Card : 10.WHEEL OF FORTUNE
Tag : #โชคชะตาNM
Author : sspjmjbxh
You’re
my FORTUNE #nomin
ในโลกความฝันของเขานั้นมีคน ๆ
หนึ่งที่กำลังยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและสดใสที่สุดเท่าที่ลี เจโน่เคยพบเห็น
พวกเรานั่งเล่นภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งก้านและใบขยับไปตามแรงลม
ทุ่งหญ้าที่สีเขียวที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด
ท้องฟ้าที่มีหมู่ก้อนเมฆสีขาวสะอาดและที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นพระอาทิตย์
“
นี่ นายพระอาทิตย์”
เด็กหนุ่มคนนั้นเรียกเขา เจโน่หันไปมองเจ้าของเสียงที่หันมามองหน้าเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ใบหน้าของเจ้าของเสียงถูกบดบังด้วยแสงแดดจนเขาไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของคน
ๆ นี้ได้เลยนอกจากริมฝีปากสีพีชนั้น
แม้มันจะผ่านมาเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม
“ เลิกเรียกฉันว่าพระอาทิตย์สักทีเถอะ “
“
นายคิดว่าเรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้วหรอ “ เขาคนนั้นพูดโดยที่ไม่สนสิ่งที่เจโน่กล่าวไปเมื่อสักครู่เลยสักนิด
“
ไม่..ไม่รู้สิ
มันนานมากจนฉันเลิกนับไปแล้ว”
“
นี่ ๆ ฉันขอดูหน้านายชัด ๆ หน่อย” อีกฝ่ายเปลี่ยนบทสนทนาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างของอีกคนจับเข้าที่หน้าเจโน่อย่างจังโดยไม่ทันตั้งตัว
“
ไหนลองทำปากจู๋หน่อยซิ ฮิฮิ “
อีกคนดูเหมือนจะสนุกที่ได้แกล้งเขา
เจโน่กลอกตาไปมาอย่างเอือมระอาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำตามที่อีกคนสั่งอยู่ดี
อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ไม่รู้ว่าหมอนั้นจะยิ้มไปทำไมทั้งเราที่ทั้งสองคนก็ไม่สามารถเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายได้แท้
ๆ
“
พอเถอะหน่าแจมิน เล่นเป็นเด็กจังเลยนะ”
“
เอ๋ ทำไมละเจโน่ มันน่าสนุกออก”
เจโน่ส่ายหัวก่อนจะที่เปลี่ยนท่านั่งให้สบายพลางมองท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนสีและพระอาทิตย์ที่ค่อย
ๆ หายไปตามกาลเวลา
“ถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันแล้วสินะเนี้ย”
แจมินพึมพำอยู่คนเดียว เจ้าตัวคงคิดว่าเขาไม่ได้ยิน
เจโน่เหล่มองอีกฝ่ายที่เขาขอเดาว่าคงกำลังทำหน้าหงอยอยู่แน่ ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอีกฝ่ายนั้นท่าทางน่าเอ็นดูหรือป่าวเจโน่ถึงได้วางมือของตัวเองไว้บนผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่าย
“
ไว้มาเจอกันใหม่นะแจมิน “ เขายิ้มและบอกลาแจมินเหมือนอย่างทุก ๆ ครั้ง
และทุกอย่างก็ค่อย ๆ สลายไปคล้ายกับเกล็ดหิมะที่ร่วงโรยยามเมื่อถึงฤดูหนาว
ลี
เจโน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คงเป็นเพดานห้องนอนของเขาเอง เสียงของเครื่องปรับอากาศดังขึ้นเหมือนปกติและความรู้สึกโดดเดี่ยวก็เข้าถาดโถมเข้ามาในหัวใจของเขาอีกครั้ง
เจโน่เริ่มที่จะคิดเกี่ยวกับคนในโลกความฝัน อย่างแจมิน
เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่เป็นคนเขามาในโลกความฝันของเขาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
อีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไรเขาก็ไม่รู้ มีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นที่อีกฝ่ายสามารถบอกเขาได้
มันเหมือนเป็นกฎอะไรบางอย่างที่พวกเขา.. ไม่สิ ทุก ๆ
คนไม่สามารถขัดขืนได้ กฎของพันธะคู่แห่งโชคชะตา
เมื่อเราเข้าสู่ยามนิทรา
เราจะได้ไปอยู่โลก ๆ หนึ่งที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเอื้อมถึงได้
พวกเราพูดแค่ว่ามันคือโลกความฝันที่มีใครบางคนอยู่ในนั้น
มันเป็นสถานที่เดียวที่เราจะได้พบกับคู่แห่งโชคชะตา ที่แห่งนี้เป็นที่ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์หนึ่งนั้นกำเนิดขึ้น
สิ่งนั้นคงเรียกว่าความรัก …
เมื่อพูดถึงกฎแล้ว
มันก็ต้องมีข้อห้ามที่พวกเขาไม่สามารถขัดขืนมันได้ก็คือใบหน้าของอีกฝ่าย
และสถานที่ของอีกฝ่ายที่อาศัยอยู่
เจโน่เคยลองมาแล้ว เมื่อใดที่แจมินพูดสถานที่ที่เจ้าตัวอยู่
เจโน่จะมีอาการหูดับทันทีและนั้นมันแย่มาก
มันเหมือนกับว่าเราสองคนจะไม่สามารถพบกันได้เลยไม่ใช่หรือไง?
คู่แห่งโชคชะตานั้นไม่ได้พบเจอกันง่าย
ๆ นั้นคือข้อเท็จจริง เปอร์เซ็นต์การเกิดมีเพียงแค่ 0.008เปอร์เซนต์เท่านั้นและเจโน่เป็นคนหนึ่งที่มีคู่แห่งโชคชะตาที่มีชื่อว่าแจมิน
และ เจโน่ไม่มีทางปล่อยแจมินไปได้หรอก
—
“
สวัสดีเจโน่ “
“
สวัสดีแจมิน “
เป็นอีกวันที่พวกเรานั้นได้พบกัน เจโน่ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาแจมินที่นั่งรออยู่แต่ก่อนแล้ว
วันนี้อากาศก็ดีเช่นเคยและการมาของเจโน่นั้นก็ทำให้รอยยิ้มของแจมินนั้นสดใสเช่นกัน
“
ทำไมนายถึงมารอฉันก่อนทุกครั้งเลยล่ะ” เจโน่ถามขึ้นเพราะว่าแจมินมักจะมารอเขาก่อนตลอดเลย
“
นี่อย่าลืมสิว่าเวลาของฉันและนายมันไม่ตรงกันนะ”
“
อ๋อ จริงด้วย ฉันลืมไปเลย” คราวนี้เป็นแจมินทำหน้าบึ้ง
อันนี้เขาเดาเอาจากปากของเจ้าตัวล้วน ๆ
“
นายนี้นะ! ฉันก็เคยบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ได้อยู่ประเทศเดียวกับนายอ่ะ”
“
ขอโทษ ๆ ก็ฉันหลงนึกตลอดว่านายอยู่ประเทศเดียวกับฉัน…
เพราะชื่อนายนั้นแหละแจมิน ใคร ๆ ได้ยินชื่อนี้ก็คงคิดว่าอยู่ประเทศแดนกิมจิแหง ๆ
“
พอพูดถึงเรื่องประเทศแล้วทำให้เจโน่นึกขึ้นมาได้
มันเป็นเรื่องประมาณ
3ปีก่อนที่จู่ๆ
พวกเขาก็เริ่มตั้งคำถามว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน สิ่ง ๆ แรกที่พวกเขาตั้งข้อสงใสกันก็คงจะเป็นเรื่องชื่อ
เจโน่นั้นเป็นชื่อที่แจมินไม่คิดว่ามาก่อนเลยว่าจะอยู่ประเทศเกาหลีแต่เพราะเจโน่นั้นแนะนำตัวเองพร้อมกับนามสกุล
ลี ทำแจมินรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ประเทศเกาหลีแหล่ะนะ
ส่วนเจโน่เองก็คิดว่าแจมินนั้นอยู่ประเทศเกาหลีเพราะชื่ออีกฝ่ายเช่นกันแต่มันกลับไม่ใช่เพราะเจ้าตัวดันพูดออกมาว่า ‘
สัญชาติของฉันนะเป็นคนประเทศเดียวกับนายนั้นแหละ
แต่ตอนนี้ฉันย้ายไปประเทศอื่นแล้วละ ‘ นั้นมันทำให้เจโน่ตามตัวแจมินยากขึ้นไปอีก
“ นี่เจโน่ ฉันชักจะเบื่อกับทุ่งหญ้ากว้าง ๆ นี้แล้วละ” แจมินพูดขึ้น เขามองไปรอบ ๆ
ที่มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวที่เขาเห็นมันจนชินตา
“
มันเป็นทุ่งหญ้าโล่ง ๆ “
“
ทำไมเราไม่ลองเอาโคนมเข้ามาในที่แห่งนี้ละ?” จิมนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“
นายจะบ้าหรอ พวกเราจะไปเอาโคนมมากจากที่ไหนได้ละ นี้มันความฝันนะ”
“
เพราะมันเป็นความฝันยังไงละเจโน่ สิ่งที่เราคิดมันก็น่าจะเป็นจริงได้ไหมใช่หรอ?”
“ นั้นมัน… “
นี่เป็นครั้งแรกที่เจโน่เถียงแจมินไม่ออก
“
ฉันจะลองนึกภาพโคนมล่ะ! เจโน่คอยมองดูรอบๆ ด้วยนะว่าจะมีโคนมออกมาไหม”
แจมินเริ่มทำตัวเป็นเด็กอีกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเขาเริ่มจะทำอย่างอื่นนอกจากการพูดคุย
แจมินเองก็เหมือนจะสนุกเพราะอย่างนั้นเจโน่ก็จะตามใจแจมินล่ะนะ
“ ไม่เห็นมีอะไรออกมาเลย” เจโน่พูดพลางมองไปรอบ ๆ
ที่มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพวกเขา
แจมินถอนหายใจเพราะสิ่งที่ตนเองหวังนั้นไม่เกิดขึ้น
แจมินเปลี่ยนจุดโฟกัสสายตาไปที่พระอาทิตย์ดวงโตก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เหลือตาร่างสูงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
อย่างเจโน่ที่เพิ่งเข้ามาในโลกแห่งความฝันนี้พลางใช้สมองคิดคำนวณเวลาที่เขานั้นเข้ามารออีกฝ่ายได้ราว
ๆ 3 ชั่วโมงแล้ว
ก็นะ
เวลาของเขากับเจโน่มันไม่ตรงกันนี้นะ
“
ฉันต้องไปแล้วล่ะ ฮึบ! “ แจมินพูด เจ้าตัวลุกขึ้นจากผืนหญ้าก่อนที่จะบิดตัวไปมาเพราะความเมื่อย
เจโน่มองตามอีกคนแถมยังขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้รีบไปนัก
“ความจริงวันนี้ฉันนอนเร็วล่ะ
นี้ก็ได้เวลาตื่นแล้วด้วย” แจมินไม่รอให้เจโน่ถามหรอกเพราะเขาเข้าใจอีกฝ่ายได้ดีว่าเจโน่นั้นคิดอะไรอยู่
ครั้งนี้ก็คงเป็น เอ๋ ทำไมละ? อยู่แน่ ๆ
“
งั้นไว้เจอกันใหม่นะ “ ทั้งสองพูดพร้อมกัน
ผ่านไปไม่กี่วินาที
ร่างของแจมินก็ค่อย ๆ หายไปจากสายตาของเจโน่ ในตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่ในโลกความฝันนี้
เจโน่เหลือบมองพระอาทิตย์และนั้นทำให้เขารู้ว่าอีกราว ๆ 5 ชั่วโมง
เขาถึงจะได้ตื่นจากฝันนี้
ฟึบ ฟึบ
เสียงอะไรน่ะ?
เสียงประหลาดที่เกิดขึ้นจากด้านหลังทำให้เขาที่อยู่คนเดียวนั้นเอะใจก่อนที่จะหันไปยังทิศทางของเสียง
ดวงตาสีดำสนิทของเขาเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า
“โคนม!? เป็นไปไม่ได้!”
วัวลายขาวดำที่เห็นไปตามฟาร์มนมทั่วไปอยู่ตรงหน้าเขา
มันกำลังกินหญ้าที่พื้นอย่างสบายใจ เจโน่เริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่คิดว่าสิ่งที่แจมินคิดนั้นจะเป็นจริง
หมายความว่าสิ่งที่เราคิดในโลกความฝันนี้มันจะเกิดขึ้นมาจริงอย่างนั้นหรอ?
ให้ตายสิ
เจโน่อยากให้แจมินเข้ามาในโลกความฝันนี้ไว ๆ เหลือเกินและถ้าหากมันเป็นเรื่องจริง
เขาก็มีความคิดดีดีอยากจะลองทำอยู่สักครั้งเหมือนกัน
—
“
แจมิน! มันมีจริง ๆ ด้วย! “ เจโน่ตะโกนขึ้นเสียงดังลั่นทุ่งหญ้าทันทีที่แจมินเข้ามาในโลกความฝัน
แจมินทำหน้าไม่เข้าใจจนเจโน่เอามือตบลงบนพื้นที่ว่างข้าง ๆ
ถึงจะยอมเล่าเรื่องที่ว่าให้ฟัง
“
เมื่อวานหลังจากนายกลับไปก็มีโคนมโผล่ออกมาละ”
“
ห๊ะ “ แจมินทำหน้าไม่เชื่อก็เพราะเมื่อวานมันก็ไม่มีอะไรโผล่ออกมาซะหน่อย
“
จริง ๆ นะ
หลังจากนั้นฉันก็ใช้เวลาทั้งวันคิดเรื่องที่จะทำให้เราไปเจอกันได้ที่โลกจริง”
“
เดี๋ยวก่อนเจโน่ มันจะทำได้หรอ..
ฉันหมายถึงว่าพวกเราไม่สามารถพูดชื่อสถานที่และประเทศที่เราอยู่ได้นะ
ถึงแม้ว่าฉันจะรู้แล้วก็เถอะว่านายอยู่ประเทศไหนเพราะชื่ออ่ะนะ”
“
ฉันอยากให้นายลองดูจริง ๆ นะ “
เจโน่ยังคงยืนยันคำเดิมกับการทดลองครั้งนี้…..เป็นครั้งแรกเลยที่เจโน่แสดงท่าทางอยากรู้อยากลองกับอะไรบางอย่าง
“ ให้ฉันทำอะไรละ?”
“นายช่วงลองนึกถึงสถานที่ที่นายอยู่ได้ไหม
— เพราะฉันเองก็จะลองเหมือนกัน”
“ แต่เจโน่ –ต่อให้ภาพในหัวของนายทำให้ฉันเห็น
ฉันก็ไม่สามารถบินลัดฟ้าไปหานายได้หรอกนะ” เพราะที่บ้านของแจมินไม่ให้เขาออกนอกประเทศ
“เพราะอย่างนั้น
ฉันจะไปหานายเองไงแจมิน” เขาพูดด้วยเสียงที่มุ่งมั่น คำพูดนั้นทำให้แจมินเชื่อมั่นในตัวเจโน่—ไม่สิ…แจมินก็เชื่อมั่นในตัวเจโน่มาเสมอ
“เอาเป็นที่ที่ใครทั่วไปก็รู้จัก—จุดแลนด์มาร์คของประเทศก็ได้นะ”
จุดแลนด์มาร์คของประเทศอย่างนั้นหรอ…
แจมินนั่งคิดก่อนที่เขาจะหลับตาทั้งสองข้างลงพลางนึกถึงสิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่
เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมากมายต้องมาถ่ายรูปกันที่นี้
เขานึกถึงไปยังบรรยากาศเมื่อฝนตกเพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝนของที่นั้น
กลิ่นอายของฝนยามเมื่อตกกระทบถึงพื้น
แจมินลืมตาขึ้น
เขามองไปยังรอบ ๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่จู่ ๆ
อากาศที่คุ้นเคยก็โชยพัดเข้ามา ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าที่คุ้นตานั้นถูกซ้อนทับกับภาพในหัวของเขา
ถึงแม้จะเป็นช่วงวินาทีเดียวแต่นั้นมันทำให้อีกคน.. ลี
เจโน่รู้สึกถึงสิ่งที่แจมินคิด สถานที่ บรรยากาศและกลิ่นอายยามเมื่อฝนตก
เจโน่ยิ้ม..แจมินเห็นรอยยิ้มนั้นและความหวังที่แถบจะริบหรี่นั้นมันกลับมีแสงเล็ก
ๆ ประกายขึ้นท่ามกลางความมืด
“
ฉันเห็นแล้วละ สถานที่นั้นนะ”
“ ถึงแม้ว่าเราทั้งสองคนจะไม่เคยเห็นหน้าตาของกันและกันเลยก็ตาม
แต่ถ้าหากฉันไปถึงที่นั้นแล้ว..”
เจโน่สูดหายใจให้ลึกก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นออกมา—มันทำให้แจมินยิ้มออกมาอย่างทุกที รอยยิ้มที่เปรียบเสมือนดอกทานตะวันที่ได้รับแสงอาทิตย์
“
ได้โปรดยิ้มอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
เพราะนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันสามารถตามหานายได้”
“
รอฉันก่อนนะแจมิน ฉันจะไปหานาย”
ปารีส , ฝรั่งเศส
20xx
บทความของ
ลี เจโน่
Finding Love
เป็นเพราะโชคชะตาทำให้เราได้โคจรมาพบกันในโลกความฝันแม้เราจะอยู่คนละซีกโลกก็ตามแต่เพราะนั้นทำให้ผมได้พบกับคน
ๆ หนึ่งที่ทำให้ผมนั้นกล้าที่จะทำอะไรบางสิ่งที่ตัวผมเองก็ไม่คิดว่าจะสามารถทำมันได้
มันเป็นเพราะความรัก
โชคชะตาที่ดูเหมือนกันจะกลั่นแกล้งเรา
โชคชะตาที่ทำให้เราไม่สามารถพบกันได้ ดูเหมือนว่ามันจะเลวร้าย
แต่ถ้าหากคุณลองเปลี่ยนแปลงมันดูละ? คุณลองก้าวข้ามขีดจำกัดที่คนอื่นขีดเส้นไว้
คุณลองที่จะเปลี่ยนแปลงมันแค่คุณลองสักครั้ง
ลองเพื่อใครสักคนที่คุณนั้นสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างเขาและมันก็คุ้มค่าที่คุณจะลอง— ไม่สิ
ต้องเรียกว่าคุ้มค่าที่จะทำ
อุปสรรคที่ว่าไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนมันเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินหากว่าคุณก็ตามหาใครบ้างคน
แต่ผม ลี เจโน่ได้ทิ้งความคิดนั้นไปเพื่อจะได้เคียงข้างอีกคน—นา แจมิน
คู่พันธะแห่งโชคชะตาของผม
กฎที่คุณคิดว่ามันทำลายไม่ได้
ตัวผมได้ทำลายมันลงไปแล้วนะแล้วคุณละพร้อมที่จะทำลายมันไหม
เพื่อคนอีกคนที่อยู่ในโลกความฝันของคุณ
END.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น