Title: Begin Again
Card: 13.DEATH
Tag: #deathnomin
Author: Primrose Yellow
Warning! No One 17 and Under Admitted (NC-17)
“การจบสถานะบางอย่างไปสู่สถานะใหม่”
ถ้อยคำสัตย์สาบานของคู่รักตราตรึงไว้ยังใจกลางของหัวใจ
แต่เมื่อใครคนหนึ่งกลับผิดคำแทนที่จะทนทุกข์กับความไม่ซื่อสัตย์กลายเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่างหากที่จมอยู่กับความเสียใจเจียนตาย
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วได้มีเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาอย่างช้านานเกี่ยวกับการตายและฟื้นคืนชีพของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่ได้ปรารถนาชีวิตนั้นแม้เพียงเล็กน้อย วิญญาณที่ดับสูญเพียงเพราะหัวใจถูกทำลายโดยคนรัก และนั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่อจากนี้....
สิ่งเดียวที่ยังเหลือทิ้งไว้ภายใต้คฤหาสน์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของเมืองคือร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มที่ชื่อว่าเจโน่ เพราะคำขอครั้งสุดท้ายของเขาจึงไม่มีผู้ใดนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เขาประสงค์ที่จะอยู่ยังที่แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเต็มไปด้วยความรัก
สิ่งเดียวที่ยังเหลือทิ้งไว้ภายใต้คฤหาสน์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของเมืองคือร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มที่ชื่อว่าเจโน่ เพราะคำขอครั้งสุดท้ายของเขาจึงไม่มีผู้ใดนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เขาประสงค์ที่จะอยู่ยังที่แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเต็มไปด้วยความรัก
ร่างกายที่ซีดเผือดไร้เลือดมาหล่อเลี้ยงบ่งบอกว่าเขาได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว
อีกไม่นานมันคงส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ เขาตัวคนเดียว
เป็นทายาทรุ่นสุดท้าย สั่งเสียโดยไม่สนคำโต้แย้งของเครือญาติห่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและพบว่าตนยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันหนา ไม่ทราบที่มา
ไม่รู้ทิศทาง
เขาเหมือนคนว่างเปล่าที่ไม่รู้ว่าควรเดินไปทางไหนหรือแม้แต่จะตะโกนถามเขายังไม่อาจรู้ได้ว่าควรถามใคร
ทุกอย่างเงียบสงบ
“คนยังไม่ถึงคราวตายแต่กลับตายเพียงเพราะหัวใจที่เปราะบาง” เสียงเย็นเยือกไม่สามารถที่มาดังก้องไปทั่ว
เขาหันซ้ายหันขวาแต่กลับพบเพียงหมอกควันเท่านั้น
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครา”
“ไม่... ข้าไม่อยากกลับไปเผชิญกับความทุกข์อีกแล้ว ให้ข้าตายเถิด” คำวิงวอนของเขาไม่เป็นผล
“เจ้ายังไม่ถึงฆาต ต่อให้เจ้าอยากตายก็ทำไม่ได้ มันคือชะตา”
ชายหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้น หยดน้ำตาไหลรินอาบแก้มโดยไม่นึกอาย “ข้าจะอยู่ไปทำไมเมื่อไร้คนรัก”
“นั่นมันเรื่องของเจ้า ไม่ใช่เรื่องของข้า
เจ้าจะถูกส่งกลับไปพร้อมกับลมหายใจ
ใช้มันจะถึงวาระสุดท้ายแล้วเจ้าจะได้ตายอย่างสมใจ” เขาที่กำลังจะปฏิเสธก็กลับหมดสติลง
เสียงฝนพรำด้านนอกช่วยปลุกให้ชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เขาไม่มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อลืมตาขึ้นจะพบว่าภาพตรงหน้าคือเพดานห้องนอนของตน
ไฟในคฤหาสน์ส่องสว่างอีกครั้งจนกลายเป็นข่าวลือไปทั่วเมืองว่าที่แห่งนี้กลายเป็นคฤหาสน์ผีสิง
ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกลายเข้ามาด้านในซึ่งมันก็ดีสำหรับเขา
ไม่มีผู้คนมาคอยกวนใจ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก
ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง
แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้ค่าไร้จุดหมายในชีวิต
เขาทำได้แค่เฝ้ามองผู้คนในเมืองผ่านหน้าต่างบนยอดหอคอยสูง
ความตายเปลี่ยนชายผู้อบอุ่นให้กลายเป็นเพียงมนุษย์ผู้ไร้หัวใจ
ไม่โหยหาความรัก ไม่ต้องการมอบความรู้สึกให้ผู้ใดอีกแล้ว
เพราะเขาเชื่อว่าเมื่อมีรักย่อมมีทุกข์ สู้ไม่มีมันเสียจะดีกว่า
อากาศเย็นชื้นบ่งบอกถึงการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ ความเย็นนั้นมาพร้อมสายฝน
มันพัดพาเอาความเหงาเข้ามาจับขั้วหัวใจมากขึ้นกว่าเดิมจนเขาแทบทนไม่ไหว อยากหาย
อยากตาย อยากไปให้พ้น ๆ จากความทุกข์ทรมานนี้
สายลมโหมกระหน่ำด้านนอกไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ผิดกับเด็กหนุ่มอีกคนที่ช่างน่าสงสาร เนื้อตัวของเขาเปียกชุ่มไปด้วยสายฝน
มืออันสั่นเทาเอื้อมไปจับประตูคฤหาสน์แสนเก่าและบรรจงเปิดมันออกมาเชื่องช้า
ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของที่แห่งนี้แต่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่นั้นมันก็ไม่มีตัวเลือกให้เขามากนักเท่าไหร่
“ขอหลบฝนสักชั่วโมงนึงนะขอรับ”
เด็กหนุ่มเอ่ยบอกเจ้าของคฤหาสน์ที่เขาคิดว่าเป็นผี
ความหนาวเย็นเริ่มแสดงอาการให้เขาต้องถอดเสื้อผ้าออกเพื่อไม่ให้ตัวเองป่วย
ร่างกายขาวบางจนแทบจะเรืองแสงได้นั้นทำเอาคนที่นอนเงียบ ๆ
อยู่ตรงโซฟาลอบกลืนน้ำลาย
เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ
ก็พบว่ามันไม่ได้สกปรกอย่างที่เขาคิดแต่กลับดูสะอาดสะอ้านเหมือนกับมีคนอยู่ตลอดเวลา
เขาเดินตรงไปยังเตาผิงหยิบฟืนมาใส่ ราดน้ำมันจากนั้นก็จุดไฟด้วยไม้ขีดซึ่งเปียกไปด้วยน้ำฝน
พยายามอยู่นานก็ไร้วี่แววของเปลวไฟ
เจ้าของเตาผิงชั่งใจอยู่นานว่าควรแสดงตัวดีไหมตัดสินใจเดินมาจุดไม้ขีดแล้วโยนมันลงไป
เพลิงที่มอบความอบอุ่นให้เด็กหนุ่มลุกโชนขึ้น
เขาเบิกตากว้างพลางหันไปมองชายที่ยืนค้ำหัวตนอยู่ เขาผงะเล็กน้อย “ผะ...ผี”
“ไม่ใช่”
“แล้วท่านเป็นใคร”
“ข้าสิต้องถามเจ้า เข้ามาในบ้านคนอื่นแท้ ๆ
ใยตั้งคำถามนั้นกับข้าเสียล่ะ”
“ที่นี่ไม่มีคนอยู่นี่ขอรับ”
“ก็ข้านี่ไงที่อยู่”
เจโน่ตอบพลางไล่สายตามองไปตามเรือนร่างของคนที่นั่งคุกเข่า “เจ้าหนาวสินะ”
“ขะ ขอรับ”
“เช่นนั้นเจ้าก็นั่งผิงไฟไปเถอะ”
ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม
“เจ้าชื่ออะไร”
“แจมินขอรับ”
“แจมิน อืม...ก็เพราะดี”
เด็กหนุ่มนั่งกอดตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่นพลางมองไปที่อีกฝ่าย “ท่านเป็นคนจริง ๆ เหรอขอขอรับ”
“ไม่เชื่อหรือไง” เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้
ย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกัน นิ้วเรียวเชยคางขึ้นมาก่อนจะประทับริมฝีปากอุ่น ๆ
ลงไปที่ริมฝีปากเย็นเฉียบ “ผีจูบเจ้าไม่ได้หรอกนะ” เขากระตุกยิ้มก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ
“ท่าน...”
“เด็กน้อย เจ้าแก้ผ้าต่อหน้าข้าเช่นนี้ไม่คิดระแวดระวังเลยหรือไร ต่อให้ข้าเป็นผู้ชายข้าก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าเจ้าจะกลับออกไปโดยที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่นะ”
เด็กหนุ่มกะพริบตาถี่ราวกับปีกผีเสื้อขยับนั้นดึงดูดสายตาคนมองได้เป็นอย่างดี
ท่าทีน่าเอ็นดูทำให้หัวใจกระตุกวูบ แจมินนั่งอยู่ที่เดิมและคอยมองตามแผ่นหลังที่ไปหยุดอยู่ที่โซฟาหรู
เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจลุกเดินไปทิ้งตัวนั่งบนตักของเจโน่
“ถ้าความบริสุทธิ์ของข้าจะมีท่านเป็นผู้พรากไป เช่นนั้นข้าก็ยินดียิ่ง”
เด็กหนุ่มแนบร่างกายที่เปลือยเปล่าไปกับชายหนุ่มซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะผลักไส “ข้าหนาว
ท่านจะช่วยกอดข้าให้อุ่นขึ้นได้หรือไม่ขอรับ”
“อ้อนวอนข้าสิแจมิน ร้องขอมันกับข้าจนกว่าข้าจะพอใจ” เด็กหนุ่มที่ไม่ประสีประสาเรื่องนี้มีท่าทางเงอะงะชวนขันยิ่งนัก
เขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเจโน่ออกทีละชิ้นด้วยมืออันสั่นเทาจนเจ้าตัวที่นั่งมองเงียบ
ๆ ทนไม่ไหวจึงกลายเป็นเขาเองที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด
“ข้าอยากให้ท่านเข้ามาในตัวข้ายิ่งนัก ข้าอยาก...อยาก”
มือเรียวลูบไล้ไปตามกรอบหน้าก่อนจะเขี่ยแก้มเนียนเล่น “อยากอะไรฮึ เด็กน้อย”
“อยากเป็นของท่าน”
มือหนาที่ไม่หยาบกระด้างเพราะเกิดมาในครอบครัวของผู้มีฐานะสัมผัสไปยังผิวกายเรียบเนียน
แม้จะผิงไฟแล้วก็ยังไม่ทำให้แจมินตัวอุ่นขึ้นเลย
ปลายลิ้นร้อนแตะเข้าที่หัวไหล่ก่อนจะดูดดึงจนเกิดร่องรอยขึ้น
เจโน่ลากริมฝีปากเลื่อนมายังแผงอกขาว เล็มเลียเม็ดบัวทั้งสองข้างสลับไปมาโดยที่อีกฝ่ายแอ่นอกรับอย่างรู้งาน
สายฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ
เช่นเดียวกันกับแรงอารมณ์ของคนสองคนที่เป็นเพียงชายแปลกหน้าเท่านั้น คนหนึ่งก็โหยหาความอบอุ่น
อีกคนก็ต้องการความหฤหรรษ์ พวกเขาจึงยินดีมอบมันให้กันและกันแต่โดยดี
มือหนาลูบส่วนกลางลำตัวของคนบนตักขึ้นลงจนเป็นเหตุให้เกิดเสียงอื้ออึงในลำคอระหง
แจมิบิดเร้ากายด้วยความเสียวซ่านยามเมื่อส่วนปลายถูกนิ้วเรียวถูวนจนฉ่ำไปด้วยหยดน้ำสีขุ่น
ดวงตากลมโตดูน่ามองมากยิ่งขึ้นเมื่อมันมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอหน่วยอยู่แบบนั้น
มือเล็กจิกเข้าไปที่หัวไหล่เพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะโน้มใบหน้าไปบดจูบกับเจ้าของร่างหนา “อ๊ะ”
แจมินครางอีกครั้งเมื่อถูกยกตัวขึ้น
เขาทำตามอย่างว่าง่ายราวกับเป็นดอกไม้ที่ยินดีให้ผึ้งมาตักตวงหาน้ำหวาน
เข็มแหลมคมสอดเข้าไปด้านในของเกสรดอกไม้
ออกแรงขยับเป็นจังหวะเพื่อบรรเลงบทเพลงเร่าร้อนให้ดังขับขานไปทั่วบริเวณ
มันกึกก้องไปทั้งโสตประสาท บั้นท้ายเนียนถูกขยำอย่างแรง มันเจ็บและเสียวไปในเวลาเดียวกัน
“เจ้าเจ็บมากไหม”
เสียงแหบพร่ากระซิบถามข้างใบหู
“เจ็บขอรับ แต่! ไม่ต้องหยุดนะขอรับ”
“เจ้าชอบไหม”
“ชอบขอรับ”
“หึ มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น เหตุใดข้าจะหยุดล่ะ”
“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ทำช้า ๆ นะขอรับ ข้าอยากให้ท่านสัมผัสข้านาน ๆ”
เด็กหนุ่มที่ยั่วยวนจนสติของเจโน่เตลิดเปิดเปิงถูกจับพลิกให้นอนคว่ำบนโซฟาก่อนจะถูกแท่งเอ็นอุ่นสอดเข้าไปอีกครั้งในโพรงลึก
ขยับจังหวะเข้าออกตามที่แรงอารมณ์มีจนคนด้านล่างเผลอร้องออกมาเสียงดัง “ร้องดัง ๆ แจมิน ที่นี่อยู่ห่างจากผู้คนแถมฝนยังตกอีก
เจ้าร้องได้ตามที่เจ้าปรารถนาและข้าก็อยากได้ยินเสียงเจ้าตอนกำลังมีความสุขกับข้าเช่นกัน”
แจมินทำตามที่เจโน่บอก เขาทั้งร้องทั้งครางจนแทบไม่เป็นภาษา
ความเจ็บปวดระคนความเสียวซ่านทำเอาเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาไม่หลงเหลือความเขินอายใด
ๆ ไว้อีกเลย เจโน่ยังไม่ยอมให้พวกเขาเดินทางไปยังสุดทางปลายอุโมงค์ง่าย ๆ
เพราะตอนนี้เขาลากอีกฝ่ายมายังราวบันได
มือเล็กจับราวเหล็กที่เย็นเฉียบแน่นเพื่อตั้งรับสัมผัสอีกครั้ง
ร่างหนาโถมกายใส่พร้อมกับส่งท่อนเนื้อเข้าไปอีกครั้ง
ขยับเข้าออกเป็นจังหวะตามที่ต้องการก่อนจะถอดออกแล้วฉุดกระชากเด็กหนุ่มร่างผอมบางให้เดินตามไปยังห้องนอนของตน
ร่างกายเปลือยเปล่าถูกเหวี่ยงใส่เตียงหนาขนาดใหญ่ “โอ๊ย!!” เจโน่กระโดดไปคร่อมแล้วจับแยกเรียวขาทั้งสองข้างมาพาดไหล่
แขนแกร่งจับแท่งเนื้อที่ตั้งชูชันสอดเข้าไปในช่องทางรักก่อนจะขยับเข้าออกตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย
ๆ
คนด้านบนขยับสะโพกถี่รัวจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง
หัวสมองขาวโพลนพร้อมกับปลายทางที่มาถึงเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
เจโน่ทิ้งกายลงข้าง ๆ แจมิน
ดึงเด็กหนุ่มมากอดเอาไว้เพื่อมอบความอบอุ่นให้กับบุคคลที่โหยหามันอย่างยิ่งยวด
จุดจบของความตายคือจุดเริ่มต้นใหม่ของเรื่องราวความรักอันฉาบฉวย
เขาเคยหวังว่าจะใช้ชีวิตนี้ให้มันหมด ๆ ไปโดยไร้จุดหมายแต่กลับกลายเป็นว่ามันมีสิ่งที่กำลังที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในส่วนลึกสุดของก้นบึ้งหัวใจ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนติดตรึงใจนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ไม่ใช่เพราะร่างกายอันเย้ายวนแต่อย่างใด มันคือดวงตาที่ไร้พิษภัยนั้นต่างหากที่ช่วยละลายน้ำแข็งในหัวใจของเจโน่ให้กลายเป็นสายธารอันอบอุ่นที่พร้อมชโลมร่างกายของแจมินให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น
สิ่งเลวร้ายได้จบลงพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวบทใหม่ ชีวิตใหม่และความรักครั้งใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนลงเอยเช่นไร บ้างก็ว่ามีความสุขดี บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มนั้นเพียงแค่หลงเข้าไปและฝันก็เท่านั้น บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผีจนตัวเองตายกลายเป็นผีเฝ้าคฤหาสน์คู่กัน แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นไรก็ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความจริงดังกล่าวเลย
บ่อยครั้งมีชาวบ้านเดินหลงป่าก่อนจะไปโผล่ยังท้ายคฤหาสน์ พวกเขาได้ยินเสียงครางโหยหวน อธิบายไม่ได้ว่าเสียงนั้นคือความทรมานหรือความสุขกันแน่ ที่รู้ ๆ ก็คือ ไม่ควรเข้าใกล้คฤหาสน์หลังนี้เป็นอันขาด
สิ่งเลวร้ายได้จบลงพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวบทใหม่ ชีวิตใหม่และความรักครั้งใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนลงเอยเช่นไร บ้างก็ว่ามีความสุขดี บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มนั้นเพียงแค่หลงเข้าไปและฝันก็เท่านั้น บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผีจนตัวเองตายกลายเป็นผีเฝ้าคฤหาสน์คู่กัน แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นไรก็ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความจริงดังกล่าวเลย
บ่อยครั้งมีชาวบ้านเดินหลงป่าก่อนจะไปโผล่ยังท้ายคฤหาสน์ พวกเขาได้ยินเสียงครางโหยหวน อธิบายไม่ได้ว่าเสียงนั้นคือความทรมานหรือความสุขกันแน่ ที่รู้ ๆ ก็คือ ไม่ควรเข้าใกล้คฤหาสน์หลังนี้เป็นอันขาด
END
#deathnomin
25+มั้งคะแบบนี้
ติชมกันได้ในแท็กด้านบนเลยนะคะค่อนข้างห่างไปนานสำหรับฉากนี้กลัวว่าจะฝืด
เราปลายเปิดนะคะ ให้คิดต่อกันตามอัธยาศัยว่าจริง ๆ แล้วน้องฝันหรือเปล่า
เราปลายเปิดนะคะ ให้คิดต่อกันตามอัธยาศัยว่าจริง ๆ แล้วน้องฝันหรือเปล่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น