกสูงขึ้นโอบรอบต้นขา ยิ่งมือเอื้อมลงกระชับสะโพก แรงเสียดสีเบื้องล่างยิ่งพาลให้แจมินร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม
            ชายหนุ่มก้มลงประทับริมฝีปากแนบแน่นสอดปลายลิ้นจุมพิตด้วยอารมณ์ปรารถนารุนแรง ลูบไล้ฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าวไปตามผิวกายนุ่มนวลและสัมผัสกล้ามเนื้อแน่นตึงกับผิวขาวที่บอบบางอย่างหื่นกระหายพันธนาการแจมินด้วยโซ่แห่งตัณหาจนหมดทางขัดขืน
            ...ม--ไม่ไหว ระดับนี้เขาทนไม่ไหวจริงๆ
            “อ...อย่า ตรงนั้น!!
            ร่างแบบบางแทบกรีดร้องเมื่อชายที่ร้ายกาจลากริมฝีปากกลืนกินลงเบื้องล่างปรนเปรอด้วยปลายลิ้นและสัมผัสในริมฝีปากดูดดึงเผ็ดร้อนรุนแรง
            ความร้อนจากร่างกายของเด็กหนุ่มในริมฝีปากช่างอร่อยล้ำ ชายหนุ่มปริศนาเร่งเร้าสลับผ่อนคลายเพื่อให้เสียงครวญน่าเอ็นดูดังขึ้นไปอีก           
ขณะที่แจมินกำลังจะสิ้นสติเพราะความวาบหวิว จู่ๆชายหนุ่มก็หยุดการปรนเปรอ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างหัวเสีย
            “วันนี้มีคนมาขัดจังหวะซะแล้วล่ะ แจมินนา”
            “อื้อ...ห๊ะ?”
ร่างเล็กยังไม่ทันจะได้ตีความกับคำพูดของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็โถมตัวทาบทับ ปลายลิ้นร้ายกาจรุกรานริมฝีปากอิ่มที่ตอนนี้ช่ำวาวไปหมด
ชายหนุ่มมอบจูบลาส่งท้าย เป็นจูบที่รุ่มร้อน รุนแรงแต่หวานล้ำยิ่งกว่าจูบไหนๆ จูบที่ทำให้คนไม่ประสีประสาอย่างแจมินเคลิ้มฝันและล่องลอย
เขาถอดถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง หยาดน้ำเยิ้มเป็นสายเชื่อมสองริมฝีปากได้รูปที่ค่อนๆถอยห่างจากกัน
            เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูคนตัวเล็ก
            “ลี เจโน่ นั่นล่ะชื่อของผม...”
            .
            .
            ร่างเล็กสะดุ้งตัวพรวดขึ้นจากเตียงนอน หอบหายใจแรงไม่หยุดเหมือนเขาเพิ่งไปวิ่งรอบโกซอกโดมซักสิบรอบมา ดวงตากลมโตมองไปรอบๆตัว เจอภาพที่คุ้นตา
            ...ห้องนอนของเขา
            ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังเป็นสีดำมืด นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาตีสองกว่าๆ
            ประสาทสัมผัสของเขาค่อยๆกลับมา และรับรู้ได้ถึงเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่กำลังแผดเสียงดังลั่นอยู่ที่หัวเตียง
โทรศัพท์นี่สินะที่ปลุกให้เขาตื่นจากฝันที่แสนวาบหวามนั่น
มือเรียวเอื้อมจะไปหยิบมือถือ แต่อาการปวดหนึบที่หว่างขาทำให้เขาชะงัก
เขาถึงได้บอกไงว่า ฝันนั่นมันเหมือนจริงมากๆ เหมือนจนคิดว่าเป็นเรื่องจริง เหมือนซะจนแจมินน้อยของเขาเข้าตื่นขึ้นมาจริงๆ
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มารับได้สำเร็จ หน้าจอโชว์หมายเลขโทรศัพท์ที่เมมชื่อไว้ว่า ช็อคโก้บอล
“รับช้ามาก นาแจมิน!”เสียงแหลมปลายสายวีนลั่น จนเขาต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู
แต่ต้องขอบคุณเพื่อนรักจริงๆที่โทรมาในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นเขาได้ตกเป็นของชายปริศนาในฝันนั่นแน่ๆ
“ขอบคุณนะที่โทรมา ไม่อย่างนั้นฉันแย่...”
...เอ๊ะ?
พอพูดถึงความฝัน เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
ชายคนนั้นบอกชื่อกับเขา!
...ลี...
“นี่ แจมิน ได้ยินมั้ย นาแจมิน!” แฮชานตะโกนเรียกเพื่อนผ่านทางโทรศัพท์ที่เงียบนานเกินเหตุ
            “แฮชานนา! ฉันรู้ชื่อของผู้ชายที่อยู่ในฝันแล้ว! ลี ลี เจโน่ หมอนั่นชื่อลีเจโน่ล่ะ!” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
            ในที่สุดก็ได้รู้ว่าชายในฝันนั่นเป็นใคร!
            ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ แจมินก็พาร่างหน่วงๆของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ กะจะล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง แต่ภาพที่สะท้อนในกระจก ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
            เสียงหวานสั่นระริกพยายามกรอกเสียงไปยังปลายสาย
            “ฮะ แฮชาน มาหาฉันที่บ้านที...”
            .
            .
            “สรุปว่ามันไม่ใช่ฝัน?”     
            “ตอนแรกฉันก็มั่นใจว่ามันเป็นฝันนะ...ต--แต่ดูรอยพวกนี้สิ” นาแจมินชี้ให้เพื่อนผิวแทนเห็นร่อยรอยสีชมพูอ่อนบนผิวกายตั้งแต่ลำคอไปจนถึงแผงอกของเขาเป็นหลักฐาน
            ถึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อย่างแฮชาน ก็รู้ว่าไอ้รอยแดงๆพวกนี้เป็นรอยจูบ
            “นายแน่ใจนะว่าไม่ได้เมคเลิฟกับใครที่ไหนแล้วลืมน่ะ” ดงฮยอกลองถามดู เผื่อว่าเพื่อนของเขาจะจำได้
“จะใช่ได้ยังไงเล่า!” เสียงหวานโวย
นี่แฮชานคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหนกัน!
 “พอเห็นรอยพวกนี้ฉันยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่คิดตลอดสัปดาห์มันเป็นเรื่องจริง มีคนมองฉัน มีคนจ้องมองฉันอยู่ตลอดเวลาเลย สาบานได้ว่าฉันไม่ได้คิดไปเอง” ว่าพลางสอดส่ายนัยน์ตากลมโตไปทั่วห้อง
เขาไม่ได้รู้สึกไปเองว่ากำลังมีคนจ้องมองเขาอยู่ บางทีตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง
 “คิดมากน่า แล้วเป็นไงสงบจิตสงบใจลงได้บ้างรึยัง?”
หลังจากที่ได้ยินเสียงสั่นๆตอนคุยโทรศัพท์กัน เสียงที่เขาไม่ค่อยจะได้ยินจากแจมินเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่ได้มีเรื่องน่ากลัวจริงๆ เขาก็เลยรีบบึ่งรถมาหาทันทีแม้ท้องฟ้าจะยังไม่สว่างดี
มาถึงก็โดนแขนขาวๆนั่นรัดจนแทบกระดุกกระดิกไปได้ไม่ได้อยู่นานสองนาน ก่อนจะได้มานั่งคุยกับแบบนี้ 
“แล้วคุณลีเจโน่ที่ว่านั่นหน้าตาเป็นยังไงล่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้หรอก ไม่ได้เห็นหน้า จำได้แต่เสียงน่ะ”
เขายังจำเสียงทุ้มที่กระซิบบอกชื่อตัวเองที่ข้างหูของเขาได้อยู่เลย มันเหมือนกับว่าผู้ชายคนนั้นมาพูดอยู่ข้างหูตลอดเวลา
และอีกอย่างที่เขาจำได้แม่นยำ
“...ไฝ แฮชาน หมอนั่นมีไฝใต้ตาขวา”
...ไฝที่ทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างในอดีต เหตุการณ์ที่แจมินและแฮชานพยายามจะลบออกไปจากความทรงจำ
            เพื่อนตัวเล็กรีบคว้ามือเรียวของแจมินมากุมไว้แน่น
 “แฮชาน....ฉันกลัว” แจมินพูดเสียงสั่น
            แม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้ขยายความออก แต่ดงฮยอกรับรู้ได้ว่าเพื่อนกำลังกลัวอะไร
กลัวบางอย่างที่จะซ้ำรอยกับอดีตซึ่งไม่น่าจดจำ
เด็กหนุ่มผิวแทนดึงเพื่อนเขามากอด แล้วลูบหลังให้ผ่อนคลาย
“ไม่ นายอาจจะคิดไปเองก็ได้แจมิน มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจเย็นไว้นะ ทุกอย่างจะต้องโอเค”
“แล้วถ้าฉัน...”
เด็กหนุ่มตัวเล็กกดศีรษะกลมของเพื่อนเข้ากับไหล่เบา ๆ ไหล่แคบสัมผัสถึงความเปียกชื้น จึงโยกตัวคนในอ้อมกอดไปมา คล้ายกับกำลังปลอบเด็กน้อยขี้แยคนหนึ่ง
“ชู่....ไม่เอา เลิกคิด เอางี้ นายไปนอนบ้านฉันซักสองสามคืนดีมั้ย?”
.
.
แจมินนา นายโอเคแน่นะ
นั่นเป็นคำถามที่แฮชานหรือดงฮยอก เพื่อนผิวแทนช็อคโก้บอลของเขาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเขาตัดสินใจที่กลับบ้านของตัวเอง
เขาคิดว่าตัวเอง โอเคแล้วล่ะ
หลังจากที่ได้ไปนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ที่บ้านเพื่อนสนิท 2-3 คืน ความฝันหื่นกามนั่นก็ไม่เกิดขึ้นอีก เขาเลยคิดขึ้นมาว่า บางทีเขาอาจจะวิตกกังวลไปเองก็ได้ รอยแดงที่เหมือนรอยจูบพวกนั้นเขาก็พยายามคิดให้มันเป็นรอยแมลงกัดไปซะ หรือจริงๆแล้วเขาอาจจะไปแพ้อะไรซักอย่าง
พอคิดได้แบบนี้ ก็สบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นแทนที่จะไปรบกวนบ้านของแฮชาน สู้กลับมาอยู่ห้องของตัวเองดีกว่า
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง
...คงไม่เป็นอะไรหรอก คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก
แจมินไขกุญแจเข้าห้องตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดมือแล้วอุทานออกมาอย่างสงสัย
“...เอ๊ะ?”
ห้องไม่ได้ล๊อค?
มือเล็กที่จับลูกบิดประตูสั่นน้อยๆ
เขาจำได้ว่าล๊อคแล้วนี่นา หรือว่าขโมย!
แจมินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ร่างเล็กค่อยๆเดินเข้าไปในห้อง เขาคว้าเอาไม้เบสบอลมาถือไว้ในมือ อย่างน้อยถ้ามีขโมยอยู่ในห้องจริง เขาก็พร้อมหวดล่ะนะ
เขาค่อยๆเปิดดูแต่ละห้องห้องว่ามีคนอยู่รึเปล่า แต่ก็ไม่พบใคร ก่อนจะตัดสินใจวิ่งพรวดเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเป็นห้องสุดท้าย
“ย๊ากกกกก! ออกมานะเจ้าหัวขโมย!! อ่าว...?”
ไม่มีใคร?
หรือว่าเขาจะลืมล๊อคห้องจริงๆนะ
มือเรียวปล่อยไม้เบสบอลลงบนพื้นห้องอย่างโล่งอก
“โธ่ นึกว่าจะโดนขโมยเล่นงานซะแล้ว--อื้อ”
ชายร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาทางด้านหลังของแจมิน มือใหญ่ปิดปากคนตัวเล็กไม่ให้ส่งเสียง แขนอีกข้างรัดแน่นไม่ให้หนุ่มน้อยที่กำลังตื่นตกใจขยับไปไหน
“ชู่~ นานะของผมอย่าดิ้นสิ”
หมอนี่คือ ลี เจโน่ !
เขาจำได้ เขาจำร่างกายสูงใหญ่ จำฝ่ามือร้อนผ่าว จำเสียงที่ยังก้องอยู่ในหูของเขามาตลอดสามวันที่ผ่านมาได้!
แจมินยิ่งดิ้นแรงเข้าไปอีก เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
ครั้งนี้เขามั่นใจแน่ๆแล้วว่า ไม่ใช่ความฝัน
ลีเจโน่เข้ามาในห้องของเขาได้ยังไงกัน!
“ยิ่งดิ้นผมยิ่งมีอารมณ์นะ...” เจโน่กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูคนตัวเล็ก ได้ผล เด็กหนุ่มหยุดดิ้นทันที
ชายที่ชื่อเจโน่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระ
แต่ร่างเล็กไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง
....อย่าหันไป นาแจมิน นายห้ามหันไปนะ
แต่เหมือนฟ้าจะไม่ปรานีความพยายามของเด็กหนุ่ม คนตัวเล็กถูกจับหันกลับไปมองผู้บุกรุก
ใบหน้าหล่อเหลาได้รูป รอยยิ้มที่มุมปาก และร่างกายสูงใหญ่ตรึงเด็กหนุ่มให้หยุดนิ่ง ดวงตาคมที่จ้องมองลงมาที่เขา ทำให้เขารู้สึกสับสน ยุ่งเหยิง และหวาดกลัวอย่างประหลาด
ดวงดาวสีเข้มที่ใต้ตาขวาบนใบหน้าที่พระเจ้าสรรสร้างนั่น....
ใบหน้าหวานกดต่ำลง ดวงตากลมโตเหม่อลอยเมื่อความกระหายอยากบางประการแล่นริ้วจากปลายประสาท
...อีกแล้ว มันมาแล้ว...
นาแจมินขบกรามแน่นคล้ายอดกลั้นบางสิ่งไว้ บางสิ่งที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก บางสิ่งที่เหมือนกับสัตว์ร้ายพร้อมจะฉีกกระชากกัดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยคมเขี้ยวแหลมคมให้ขาดสะบั้น
            “มะ-ไม่ว่านายจะเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง ฉันขอร้องล่ะ กลับไป ออกไปจากห้องนี้ อย่ามายุ่งกับฉัน ”
“ลี เจโน่...ผมรู้ว่าคุณจำได้”ชายหนุ่มเอ่ยราบเรียบ
ช่วงขายาวค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แจมินถอยหลังจนชิดผนังห้อง
 “อ--อย่าเข้ามานะ” เสียงใสตวาดลั่น แม้จะตระกุกตระกักไปบ้างก็ตาม
นั่นยิ่งเรียกรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มให้เพิ่มขึ้น สองแขนที่ประดับไปด้วยกล้ามเนื้อยกขึ้นปิดทางหนีของคนตัวเล็กไป
ใบหน้ารูปสลักก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือดและร่างกายซึ่งสั่นสะท้าน
....อย่าเข้ามา ได้โปรด
“เรื่องที่ว่าผมเข้ามาได้ยังไง...ก็เพราะว่าผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณยังไงล่ะ...นาแจมิน”
สิ้นเสียงทุ้มต่ำ เด็กหนุ่มก็โดนอาการวิงเวียนเข้าจู่โจม แขนที่เคยใช้ดันให้อีกฝ่ายออกห่างตัวตกไปอยู่ข้างลำตัว ร่างกายอ่อนเปลี้ยจนไม่สามารถบังคับได้ ร่างเล็กทรุดลงในอ้อมกอดของคนตรงหน้า
 “น--นายทำอะไรฉัน...” แค่การเค้นเสียงให้ออกมายังเป็นเรื่องลำบาก
 “ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหนีไปไหนได้อีก นาแจมิน...”
ภาพเบื้องหน้าของคนตัวเล็กค่อยๆพร่าเลือน แต่เขายังทันได้เห็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนในหน้าหล่อเหลานั่น
...ไม่....ได้โปรด อย่าทำให้ฉันหลับ ได้โปรด นายไม่ควรทำให้ฉันหลับ ขอร้อง ลีเจโน่ อย่าทำให้ฉันหลับ
“คุณเป็นของของผม...”
แล้วภาพทุกอย่างของนาแจมินก็ดับวูบลง
.
.
.
...ถ้าหากคุณรู้สึกว่ามีคนคอยตาม คอยมองอยู่ตลอดเวลา ห้องนอนถูกบุกรุก หรือหลับไปอย่างไม่รู้ตัว คุณอาจกำลังตกเป็นเหยื่อของสโตกเกอร์โรคจิต...
แฮชานปิดทีวี แล้วโยนรีโมทไปบนโซฟาอีกฝั่ง เขายกมือสีแทนปิดปากหาวอย่างเบื่อหน่าย
“ทำไมเดี๋ยวนี้มีแต่ข่าวแบบนี้นะ สโตกเกอร์อะไรกัน”
ร่างเล็กเอนตัวลงบนโซฟายาว ก่อนจะเด้งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อในหัวผุดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
สโตกเกอร์โรคจิต
“แย่แล้ว!!
            ดงฮยอกผุดลุกจากโซฟานุ่มอย่างรวดเร็ว มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือกดหาเพื่อนสนิทอย่างร้อนรน
            รับสิ รับสิ แจมินนา...รับโทรศัพท์ที
            ใจดวงน้อยเต้นเร้าด้วยความวิตก ลมหายใจแทบขาดห้วงเมื่อเสียงสัญญาณโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่อง
            และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อน้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นที่ปลายสาย
            “ฮะ แฮชานนา....”
            “พระเจ้า! แจมิน นายเป็นอะไรมั้ย เมื่อกี้ฉันดูข่าว ฉันว่านายกำลังถูกสโตกเกอร์ตามอยู่แน่ ๆ ลีเจโน่อะไรนั่นต้องตามเข้าไปในบ้านนายแน่ๆ รีบออกมาจากบ้านเร็วเข้า!” ลีดงฮยอกรีบพูดรัวเร็วทันทีที่เพื่อนรับโทรศัพท์ จนไม่ทันสังเกตถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือของแจมิน
            “ฮะ แฮชาน มะ หมอนี่ ลีเจโน่....มีไฝใต้ตาจริงๆ”
            สิ้นเสียงสั่นสะท้านเคล้าเสียงสะอื้นของเพื่อนหน้าหวาน ลีดงฮยอกกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก
            หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิดไว้นะ
            “นายโอเคใช่มั้ยแจมิน”
            “มะ ไม่ ฉันไม่โอเค มันออกมาอีกแล้ว นาแจมินอีกคนออกมาอีกแล้ว นานะออกมาฆ่าคนอีกแล้ว! แฮชานฉันจะทำยังไงดี ฉัน....ฉันตื่นมาในห้องตัวเอง มือเปื้อนเลือดไปหมด ฉันจะทำยัง--” คนปลายสายหอบหายใจรัว
            นานะกลับมาอีกแล้ว
ชื่อที่ไม่อยากได้ยินปรากฏในประโยค ทำให้ดงฮยอกที่ยังคงพอสติมากกว่าสามารถคาดเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทได้ จึงรีบดึงรั้งสติของเพื่อนให้กลับคืนมา ก่อนที่อะไรๆมันจะแย่ไปกว่านี้
            “แจมิน! แจมินฟังฉัน! ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะไม่เป็นไร ฉันกำลังจะไปหานาย อย่าวางสาย ตั้งสติไว้ ทุกอย่างจะต้องโอเค ฉันอยู่ข้างนายเสมอ”
.
            .
            แจมินอยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนสนิท ผมสีเฮเซลนัทซุกอยู่ที่หน้าอกของคนผิวแทน สะอื้นไห้ไม่หยุดตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ตามเนื้อตัว เสื้อผ้า ยังคงถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน คาวคลุ้ง
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ดงฮยอกคิดไว้
นานะ กลับมาอีกครั้ง
นานะซึ่งเป็นหนึ่งในสองบุคลิกของนาแจมิน เพื่อนสนิทที่ป่วยเป็นโรคหลายบุคลิก หรือ โรค Dissociative Identity Disorder (DID) โรคจิตประเภทหนึ่งที่ตัวผู้ป่วยมีบุคลิกอื่นๆ มากกว่า 2 บุคลิกขึ้นไป ผลัดเปลี่ยนกันออกมาใช้ชีวิต และแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากบุคลิกเดิมออกมา
นานะที่จะออกมาใช้ชีวิตในร่างของนาแจมินเมื่อเจอผู้ชายที่มีไฝใต้ตา ด้วยเหตุผลบางอย่างในวัยเด็กที่แจมินบอกเพียงแต่ว่าจำไม่ได้ ราวกับมันถูกกดรีเซ็ทออกไปจากความทรงจำวัยเยาว์
และนานะ บุคลิกที่มีความโหดเหี้ยมเลือดเย็นที่พลั้งมือฆ่าพี่ชายของนาแจมิน...
“ฉันทำมันอีกแล้ว แฮชาน เลือด เลือดเต็มไปหมด ฉันทำมันอีกแล้วแน่ ๆ ฉันไม่รู้ตัวเลย” นาแจมินในอ้อมกอดของลีดงฮยอกสะอื้นตัวโยน แต่ริมฝีปากบางก็ยังไม่หยุดพึมพำถึงความผิดที่ตนเองก่อขึ้น
ก่อขึ้นโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัว เหมือนครั้งที่เขาทำให้พี่ยูตะต้องตาย
พี่ชายร่วมสายเลือดที่ตายด้วยน้ำมือของเขา เพราะนานะที่ได้ออกมา ตอนที่เขาเจอเด็กชายคนหนึ่งที่มีไฝใต้ตา และครั้งนี้เขาลงมือฆ่าใครบางคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องด้วย ผู้ชายที่ชื่อลีเจโน่
            “หยุดคิด หยุดพูด แจมิน มันแค่เลือด ไม่มีอะไรบอกว่านายฆ่าหมอนั่นไปแล้ว” ดงฮยอกรีบหยุดความคิดของเพื่อน เขาไม่อยากให้แจมินใช้ชีวิตอย่างเลวร้ายเหมือนอย่างเมื่อสองปีก่อนที่เสียพี่ชายไป เพื่อนรักของเขาเข้าโรงพยาบาลแผนกจิตเวชอยู่แรมปี กว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย กลับมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
            แจมินขืนตัวออกจากกอดของร่างเล็กผิวแทน
            “แต่นานะอาจจะเอาร่างของลีเจโน่ไปทิ้งที่ไหนก็ได้ นายก็รู้เวลานานะใช้ร่างฉัน ฉันจะมีสติแค่ตอนที่นานะอยากให้มีเท่านั้น!
            “แต่หมอนั่นเป็นใครก็ไม่รู้ บางทีอาจจะพยายามทำมิดีมิร้ายกับนาย นานะเลยทำร้ายหมอนั่นก็ได้” ดงฮยอกว่าไปตามที่คิด
            “พอเถอะ มันลบความจริงที่ฉันเป็นฆาตกรไปไม่ได้หรอกแฮชาน”
            “แจมิน...” เด็กหนุ่มไม่รู้จะปลอบใจเพื่อนอย่างไร ในเมื่อเจ้าตัวปักใจเชื่อไปแล้วว่าอีกบุคลิกของตนลงมือฆ่าลีเจโน่ไปแล้ว พูดอย่างไรอีกฝ่ายก็คงเปลี่ยนความคิดง่ายๆ  เหมือนกับเรื่องเมื่อสองปีก่อนไม่มีผิด ที่ยูตะตกจากบันไดเพราะอุบัติเหตุ แต่แจมินกับบอกว่าเป็นความผิดของอีกบุคลิกหนึ่งของตนเอง
            “ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนได้มั้ย” เสียงทุ้มนุ่มที่เคยหวานใส ตอนนี้แหบแห้งเอ่ยขอเพื่อน
            “ไม่ แจมิน นายไม่ควรอยู่คนเดียวตอนนี้” และแน่นอนว่าดงฮยอกปฏิเสธ เขาไม่มีทางปล่อยให้แจมินอยู่กับตัวเองตอนนี้แน่
            “ขอร้องแฮชาน ฉันขอ แค่ในห้องนี้คนเดียวก็ได้” นัยน์ตาหม่นแสงมองสบดวงตากลมโตของเพื่อนเป็นเชิงขอร้องอ้อนวอน
            ร่างเล็กจึงต้องจำใจถอยออกจากแจมิน ไปนั่งกังวลใจอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ปล่อยให้ร่างแบบบางที่คล้ายจะแตกสลายของเพื่อนจมจ่อมกับความคิดของตนเองในห้องนอนเพียงลำพัง
             นาแจมินทรุดกายลงกับเตียงนอนอย่างอ่อนแรง หลับตาบวมช้ำลง ปล่อยให้หยาดน้ำสีใสไหลออกจากดวงตากลมโตไปเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และปล่อยให้ในหัวเต็มไปด้วยความคิดล้านแปดที่อัดอั้น สับสน ยุ่งเหยิง และวกวน
            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ดวงตากลมโตลืมขึ้นอีก ภาพม่านหมอกสีขาวขุ่นมัวก็ปรากฏในครรลองสายตาอีกครั้ง
            ...ฝันอย่างนั้นเหรอ
            ถ้าเป็นฝันจริง ขอเจอลีเจโน่อีกครั้งได้มั้ย ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะมาทำไม่มีกับเขา เป็นโรคจิตที่มาตามเขาจริงอย่างที่เพื่อนตัวเล็กว่า แต่ก็ขอให้เขาได้เจอ ให้เขาได้คลายความรู้สึกผิดในใจไปได้มั้ย
            ....บอกฉันทีว่านายยังมีชีวิตอยู่
            “ลีเจโน่ นายใช่มั้ย” แจมินตะโกนลั่นในห้วงแห่งความฝัน ใบหน้าหมองเศร้าที่ยังคงความงดงามมองไปซ้ายขวาหวังจะเจอคนที่เขากำลังเรียกหา แม้ภาพตรงหน้าจะมีเพียงกลุ่มหมอกสีขาวก็ตาม
            “เจโน่ ได้โปรด นายยังอยู่ใช่มั้ย นานะไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย ขอร้องล่ะ ออกมาเจอฉันที”
            มีเพียงความเงียบงันและว่างเปล่าเป็นคำตอบของนาแจมิน
            น้ำตาไหลรินอาบแก้มเนียนอีกครั้ง
            ....บางทีเขาคงหวังมากเกินไป ฆาตกรก็คือฆาตกรสินะ
            แต่เพียงชั่วอึดใจเดียว เสียงทุ้มเย็นเยียบคุ้นเคยก็ดังที่หลังใบหูใต้กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของคนตัวเล็ก
            “แจมิน....คุณร้องไห้เก่งนะ ถ้าเทียบกับนานะ” พร้อมกับอ้อมกอดแข็งแกร่งที่เข้ามาพันรัดร่างเล็กเอาไว้อย่างอ่อนโยน
            “ลีเจโน่ นั่นนาย...นั่นนายใช่มั้ย บอกฉันทีว่านายยังไม่ตาย นานะ ไม่สิ ฉันไม่ได้ฆ่านายใช่มั้ย” เสียงหวานสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความหวัง ความหวังที่จะลบล้างควาผิดของตนเอง
            “ผมไม่ตายง่าย ๆ หรอก...นานะของผม”
            ท่อนแขนแข็งแรงจับคนตัวเล็กบอบบางให้หันกลับมาประจันหน้า เพียงทั้งสองสบตากัน นัยน์ตากวางที่ฉ่ำวาวและหม่นแสงก็แข็งกร้าวและดุร้ายขึ้นราวกับสายตาของสัตว์นักล่าในทันที
            เสียงทุ้มนุ่มที่เคยอ่อนหวานน่าฟังกลับเย็นเยียบและแฝงไปด้วยจิตสังหาร
            “อย่ามายุ่งกับนาแจมิน ลีเจโน่”
สิ้นเสียงมือเล็กก็ตวัดคว้าเข้าไปหยิบบางสิ่งที่ใต้หมอน บางสิ่งที่มีความคมเพียงพอที่จะตัดหลอดลมของชายหนุ่มใบหน้าคมคายได้ในเสี้ยววินาที หากร่างสูงใหญ่ถอยตัวออกมาด้านหลังไม่ทัน
            นอกจากใช้ไม้เบสบอลฟาดเก่งแล้ว ยังใช้มีดเก่งเสียด้วย
            “นานะ คุณก็รู้ว่าผมเป็นใคร ผมไม่ตายง่าย ๆ คุณก็รู้นี่” ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เอี้ยวตัวหลบหลีกของมีคมเหมือนหลบผีเสื้อตัวน้อยที่เขามาบินวนใกล้
            “ไปตายซะ ไอ้ปิศาจ แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับแจมิน!” นานะในร่างแจมินเค้นเขี้ยว กัดฟันพูดกับชายตรงหน้าด้วยความเคียดแค้น
            ชายที่เป็นปิศาจ ฆ่าไม่ตาย และหมายจะเอาชีวิตของนาแจมิน
            “คุณไม่ควรเรียกผมแบบนั้นนะ ผมอุตส่าห์มาด้วยร่างมนุษย์แบบนี้ มารับตัวเจ้าสาวของผม” ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กที่เหวี่ยงมีดไปมาให้หยุดนิ่งและหยิบมีดเล็กโยนไปที่มุมห้องอย่างง่ายดาย ดวงหน้ารูปสลักยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม
              “และต่อให้คุณจะแยกอีกกี่บุคลิกมาฆ่าผมเพื่อปกป้องแจมิน นาแจมินและทุก ๆ บุคลิกก็จะต้องเป็นของผมอยู่ดี”
            สิ้นเสียงทุ้มนุ่มทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงเทพเจ้ากรีกก็ถูกซ้อนทับด้วยเงาร่างที่มีเงาโค้งงอกยาวบนศีรษะ ดวงตาคมดุเปลี่ยนสีเป็นสีแดงชาดราวกับเลือดสีสด ผิวเนื้อเรียบเนียนบริเวณหน้าผากขึ้นเกร็ดอย่างสัตว์ร้ายมีพิษจำพวกงู
            และเพียงพริบตาภาพร่างที่แท้จริงของปิศาจหนุ่มก็หายไป เหลือเพียงรูปลักษณ์งดงาม
            “ปล่อยฉัน” นานะบิดตัวเองออกจากการเกาะกุมของปิศาจหนุ่ม คว้าเอาโคมไฟข้างเตียงฟาดลงที่ศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรง เรียกเลือดสีแดงสดไหลทะลักจากบาดแผลลงบนที่พื้นห้อง แต่แผลแตกบนข้างขมับกับหายเป็นปลิดทิ้งในเพียงไม่กี่วินาที
            เจโน่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
            “เมื่อวานฟาดผมเลือดออกไปทั่วห้องจนแจมินตกใจ คุณยังไม่พอใจอีกเหรอ”
            “แกตายนั่นแหละคือความพอใจของฉัน!” เสียงหวานตลาดลั่น
            เขาเป็นบุคลิกที่นาแจมินสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากปีศาจร้ายที่ชื่อลีเจโน่ ปีศาจที่จะมาเอาตัวของแจมินไปอยู่ด้วย เพราะการพลั้งเผลอทำสัญญาแลกชีวิตกับมันในวัยเด็ก
            เขาจะต้องทำให้สำเร็จแม้ว่าจะกลายเป็นคนโหดร้ายในสายตาของคนอื่นอย่างไรก็ตาม
            “เฮ้อ.... พยศแบบนี้ผมก็ชอบนะ แต่ผมว่าวันนี้เรามาสนุกกันต่อจากเมื่อวานดีกว่า อ้อ อย่าลืมให้แจมินรับรู้ด้วยนะครับ” ว่าจบ เรี่ยวแรงทั้งหมดของก็นานะหายไป ร่างแบบบางทรุดลงในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างสูงที่มารอรับอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
            ร่างเล็กถูกอุ้มมาวางบนเตียง ก่อนที่ใบหน้าคมคายของปิศาจหนุ่มเลื่อนเข้าจุมพิตแผ่วเบา กลีบปากบดคลึงเคล้าก่อนจะแทรกปลายลิ้นลามเลียสำรวจในโพรงปากชุ่มของแจมิน น่าแปลกที่นานะไม่ได้รู้สึกถึงหยาบโลนน่ารังเกียจ มีเพียงความรู้สึกโอนอ่อนเท่านั้น
            ริมฝีปากหยักยิ้มมุมปากละมุน
            ...น่ารักเสียจริง จะนานะหรือแจมินก็ติดในรสสัมผัสของเขาทั้งนั้น
            “คุณเป็นของผม ไม่ว่าจะนานะหรือแจมิน คุณก็เป็นของผมคนเดียว”
            แล้วค่ำคืนที่หวานล้ำก็เริ่มต้นขึ้นในห้วงแห่งความฝันที่ซ้อนทับกับความเป็นจริง
            ความฝันที่สร้างขึ้นโดยปิศาจร้ายที่ชื่อลีเจโน่
            และเป็นความฝันที่นาแจมินไม่อาจล้นหนีได้พ้น...
.
-------------------THE END------------------
Talk with เบบี้ซิสต้า
            ไม่รู้ว่าจะเข้ากับไพ่ใบที่ได้มากน้อยยังไง เราตีความให้น้องแจมินเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน ในความใสซื่อของเด็กผู้ชายก็ซ่อนความลึกลับเอาไว้เป็นอีกบุคลิกหนึ่งคือน้องนานะ กับคุณปิศาจลีเจโน่ที่มาในแนวปรากฏตัวลึกลับ สิ่งมีชีวิตลึกลับ ที่จ้องจะจับน้องกิน 55555 ส่วนเรื่องราวเป็นมาอย่างไร จะลงเอยอย่างไร คงต้องไปเดากันต่อเอา  เอิ้ก
 จริง ๆ เป็นฟิคแปลงจากนิยายที่เคยแต่งไว้เล่น ๆ สมัยก่อนค่ะ เพราะงานเข้าเว่อ ๆ รร. เปิดพอดี เลยลองเอานิยายที่มีมาดัดแปลง เสริมนู่น เติมนี่เข้าไป พลอตยังคงมีช่องว่างอยู่เยอะแยะไปหมด แอบมีเนื้อหาสับสน พลิกไปพลิกมา ชวนให้เอ๊ะๆ อยู่บ้าง เพราะเป็นการยัดซับพลอตร้อยแปดลงในเวิร์ด 27 หน้า อ่านแล้วงง ต้องขออภัย มือใหม่หัดแต่งจริง ๆ ข่า


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น