วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

10.WHEEL OF FORTUNE

Title : You're my Fortune
Card10.WHEEL OF FORTUNE
Tag : #โชคชะตาNM
Author : sspjmjbxh


            You’re my FORTUNE  #nomin


            ในโลกความฝันของเขานั้นมีคน ๆ หนึ่งที่กำลังยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและสดใสที่สุดเท่าที่ลี เจโน่เคยพบเห็น พวกเรานั่งเล่นภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งก้านและใบขยับไปตามแรงลม ทุ่งหญ้าที่สีเขียวที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ท้องฟ้าที่มีหมู่ก้อนเมฆสีขาวสะอาดและที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นพระอาทิตย์
            “ นี่ นายพระอาทิตย์”
            เด็กหนุ่มคนนั้นเรียกเขา  เจโน่หันไปมองเจ้าของเสียงที่หันมามองหน้าเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ใบหน้าของเจ้าของเสียงถูกบดบังด้วยแสงแดดจนเขาไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของคน ๆ นี้ได้เลยนอกจากริมฝีปากสีพีชนั้น

            แม้มันจะผ่านมาเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม

            “ เลิกเรียกฉันว่าพระอาทิตย์สักทีเถอะ “
            “ นายคิดว่าเรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้วหรอ “ เขาคนนั้นพูดโดยที่ไม่สนสิ่งที่เจโน่กล่าวไปเมื่อสักครู่เลยสักนิด
            “ ไม่..ไม่รู้สิ มันนานมากจนฉันเลิกนับไปแล้ว”
            “ นี่ ๆ ฉันขอดูหน้านายชัด ๆ หน่อย” อีกฝ่ายเปลี่ยนบทสนทนาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างของอีกคนจับเข้าที่หน้าเจโน่อย่างจังโดยไม่ทันตั้งตัว
            “ ไหนลองทำปากจู๋หน่อยซิ ฮิฮิ “  อีกคนดูเหมือนจะสนุกที่ได้แกล้งเขา เจโน่กลอกตาไปมาอย่างเอือมระอาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำตามที่อีกคนสั่งอยู่ดี อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ไม่รู้ว่าหมอนั้นจะยิ้มไปทำไมทั้งเราที่ทั้งสองคนก็ไม่สามารถเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายได้แท้ ๆ
            “ พอเถอะหน่าแจมิน เล่นเป็นเด็กจังเลยนะ”
            “ เอ๋ ทำไมละเจโน่ มันน่าสนุกออก”  เจโน่ส่ายหัวก่อนจะที่เปลี่ยนท่านั่งให้สบายพลางมองท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนสีและพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา
            “ถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันแล้วสินะเนี้ย” แจมินพึมพำอยู่คนเดียว เจ้าตัวคงคิดว่าเขาไม่ได้ยิน เจโน่เหล่มองอีกฝ่ายที่เขาขอเดาว่าคงกำลังทำหน้าหงอยอยู่แน่ ๆ  ไม่รู้ว่าเพราะอีกฝ่ายนั้นท่าทางน่าเอ็นดูหรือป่าวเจโน่ถึงได้วางมือของตัวเองไว้บนผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่าย
            “ ไว้มาเจอกันใหม่นะแจมิน “ เขายิ้มและบอกลาแจมินเหมือนอย่างทุก ๆ ครั้ง และทุกอย่างก็ค่อย ๆ สลายไปคล้ายกับเกล็ดหิมะที่ร่วงโรยยามเมื่อถึงฤดูหนาว

            ลี เจโน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คงเป็นเพดานห้องนอนของเขาเอง เสียงของเครื่องปรับอากาศดังขึ้นเหมือนปกติและความรู้สึกโดดเดี่ยวก็เข้าถาดโถมเข้ามาในหัวใจของเขาอีกครั้ง เจโน่เริ่มที่จะคิดเกี่ยวกับคนในโลกความฝัน อย่างแจมิน เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่เป็นคนเขามาในโลกความฝันของเขาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา อีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไรเขาก็ไม่รู้ มีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นที่อีกฝ่ายสามารถบอกเขาได้

            มันเหมือนเป็นกฎอะไรบางอย่างที่พวกเขา.. ไม่สิ ทุก ๆ คนไม่สามารถขัดขืนได้ กฎของพันธะคู่แห่งโชคชะตา

            เมื่อเราเข้าสู่ยามนิทรา เราจะได้ไปอยู่โลก ๆ หนึ่งที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ พวกเราพูดแค่ว่ามันคือโลกความฝันที่มีใครบางคนอยู่ในนั้น มันเป็นสถานที่เดียวที่เราจะได้พบกับคู่แห่งโชคชะตา  ที่แห่งนี้เป็นที่ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์หนึ่งนั้นกำเนิดขึ้น สิ่งนั้นคงเรียกว่าความรัก
            เมื่อพูดถึงกฎแล้ว มันก็ต้องมีข้อห้ามที่พวกเขาไม่สามารถขัดขืนมันได้ก็คือใบหน้าของอีกฝ่าย และสถานที่ของอีกฝ่ายที่อาศัยอยู่  เจโน่เคยลองมาแล้ว เมื่อใดที่แจมินพูดสถานที่ที่เจ้าตัวอยู่ เจโน่จะมีอาการหูดับทันทีและนั้นมันแย่มาก

            มันเหมือนกับว่าเราสองคนจะไม่สามารถพบกันได้เลยไม่ใช่หรือไง?

            คู่แห่งโชคชะตานั้นไม่ได้พบเจอกันง่าย ๆ นั้นคือข้อเท็จจริง เปอร์เซ็นต์การเกิดมีเพียงแค่ 0.008เปอร์เซนต์เท่านั้นและเจโน่เป็นคนหนึ่งที่มีคู่แห่งโชคชะตาที่มีชื่อว่าแจมิน และ เจโน่ไม่มีทางปล่อยแจมินไปได้หรอก


            “ สวัสดีเจโน่ “
            “ สวัสดีแจมิน “
            เป็นอีกวันที่พวกเรานั้นได้พบกัน เจโน่ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาแจมินที่นั่งรออยู่แต่ก่อนแล้ว วันนี้อากาศก็ดีเช่นเคยและการมาของเจโน่นั้นก็ทำให้รอยยิ้มของแจมินนั้นสดใสเช่นกัน
            “ ทำไมนายถึงมารอฉันก่อนทุกครั้งเลยล่ะ” เจโน่ถามขึ้นเพราะว่าแจมินมักจะมารอเขาก่อนตลอดเลย
            “ นี่อย่าลืมสิว่าเวลาของฉันและนายมันไม่ตรงกันนะ”
            “ อ๋อ จริงด้วย ฉันลืมไปเลย” คราวนี้เป็นแจมินทำหน้าบึ้ง อันนี้เขาเดาเอาจากปากของเจ้าตัวล้วน ๆ
            “ นายนี้นะ! ฉันก็เคยบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ได้อยู่ประเทศเดียวกับนายอ่ะ”
            “ ขอโทษ ๆ ก็ฉันหลงนึกตลอดว่านายอยู่ประเทศเดียวกับฉัน เพราะชื่อนายนั้นแหละแจมิน ใคร ๆ ได้ยินชื่อนี้ก็คงคิดว่าอยู่ประเทศแดนกิมจิแหง ๆ “   พอพูดถึงเรื่องประเทศแล้วทำให้เจโน่นึกขึ้นมาได้
            มันเป็นเรื่องประมาณ 3ปีก่อนที่จู่ๆ พวกเขาก็เริ่มตั้งคำถามว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน สิ่ง ๆ แรกที่พวกเขาตั้งข้อสงใสกันก็คงจะเป็นเรื่องชื่อ เจโน่นั้นเป็นชื่อที่แจมินไม่คิดว่ามาก่อนเลยว่าจะอยู่ประเทศเกาหลีแต่เพราะเจโน่นั้นแนะนำตัวเองพร้อมกับนามสกุล ลี ทำแจมินรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ประเทศเกาหลีแหล่ะนะ 
                        ส่วนเจโน่เองก็คิดว่าแจมินนั้นอยู่ประเทศเกาหลีเพราะชื่ออีกฝ่ายเช่นกันแต่มันกลับไม่ใช่เพราะเจ้าตัวดันพูดออกมาว่า  สัญชาติของฉันนะเป็นคนประเทศเดียวกับนายนั้นแหละ แต่ตอนนี้ฉันย้ายไปประเทศอื่นแล้วละ นั้นมันทำให้เจโน่ตามตัวแจมินยากขึ้นไปอีก
            “ นี่เจโน่ ฉันชักจะเบื่อกับทุ่งหญ้ากว้าง ๆ นี้แล้วละ”  แจมินพูดขึ้น เขามองไปรอบ ๆ ที่มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวที่เขาเห็นมันจนชินตา
            “ มันเป็นทุ่งหญ้าโล่ง ๆ “
            “ ทำไมเราไม่ลองเอาโคนมเข้ามาในที่แห่งนี้ละ?” จิมนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
            “ นายจะบ้าหรอ พวกเราจะไปเอาโคนมมากจากที่ไหนได้ละ นี้มันความฝันนะ”
            “ เพราะมันเป็นความฝันยังไงละเจโน่ สิ่งที่เราคิดมันก็น่าจะเป็นจริงได้ไหมใช่หรอ?”
            “ นั้นมัน“ นี่เป็นครั้งแรกที่เจโน่เถียงแจมินไม่ออก
            “ ฉันจะลองนึกภาพโคนมล่ะ! เจโน่คอยมองดูรอบๆ ด้วยนะว่าจะมีโคนมออกมาไหม” แจมินเริ่มทำตัวเป็นเด็กอีกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเขาเริ่มจะทำอย่างอื่นนอกจากการพูดคุย แจมินเองก็เหมือนจะสนุกเพราะอย่างนั้นเจโน่ก็จะตามใจแจมินล่ะนะ  
            “ ไม่เห็นมีอะไรออกมาเลย” เจโน่พูดพลางมองไปรอบ ๆ ที่มีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพวกเขา แจมินถอนหายใจเพราะสิ่งที่ตนเองหวังนั้นไม่เกิดขึ้น
            แจมินเปลี่ยนจุดโฟกัสสายตาไปที่พระอาทิตย์ดวงโตก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เหลือตาร่างสูงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเจโน่ที่เพิ่งเข้ามาในโลกแห่งความฝันนี้พลางใช้สมองคิดคำนวณเวลาที่เขานั้นเข้ามารออีกฝ่ายได้ราว ๆ 3 ชั่วโมงแล้ว

            ก็นะ เวลาของเขากับเจโน่มันไม่ตรงกันนี้นะ

            “ ฉันต้องไปแล้วล่ะ ฮึบ! “ แจมินพูด เจ้าตัวลุกขึ้นจากผืนหญ้าก่อนที่จะบิดตัวไปมาเพราะความเมื่อย เจโน่มองตามอีกคนแถมยังขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้รีบไปนัก
            “ความจริงวันนี้ฉันนอนเร็วล่ะ นี้ก็ได้เวลาตื่นแล้วด้วย” แจมินไม่รอให้เจโน่ถามหรอกเพราะเขาเข้าใจอีกฝ่ายได้ดีว่าเจโน่นั้นคิดอะไรอยู่ ครั้งนี้ก็คงเป็น เอ๋ ทำไมละ? อยู่แน่ ๆ
            “ งั้นไว้เจอกันใหม่นะ “  ทั้งสองพูดพร้อมกัน
            ผ่านไปไม่กี่วินาที ร่างของแจมินก็ค่อย ๆ หายไปจากสายตาของเจโน่ ในตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่ในโลกความฝันนี้ เจโน่เหลือบมองพระอาทิตย์และนั้นทำให้เขารู้ว่าอีกราว ๆ 5 ชั่วโมง เขาถึงจะได้ตื่นจากฝันนี้
ฟึบ ฟึบ
            เสียงอะไรน่ะ?
            เสียงประหลาดที่เกิดขึ้นจากด้านหลังทำให้เขาที่อยู่คนเดียวนั้นเอะใจก่อนที่จะหันไปยังทิศทางของเสียง ดวงตาสีดำสนิทของเขาเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า
            “โคนม!? เป็นไปไม่ได้!
             วัวลายขาวดำที่เห็นไปตามฟาร์มนมทั่วไปอยู่ตรงหน้าเขา มันกำลังกินหญ้าที่พื้นอย่างสบายใจ เจโน่เริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่คิดว่าสิ่งที่แจมินคิดนั้นจะเป็นจริง  หมายความว่าสิ่งที่เราคิดในโลกความฝันนี้มันจะเกิดขึ้นมาจริงอย่างนั้นหรอ?
            ให้ตายสิ เจโน่อยากให้แจมินเข้ามาในโลกความฝันนี้ไว ๆ เหลือเกินและถ้าหากมันเป็นเรื่องจริง เขาก็มีความคิดดีดีอยากจะลองทำอยู่สักครั้งเหมือนกัน


            “ แจมิน! มันมีจริง ๆ ด้วย! “ เจโน่ตะโกนขึ้นเสียงดังลั่นทุ่งหญ้าทันทีที่แจมินเข้ามาในโลกความฝัน แจมินทำหน้าไม่เข้าใจจนเจโน่เอามือตบลงบนพื้นที่ว่างข้าง ๆ ถึงจะยอมเล่าเรื่องที่ว่าให้ฟัง
            “ เมื่อวานหลังจากนายกลับไปก็มีโคนมโผล่ออกมาละ”
            “ ห๊ะ “  แจมินทำหน้าไม่เชื่อก็เพราะเมื่อวานมันก็ไม่มีอะไรโผล่ออกมาซะหน่อย
            “ จริง ๆ นะ หลังจากนั้นฉันก็ใช้เวลาทั้งวันคิดเรื่องที่จะทำให้เราไปเจอกันได้ที่โลกจริง”
            “ เดี๋ยวก่อนเจโน่ มันจะทำได้หรอ.. ฉันหมายถึงว่าพวกเราไม่สามารถพูดชื่อสถานที่และประเทศที่เราอยู่ได้นะ ถึงแม้ว่าฉันจะรู้แล้วก็เถอะว่านายอยู่ประเทศไหนเพราะชื่ออ่ะนะ”
            “ ฉันอยากให้นายลองดูจริง ๆ นะ “  เจโน่ยังคงยืนยันคำเดิมกับการทดลองครั้งนี้…..เป็นครั้งแรกเลยที่เจโน่แสดงท่าทางอยากรู้อยากลองกับอะไรบางอย่าง
            “ ให้ฉันทำอะไรละ?”
            “นายช่วงลองนึกถึงสถานที่ที่นายอยู่ได้ไหม เพราะฉันเองก็จะลองเหมือนกัน”
            “ แต่เจโน่ต่อให้ภาพในหัวของนายทำให้ฉันเห็น ฉันก็ไม่สามารถบินลัดฟ้าไปหานายได้หรอกนะ” เพราะที่บ้านของแจมินไม่ให้เขาออกนอกประเทศ
            “เพราะอย่างนั้น ฉันจะไปหานายเองไงแจมิน” เขาพูดด้วยเสียงที่มุ่งมั่น คำพูดนั้นทำให้แจมินเชื่อมั่นในตัวเจโน่ไม่สิแจมินก็เชื่อมั่นในตัวเจโน่มาเสมอ
             “เอาเป็นที่ที่ใครทั่วไปก็รู้จักจุดแลนด์มาร์คของประเทศก็ได้นะ”
            จุดแลนด์มาร์คของประเทศอย่างนั้นหรอ แจมินนั่งคิดก่อนที่เขาจะหลับตาทั้งสองข้างลงพลางนึกถึงสิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมากมายต้องมาถ่ายรูปกันที่นี้ เขานึกถึงไปยังบรรยากาศเมื่อฝนตกเพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝนของที่นั้น กลิ่นอายของฝนยามเมื่อตกกระทบถึงพื้น 
            แจมินลืมตาขึ้น เขามองไปยังรอบ ๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่จู่ ๆ อากาศที่คุ้นเคยก็โชยพัดเข้ามา ทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าที่คุ้นตานั้นถูกซ้อนทับกับภาพในหัวของเขา ถึงแม้จะเป็นช่วงวินาทีเดียวแต่นั้นมันทำให้อีกคน.. ลี เจโน่รู้สึกถึงสิ่งที่แจมินคิด สถานที่ บรรยากาศและกลิ่นอายยามเมื่อฝนตก  
            เจโน่ยิ้ม..แจมินเห็นรอยยิ้มนั้นและความหวังที่แถบจะริบหรี่นั้นมันกลับมีแสงเล็ก ๆ ประกายขึ้นท่ามกลางความมืด
            “ ฉันเห็นแล้วละ สถานที่นั้นนะ”
            “ ถึงแม้ว่าเราทั้งสองคนจะไม่เคยเห็นหน้าตาของกันและกันเลยก็ตาม แต่ถ้าหากฉันไปถึงที่นั้นแล้ว..” เจโน่สูดหายใจให้ลึกก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นออกมามันทำให้แจมินยิ้มออกมาอย่างทุกที รอยยิ้มที่เปรียบเสมือนดอกทานตะวันที่ได้รับแสงอาทิตย์
            “ ได้โปรดยิ้มอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันสามารถตามหานายได้”
            “ รอฉันก่อนนะแจมิน ฉันจะไปหานาย”

ปารีส , ฝรั่งเศส
20xx
            บทความของ ลี เจโน่

                        Finding Love

            เป็นเพราะโชคชะตาทำให้เราได้โคจรมาพบกันในโลกความฝันแม้เราจะอยู่คนละซีกโลกก็ตามแต่เพราะนั้นทำให้ผมได้พบกับคน ๆ หนึ่งที่ทำให้ผมนั้นกล้าที่จะทำอะไรบางสิ่งที่ตัวผมเองก็ไม่คิดว่าจะสามารถทำมันได้ มันเป็นเพราะความรัก
            โชคชะตาที่ดูเหมือนกันจะกลั่นแกล้งเรา โชคชะตาที่ทำให้เราไม่สามารถพบกันได้ ดูเหมือนว่ามันจะเลวร้าย แต่ถ้าหากคุณลองเปลี่ยนแปลงมันดูละ? คุณลองก้าวข้ามขีดจำกัดที่คนอื่นขีดเส้นไว้ คุณลองที่จะเปลี่ยนแปลงมันแค่คุณลองสักครั้ง ลองเพื่อใครสักคนที่คุณนั้นสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างเขาและมันก็คุ้มค่าที่คุณจะลอง ไม่สิ ต้องเรียกว่าคุ้มค่าที่จะทำ
            อุปสรรคที่ว่าไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนมันเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินหากว่าคุณก็ตามหาใครบ้างคน แต่ผม ลี เจโน่ได้ทิ้งความคิดนั้นไปเพื่อจะได้เคียงข้างอีกคนนา แจมิน คู่พันธะแห่งโชคชะตาของผม
            กฎที่คุณคิดว่ามันทำลายไม่ได้ ตัวผมได้ทำลายมันลงไปแล้วนะแล้วคุณละพร้อมที่จะทำลายมันไหม เพื่อคนอีกคนที่อยู่ในโลกความฝันของคุณ


END.



เพลง  Paris in the rain ของคุณ Lauv เป็นเรื่องราวหลังจากนั้นเลยค่ะ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น