วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561

13.DEATH


Title: Begin Again
Card: 13.DEATH
Tag: #deathnomin
Author: Primrose Yellow

Warning! No One 17 and Under Admitted (NC-17)


“การจบสถานะบางอย่างไปสู่สถานะใหม่”

ถ้อยคำสัตย์สาบานของคู่รักตราตรึงไว้ยังใจกลางของหัวใจ แต่เมื่อใครคนหนึ่งกลับผิดคำแทนที่จะทนทุกข์กับความไม่ซื่อสัตย์กลายเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่างหากที่จมอยู่กับความเสียใจเจียนตาย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วได้มีเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาอย่างช้านานเกี่ยวกับการตายและฟื้นคืนชีพของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่ได้ปรารถนาชีวิตนั้นแม้เพียงเล็กน้อย วิญญาณที่ดับสูญเพียงเพราะหัวใจถูกทำลายโดยคนรัก และนั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่อจากนี้....

สิ่งเดียวที่ยังเหลือทิ้งไว้ภายใต้คฤหาสน์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของเมืองคือร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มที่ชื่อว่าเจโน่ เพราะคำขอครั้งสุดท้ายของเขาจึงไม่มีผู้ใดนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เขาประสงค์ที่จะอยู่ยังที่แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเต็มไปด้วยความรัก

ร่างกายที่ซีดเผือดไร้เลือดมาหล่อเลี้ยงบ่งบอกว่าเขาได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว อีกไม่นานมันคงส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ เขาตัวคนเดียว เป็นทายาทรุ่นสุดท้าย สั่งเสียโดยไม่สนคำโต้แย้งของเครือญาติห่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและพบว่าตนยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันหนา ไม่ทราบที่มา ไม่รู้ทิศทาง เขาเหมือนคนว่างเปล่าที่ไม่รู้ว่าควรเดินไปทางไหนหรือแม้แต่จะตะโกนถามเขายังไม่อาจรู้ได้ว่าควรถามใคร ทุกอย่างเงียบสงบ

“คนยังไม่ถึงคราวตายแต่กลับตายเพียงเพราะหัวใจที่เปราะบาง”  เสียงเย็นเยือกไม่สามารถที่มาดังก้องไปทั่ว เขาหันซ้ายหันขวาแต่กลับพบเพียงหมอกควันเท่านั้น  “ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครา”

“ไม่... ข้าไม่อยากกลับไปเผชิญกับความทุกข์อีกแล้ว ให้ข้าตายเถิด”  คำวิงวอนของเขาไม่เป็นผล

“เจ้ายังไม่ถึงฆาต ต่อให้เจ้าอยากตายก็ทำไม่ได้ มันคือชะตา”

ชายหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้น หยดน้ำตาไหลรินอาบแก้มโดยไม่นึกอาย  “ข้าจะอยู่ไปทำไมเมื่อไร้คนรัก”

“นั่นมันเรื่องของเจ้า ไม่ใช่เรื่องของข้า เจ้าจะถูกส่งกลับไปพร้อมกับลมหายใจ ใช้มันจะถึงวาระสุดท้ายแล้วเจ้าจะได้ตายอย่างสมใจ”  เขาที่กำลังจะปฏิเสธก็กลับหมดสติลง

เสียงฝนพรำด้านนอกช่วยปลุกให้ชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อลืมตาขึ้นจะพบว่าภาพตรงหน้าคือเพดานห้องนอนของตน ไฟในคฤหาสน์ส่องสว่างอีกครั้งจนกลายเป็นข่าวลือไปทั่วเมืองว่าที่แห่งนี้กลายเป็นคฤหาสน์ผีสิง

ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกลายเข้ามาด้านในซึ่งมันก็ดีสำหรับเขา ไม่มีผู้คนมาคอยกวนใจ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง  แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้ค่าไร้จุดหมายในชีวิต เขาทำได้แค่เฝ้ามองผู้คนในเมืองผ่านหน้าต่างบนยอดหอคอยสูง

ความตายเปลี่ยนชายผู้อบอุ่นให้กลายเป็นเพียงมนุษย์ผู้ไร้หัวใจ ไม่โหยหาความรัก ไม่ต้องการมอบความรู้สึกให้ผู้ใดอีกแล้ว เพราะเขาเชื่อว่าเมื่อมีรักย่อมมีทุกข์ สู้ไม่มีมันเสียจะดีกว่า

อากาศเย็นชื้นบ่งบอกถึงการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ ความเย็นนั้นมาพร้อมสายฝน มันพัดพาเอาความเหงาเข้ามาจับขั้วหัวใจมากขึ้นกว่าเดิมจนเขาแทบทนไม่ไหว อยากหาย อยากตาย อยากไปให้พ้น ๆ จากความทุกข์ทรมานนี้

สายลมโหมกระหน่ำด้านนอกไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ผิดกับเด็กหนุ่มอีกคนที่ช่างน่าสงสาร เนื้อตัวของเขาเปียกชุ่มไปด้วยสายฝน มืออันสั่นเทาเอื้อมไปจับประตูคฤหาสน์แสนเก่าและบรรจงเปิดมันออกมาเชื่องช้า ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของที่แห่งนี้แต่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่นั้นมันก็ไม่มีตัวเลือกให้เขามากนักเท่าไหร่

“ขอหลบฝนสักชั่วโมงนึงนะขอรับ”  เด็กหนุ่มเอ่ยบอกเจ้าของคฤหาสน์ที่เขาคิดว่าเป็นผี ความหนาวเย็นเริ่มแสดงอาการให้เขาต้องถอดเสื้อผ้าออกเพื่อไม่ให้ตัวเองป่วย ร่างกายขาวบางจนแทบจะเรืองแสงได้นั้นทำเอาคนที่นอนเงียบ ๆ อยู่ตรงโซฟาลอบกลืนน้ำลาย

เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามันไม่ได้สกปรกอย่างที่เขาคิดแต่กลับดูสะอาดสะอ้านเหมือนกับมีคนอยู่ตลอดเวลา เขาเดินตรงไปยังเตาผิงหยิบฟืนมาใส่ ราดน้ำมันจากนั้นก็จุดไฟด้วยไม้ขีดซึ่งเปียกไปด้วยน้ำฝน พยายามอยู่นานก็ไร้วี่แววของเปลวไฟ

เจ้าของเตาผิงชั่งใจอยู่นานว่าควรแสดงตัวดีไหมตัดสินใจเดินมาจุดไม้ขีดแล้วโยนมันลงไป เพลิงที่มอบความอบอุ่นให้เด็กหนุ่มลุกโชนขึ้น เขาเบิกตากว้างพลางหันไปมองชายที่ยืนค้ำหัวตนอยู่ เขาผงะเล็กน้อย  “ผะ...ผี”

“ไม่ใช่”

“แล้วท่านเป็นใคร”

“ข้าสิต้องถามเจ้า เข้ามาในบ้านคนอื่นแท้ ๆ ใยตั้งคำถามนั้นกับข้าเสียล่ะ”

“ที่นี่ไม่มีคนอยู่นี่ขอรับ”

“ก็ข้านี่ไงที่อยู่”  เจโน่ตอบพลางไล่สายตามองไปตามเรือนร่างของคนที่นั่งคุกเข่า  “เจ้าหนาวสินะ”

“ขะ ขอรับ”

“เช่นนั้นเจ้าก็นั่งผิงไฟไปเถอะ”  ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม  “เจ้าชื่ออะไร”

“แจมินขอรับ”

“แจมิน อืม...ก็เพราะดี”

เด็กหนุ่มนั่งกอดตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่นพลางมองไปที่อีกฝ่าย  “ท่านเป็นคนจริง ๆ เหรอขอขอรับ”

“ไม่เชื่อหรือไง”  เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกัน นิ้วเรียวเชยคางขึ้นมาก่อนจะประทับริมฝีปากอุ่น ๆ ลงไปที่ริมฝีปากเย็นเฉียบ  “ผีจูบเจ้าไม่ได้หรอกนะ”  เขากระตุกยิ้มก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ

“ท่าน...”

“เด็กน้อย เจ้าแก้ผ้าต่อหน้าข้าเช่นนี้ไม่คิดระแวดระวังเลยหรือไร ต่อให้ข้าเป็นผู้ชายข้าก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าเจ้าจะกลับออกไปโดยที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่นะ”

เด็กหนุ่มกะพริบตาถี่ราวกับปีกผีเสื้อขยับนั้นดึงดูดสายตาคนมองได้เป็นอย่างดี ท่าทีน่าเอ็นดูทำให้หัวใจกระตุกวูบ แจมินนั่งอยู่ที่เดิมและคอยมองตามแผ่นหลังที่ไปหยุดอยู่ที่โซฟาหรู เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจลุกเดินไปทิ้งตัวนั่งบนตักของเจโน่

“ถ้าความบริสุทธิ์ของข้าจะมีท่านเป็นผู้พรากไป เช่นนั้นข้าก็ยินดียิ่ง”  เด็กหนุ่มแนบร่างกายที่เปลือยเปล่าไปกับชายหนุ่มซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะผลักไส  “ข้าหนาว ท่านจะช่วยกอดข้าให้อุ่นขึ้นได้หรือไม่ขอรับ”

“อ้อนวอนข้าสิแจมิน ร้องขอมันกับข้าจนกว่าข้าจะพอใจ”  เด็กหนุ่มที่ไม่ประสีประสาเรื่องนี้มีท่าทางเงอะงะชวนขันยิ่งนัก เขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเจโน่ออกทีละชิ้นด้วยมืออันสั่นเทาจนเจ้าตัวที่นั่งมองเงียบ ๆ ทนไม่ไหวจึงกลายเป็นเขาเองที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด

“ข้าอยากให้ท่านเข้ามาในตัวข้ายิ่งนัก ข้าอยาก...อยาก”

มือเรียวลูบไล้ไปตามกรอบหน้าก่อนจะเขี่ยแก้มเนียนเล่น  “อยากอะไรฮึ เด็กน้อย” 

“อยากเป็นของท่าน”

มือหนาที่ไม่หยาบกระด้างเพราะเกิดมาในครอบครัวของผู้มีฐานะสัมผัสไปยังผิวกายเรียบเนียน แม้จะผิงไฟแล้วก็ยังไม่ทำให้แจมินตัวอุ่นขึ้นเลย ปลายลิ้นร้อนแตะเข้าที่หัวไหล่ก่อนจะดูดดึงจนเกิดร่องรอยขึ้น เจโน่ลากริมฝีปากเลื่อนมายังแผงอกขาว เล็มเลียเม็ดบัวทั้งสองข้างสลับไปมาโดยที่อีกฝ่ายแอ่นอกรับอย่างรู้งาน

สายฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ เช่นเดียวกันกับแรงอารมณ์ของคนสองคนที่เป็นเพียงชายแปลกหน้าเท่านั้น คนหนึ่งก็โหยหาความอบอุ่น อีกคนก็ต้องการความหฤหรรษ์ พวกเขาจึงยินดีมอบมันให้กันและกันแต่โดยดี

มือหนาลูบส่วนกลางลำตัวของคนบนตักขึ้นลงจนเป็นเหตุให้เกิดเสียงอื้ออึงในลำคอระหง แจมิบิดเร้ากายด้วยความเสียวซ่านยามเมื่อส่วนปลายถูกนิ้วเรียวถูวนจนฉ่ำไปด้วยหยดน้ำสีขุ่น ดวงตากลมโตดูน่ามองมากยิ่งขึ้นเมื่อมันมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอหน่วยอยู่แบบนั้น

มือเล็กจิกเข้าไปที่หัวไหล่เพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะโน้มใบหน้าไปบดจูบกับเจ้าของร่างหนา  “อ๊ะ”  แจมินครางอีกครั้งเมื่อถูกยกตัวขึ้น เขาทำตามอย่างว่าง่ายราวกับเป็นดอกไม้ที่ยินดีให้ผึ้งมาตักตวงหาน้ำหวาน

เข็มแหลมคมสอดเข้าไปด้านในของเกสรดอกไม้ ออกแรงขยับเป็นจังหวะเพื่อบรรเลงบทเพลงเร่าร้อนให้ดังขับขานไปทั่วบริเวณ มันกึกก้องไปทั้งโสตประสาท บั้นท้ายเนียนถูกขยำอย่างแรง มันเจ็บและเสียวไปในเวลาเดียวกัน

“เจ้าเจ็บมากไหม”  เสียงแหบพร่ากระซิบถามข้างใบหู

“เจ็บขอรับ แต่! ไม่ต้องหยุดนะขอรับ”

“เจ้าชอบไหม”

“ชอบขอรับ”

“หึ มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น เหตุใดข้าจะหยุดล่ะ”

“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ทำช้า ๆ นะขอรับ ข้าอยากให้ท่านสัมผัสข้านาน ๆ”

เด็กหนุ่มที่ยั่วยวนจนสติของเจโน่เตลิดเปิดเปิงถูกจับพลิกให้นอนคว่ำบนโซฟาก่อนจะถูกแท่งเอ็นอุ่นสอดเข้าไปอีกครั้งในโพรงลึก ขยับจังหวะเข้าออกตามที่แรงอารมณ์มีจนคนด้านล่างเผลอร้องออกมาเสียงดัง  “ร้องดัง ๆ แจมิน ที่นี่อยู่ห่างจากผู้คนแถมฝนยังตกอีก เจ้าร้องได้ตามที่เจ้าปรารถนาและข้าก็อยากได้ยินเสียงเจ้าตอนกำลังมีความสุขกับข้าเช่นกัน”

แจมินทำตามที่เจโน่บอก เขาทั้งร้องทั้งครางจนแทบไม่เป็นภาษา ความเจ็บปวดระคนความเสียวซ่านทำเอาเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาไม่หลงเหลือความเขินอายใด ๆ ไว้อีกเลย เจโน่ยังไม่ยอมให้พวกเขาเดินทางไปยังสุดทางปลายอุโมงค์ง่าย ๆ เพราะตอนนี้เขาลากอีกฝ่ายมายังราวบันได

มือเล็กจับราวเหล็กที่เย็นเฉียบแน่นเพื่อตั้งรับสัมผัสอีกครั้ง ร่างหนาโถมกายใส่พร้อมกับส่งท่อนเนื้อเข้าไปอีกครั้ง ขยับเข้าออกเป็นจังหวะตามที่ต้องการก่อนจะถอดออกแล้วฉุดกระชากเด็กหนุ่มร่างผอมบางให้เดินตามไปยังห้องนอนของตน

ร่างกายเปลือยเปล่าถูกเหวี่ยงใส่เตียงหนาขนาดใหญ่  “โอ๊ย!!”  เจโน่กระโดดไปคร่อมแล้วจับแยกเรียวขาทั้งสองข้างมาพาดไหล่ แขนแกร่งจับแท่งเนื้อที่ตั้งชูชันสอดเข้าไปในช่องทางรักก่อนจะขยับเข้าออกตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ

คนด้านบนขยับสะโพกถี่รัวจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง หัวสมองขาวโพลนพร้อมกับปลายทางที่มาถึงเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เจโน่ทิ้งกายลงข้าง ๆ แจมิน ดึงเด็กหนุ่มมากอดเอาไว้เพื่อมอบความอบอุ่นให้กับบุคคลที่โหยหามันอย่างยิ่งยวด

จุดจบของความตายคือจุดเริ่มต้นใหม่ของเรื่องราวความรักอันฉาบฉวย เขาเคยหวังว่าจะใช้ชีวิตนี้ให้มันหมด ๆ ไปโดยไร้จุดหมายแต่กลับกลายเป็นว่ามันมีสิ่งที่กำลังที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในส่วนลึกสุดของก้นบึ้งหัวใจ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนติดตรึงใจนับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ใช่เพราะร่างกายอันเย้ายวนแต่อย่างใด มันคือดวงตาที่ไร้พิษภัยนั้นต่างหากที่ช่วยละลายน้ำแข็งในหัวใจของเจโน่ให้กลายเป็นสายธารอันอบอุ่นที่พร้อมชโลมร่างกายของแจมินให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

สิ่งเลวร้ายได้จบลงพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวบทใหม่ ชีวิตใหม่และความรักครั้งใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนลงเอยเช่นไร บ้างก็ว่ามีความสุขดี บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มนั้นเพียงแค่หลงเข้าไปและฝันก็เท่านั้น บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผีจนตัวเองตายกลายเป็นผีเฝ้าคฤหาสน์คู่กัน แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นไรก็ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความจริงดังกล่าวเลย

บ่อยครั้งมีชาวบ้านเดินหลงป่าก่อนจะไปโผล่ยังท้ายคฤหาสน์ พวกเขาได้ยินเสียงครางโหยหวน อธิบายไม่ได้ว่าเสียงนั้นคือความทรมานหรือความสุขกันแน่ ที่รู้ ๆ ก็คือ ไม่ควรเข้าใกล้คฤหาสน์หลังนี้เป็นอันขาด


END
#deathnomin

25+มั้งคะแบบนี้
ติชมกันได้ในแท็กด้านบนเลยนะคะค่อนข้างห่างไปนานสำหรับฉากนี้กลัวว่าจะฝืด
เราปลายเปิดนะคะ ให้คิดต่อกันตามอัธยาศัยว่าจริง ๆ แล้วน้องฝันหรือเปล่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น