Title: help me, pleases
Card: 3.THE EMPRESS
Tag: #ช่วยด้วยเจโน่
Author: weilish
“เป็นอะไรวะ
ดูง่วงๆเหมือนไม่ได้นอน” คนคุ้นเคยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
คนถูกเรียกหาววอดพร้อมเบะปากอย่างรำคาญ อย่าให้พูดเลยว่าเพราะอะไร.. มันเป็นเพราะเขานั่นแหล่ะ!
“เอ้า.. ไม่พูดก็ไม่พูด โอเค๊”
“เพราะมึงนั่นแหล่ะเจโน่”
“กู?” เจ้าตัวชี้นิ้วเข้าหาตนเองพร้อมหัวเราะค่อนในลำคอ
“คือว่า.. กูน่ะ..”
เมื่อวาน
ทั้งคู่เจอเพื่อนต่างห้องอย่าง เฮช ห้องสิบสอง
เขาให้ตั๋วดูดวงตำหนักเจ้าแม่ฟ้าครามมาแถมยังบังคับว่าต้องไปให้ได้
สุดท้ายทั้งสองคนเลยมานั่งแง่กอยู่ในตำหนักเก่าๆแบบนี้ แจมเองไม่ค่อยเชื่อหรอกนะเรื่องพวกนี้
ตอนแรกคิดว่าคนข้างๆจะไม่เชื่อเหมือนกัน ไปๆมาๆ อ่าว เชื่อว่ะ
รอไม่นานเจ้าแม่ก็เรียกเขาเข้าไปพบ
เธอสั่งให้พวกเขาเข้าไปทีละคน ผมเริ่มรู้สึกขนลุกเล็กน้อยเมื่อเป็นคนถูกเรียกเข้าไปคนแรก
ภายในห้องไม่ได้ตกแต่งมากมาย มีเพียงแค่โต๊ะที่เต็มไปด้วยเครื่องมือการดูดวงอะไรของเขาตามประสาหมอดูทั่วไป
ผมยิ้มให้กับเธอและตนเอง รู้ตัวอีกทีแม่หมอเปิดไพ่ออกมาเสียแล้ว
คำพูดของเธอทำให้ผมขนลุกซู่
ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่น้ำเสียงเย็นๆนั่นทำให้ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที
ผมก้าวขาออกมาจากห้องนรกนั่นด้วยความยากลำบาก
ความรู้สึกแปลกๆนั่นยังไม่หายไป จู่ๆก็รู้สึกอยากกินของเปรี้ยวขึ้นมาดื้อๆ แต่ทำได้แค่กลืนน้ำลายเท่านั้น
ไอ้เจโน่เดินสวนเข้าไปแบบไม่พูดอะไรเลย ผมหงุดหงิดจริงๆ
หลังจากนั้นเจโน่ก็เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ตัวเองเดินออกมาก็พบว่าผมสลบไปแล้ว
แต่เขาก็ไม่ได้เล่าอะไรอีก เนี่ย มันหงุดหงิดก็เพราะแบบนี้ตรงที่มันไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยเนี่ย
“ตกลงเมื่อวานที่กูเห็นมึงสลบไป
แล้วพอมึงตื่นก็เหมือนเห็นผีในฝันเนี่ยคือยังไง จะเล่าไม่เล่า” ตอนนี้ผมอยู่ในบ้านไอ้โน่เนี่ยแหล่ะครับ มากินข้าวตอนแรกไม่ได้อยากมาหรอก คงเพราะสภาพผมตอนนี้เลยถูกบังคับมา
“ไม่อยากเล่าว่ะ
น่าอาย”
“.. อืม ก็แล้วแต่มึง”
เจ้าตัวกินข้าวเงียบๆตั้งแต่นั้น ผมยิ้มแห้ง
ถึงแม้จะพยายามเล่นมุกหรือชวนคุยเพื่อนคนนี้ก็นิ่งใส่ ..
ผมกลับมาที่บ้านตัวเองแล้ว
ที่จริงที่ไม่ได้นอนก็เพราะเก็บคำทำนายเมื่อวานมาคิดรู้ตัวอีกทีก็หกโมงเลยอาบน้ำไปโรงเรียนเลย
เสียงเย็นๆนั่นยังตามหลอกหลอนผมเหมือนวิญญาณอาฆาต
‘ไพ่ใบนี้น่ะ..
ยินดีด้วยนะ นายกำลังเป็น แม่คน’ กูอ้าคเรียล?! เอาตรงๆก็สตั้นไปแป้บนึงแหล่ะ แต่พอคิดไปคิดมาเริ่มเหงื่อแตก
จะว่าไงดีล่ะ .. ผมกับไอ้โน่เราเคยพลาดมีอะไรกันไปรอบนึง..
ครั้งเดียวจริงๆนะ สาบาน
แต่ผู้ชายมันท้องไม่ได้ไม่ใช่เหรอวะ
ช่างแม่ง
ผมถอนหายใจไล่ความคิดบ้าๆ
ก่อนจะล้มตัวนอนอย่างเหนื่อยอ่อน
ให้มันเป็นเรื่องของตัวผมในวันพรุ่งนี้คิดต่อแล้วกัน..
.
.
ปั้ง ปั้ง ปั้ง
เสียงใครมาเคาะประตูตอนนี้วะ
ผมหยีตาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์เพื่อดูนาฬิกา .. ตีสาม?
ผมหยิบแว่นข้างตัวลงไปข้างล่างเพื่อไปดูหน้าไอบ้าที่มาเคาะประตูเรียกผมเวลาป่านนี้
แต่พอเห็นหน้าเจ้าตัวก็ถึงกับตื่นกันเลยทีเดียว
“เชี่ยโน่!!! ช่วยกูด้วย!!!” ผมงงกว่าเดิมตรงที่อีกฝ่ายทำท่าเหมือนคว้าอากาศอยู่หน้าประตูแต่ก็ยอมเปิดประตูให้แต่โดยดี
แจมก้าวขาเข้ามาในบ้านก่อนจะเด้งออกไปทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมงงหนักกว่าเดิมอีก
ทำไมไม่เข้าบ้านดีๆวะ
“ช่วยเอายันต์ที่อยู่บนคานประตูออกก่อนได้มั้ย?”
“อะไรวะ?.. แป้บ” ผมก็งงๆแต่ทำตาม
พอดึงยันต์ออกเจ้าตัวยกยิ้มแล้วรีบวิ่งเข้ามานั่งโซฟาในบ้านทันที
“อย่าแปะยันต์นะมึง
เดี๋ยวกูจะตายเอา รีบปิดประตูเร็วเดี๋ยวมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญตามกูมา”
“เป็นอะไร? มาหากูตอนนี้เนี่ยเป็นอะไร?”
“เจโน่มึงฟังกูดีๆนะ..” อีกฝ่ายทำหน้าจริงจัง น้ำเสียงก็ไม่ติดเล่นเหมือนตอนแรก
ให้ตายหายง่วงเลยคราวนี้
“เมื่อวานที่มึงไปดูไพ่กับกูอะ..
กูโดนเจ้าแม่แกทักว่ากูจะเป็นแม่คน..”
“..”
“แล้วตอนที่มึงบอกกูสลบไปก็คือตอนนั้นกูเจอผู้หญิงคนนึงเอาแอปเปิ้ลมาให้กูกิน..
กูก็โง่กินนะ เอ่อคือ
กูไม่รู้จะบอกมึงยังไงเอาเป็นว่าหลังจากที่โดนปลุกขึ้นมา
เหมือนฝันว่าตัวเองเป็นผู้หญิง ท้องโตขึ้นเรื่อยๆ..
ก็เลยเครียดนอนไม่ได้ แต่พอนอนได้รู้ตัวอีกทีกูเข้าร่างตัวเองไม่ได้แล้วอะมึง”
“ห๊ะ?”
“ยังจำเรื่องตอนปีใหม่ที่เมาทั้งคู่ได้ป่ะวะ?..”
ตัวแสบก้มหน้างุด
ผมนิ่งทันทีที่เห็นมือของเจ้าตัวทะลุขวดน้ำและสิ่งของต่างๆที่แจมมันกำลังสื่อ
“ขอโทษ” เป็นผมที่พูดออกไป คนข้างๆถอนหายใจแต่ก็เงียบ
“ขอโทษทำไมวะ
ผิดทั้งคู่ ฮ่าๆๆๆๆ เอ่อแต่..
จริงๆมันก็มีวิธีแก้เรื่องนั้นอยู่”
“เรื่องที่มึงจะไม่ท้องอะนะ?
กูพูดตรงๆนะมึง กูห่วงมึง.. ต่อให้ท้องกูพร้อมรับผิดชอบ”
“ทำตัวเหมือนฟิคโอเมก้าเวิร์สไปได้
กูไม่ได้ท้องสภาพผู้ชายหรอกน่าไอบ้า”
“ก็มึงบอกว่าฝันว่าเป็นผู้หญิง
ตอนนี้มึงยังเป็นวิญญาณมาหากูได้ นั่นก็หมายความว่า..
มึงก็กลายร่างเป็นผู้หญิงได้อะแจม”
“ชิบหายลืมคิดเรื่องนั้น..
แล้ว กูจะเข้าร่างยังไงล่ะคราวนี้..”
“ก็ถ้าเรื่องมันเกิดที่ตำหนัก
ก็ไปที่ตำหนักสิวะจะไปยากอะไร” ผมเอ่ยปากก่อนจะลุกขึ้นดึงแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัว
แต่น่าแปลก…. ผมสัมผัสตัวมันได้
อึ้งหมู่เลยทีนี้
แถมอีกฝ่ายเหมือนหน้าขึ้นสีด้วย
ผมยิ้มเล็กๆก่อนจะสตาร์ทรถออกไปเดี๋ยวนั้นโดยที่ไม่ลืมเปิดประตูพาคุณวิญญาณตัวแสบขึ้นรถไปด้วย
น่าอึดอัดชะมัดทั้งๆที่ปกติเวลาขึ้นรถจะมีแต่เสียงอีกฝ่ายพูดเรื่องไร้สาระ
ตอนนี้กลายเป็นนิ่ง เงียบจนนึกว่าป่าช้า
“มันมีวิธีอะไรไหม
ที่ทำให้มึงเข้าร่างได้”
“อะไรนะ?”
“ก็กูบอกแล้ว.. จริงๆมันไม่จำเป็นหรอกแจมเรื่องที่มึงจะท้องไม่ท้อง มึงจะกลายเป็นผู้หญิง
แต่ที่กูแคร์คือกูไม่อยากให้มึงเป็นวิญญาณแบบนี้ไง”
“แต่จริงๆเป็นวิญญาณก็สนุกดีนะมึง”
“จะเข้าร่างไหม?”
“เข้าสิ”
“แต่.. แล้วถ้ากูเข้าร่าง กูตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองกลายเป็นผู้หญิง.. อันนั้นก็ไม่อยากเข้าเหมือนกัน”
“ตื่นจากฝันให้ได้ก่อนเถอะมึงอะ
ต้องมารบกวนกูอีก”
“มึงเป็นเพื่อนกูนะโน่”
“ไม่อยากเป็นเพื่อนเลย..”
“..”
ผมขับรถถึงที่หมาย
ระหว่างนั้นไม่มีเสียงพูดใดๆหลุดออกมาเลย
ชิบหายปากพาซวยจริงๆผมนี่มันน่าจะตีปากให้ตายจริงๆ ที่น่าขนลุกทั้งคนทั้งวิญญาณคือประตูรั้วตำหนักเปิดออกอย่างไม่มีวี่แววคนมาเปิด
..
หรือว่ามันเป็นประตูอัตโนมัติกันวะ ..
แย่ละ
ผมทำให้ฟิคกลายเป็นฟิคตลกไปเสียแล้วอะ โทษที
“โอ้ย!!!” แย่ละทีนี้ ไอวิญญาณตัวดีเข้าไม่ได้
ผมชะโงกหน้าดูประตูพบว่ามีสิ่งศักดิ์แขวนอยู่
ผมยกมือไหว้ถือวิศาสะดึงลงมาอย่างเก้ๆกังๆ
หลังจากที่เข้าได้เจ้าตัวรีบวิ่งไปในตำหนักอย่างรีบร้อนทันที
ผมได้แต่ถอนหายใจเดินตามเข้าไป ไม่ถึงสิบนาทีแม่หมอก็เดินออกมาบอกว่าถ้ามาช้าอีกนิดเดียว
แจมจะถึงฆาต
นับว่ารอดหวุดหวิด
ที่วิญญาณยังไม่ออกจากร่างนานเกินเหตุ เธออธิบายให้ผมฟังว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
แล้วยังกำชับมาด้วยว่าต่อจากนี้ห้ามให้เจ้าตัวไปกินหรือรับของมาจากคนแปลกหน้าอีกต่างหาก
“มึงจะรู้มั้ยเนี่ย
ว่าที่คนให้มึงกินแอปเปิ้ลตั้งใจจะเอามึงไปอยู่ด้วยนะไอสัด” ผมได้แต่ด่ามันแต่ก็อดห่วงไม่ได้
ตอนนี้นั่งรอที่บ้านมันแล้วเนี่ยแหล่ะครับ เฝ้าร่างมันอยู่
รอให้มันฟื้นค่อยด่ารวดเดียว
“แค่กๆ” เสียงไอเว่อร์ๆดังขึ้นรู้เลยว่าเข้าร่างแล้ว
ไอ้ตัวดียิ้มให้ผมก่อนจะคว้าผมมากอดแบบไม่ได้พูดอะไร โล่งใจชะมัด
“กูกลับมาแล้ว
แบบที่ไม่ใช่ผู้หญิงด้วยนะครัช”
“’งมงายไอสัด”
“แหม
ใครน๊ารีบขับรถพากูไปหาแม่หมอถึงที่ ใครน๊า”
“… แจม
จริงๆกูมีเรื่องสำคัญเรื่องนึง ที่ต้องบอกตอนนี้ให้ได้”
“ว่า”
“เป็นแฟนกันไหม?”
“ห๊ะ?”
“กูไม่รู้นะ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานทำให้กูรู้สึกยังไงแต่กูว่ามันชัดแล้วว่ะ
ว่ากูขาดมึงไปไม่ได้ ขนาดตอนกูเห็นมึงเป็นวิญญาณกูยังเกือบตาย
กูไม่อยากเสียมึงไปว่ะจริงๆ” ผมกระชับกอดขึ้น
อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆก่อนจะยิ้มตาหยีให้ผม
“นึกว่าคิดไปคนเดียวซะอีก”
“แล้วสรุปเอาไง”
“ไอควาย
แค่นี้ก็คิดไม่ได้”
“ตกลงไงไอโง่!”
Talk ; โจทย์ยากมากค่ะ
กระชากวิญญาณแจมเลยหมั่นไส้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น