วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561

13.DEATH


Title: Begin Again
Card: 13.DEATH
Tag: #deathnomin
Author: Primrose Yellow

Warning! No One 17 and Under Admitted (NC-17)


“การจบสถานะบางอย่างไปสู่สถานะใหม่”

ถ้อยคำสัตย์สาบานของคู่รักตราตรึงไว้ยังใจกลางของหัวใจ แต่เมื่อใครคนหนึ่งกลับผิดคำแทนที่จะทนทุกข์กับความไม่ซื่อสัตย์กลายเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่างหากที่จมอยู่กับความเสียใจเจียนตาย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วได้มีเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาอย่างช้านานเกี่ยวกับการตายและฟื้นคืนชีพของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่ได้ปรารถนาชีวิตนั้นแม้เพียงเล็กน้อย วิญญาณที่ดับสูญเพียงเพราะหัวใจถูกทำลายโดยคนรัก และนั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่อจากนี้....

สิ่งเดียวที่ยังเหลือทิ้งไว้ภายใต้คฤหาสน์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของเมืองคือร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มที่ชื่อว่าเจโน่ เพราะคำขอครั้งสุดท้ายของเขาจึงไม่มีผู้ใดนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เขาประสงค์ที่จะอยู่ยังที่แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเต็มไปด้วยความรัก

ร่างกายที่ซีดเผือดไร้เลือดมาหล่อเลี้ยงบ่งบอกว่าเขาได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว อีกไม่นานมันคงส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ เขาตัวคนเดียว เป็นทายาทรุ่นสุดท้าย สั่งเสียโดยไม่สนคำโต้แย้งของเครือญาติห่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและพบว่าตนยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันหนา ไม่ทราบที่มา ไม่รู้ทิศทาง เขาเหมือนคนว่างเปล่าที่ไม่รู้ว่าควรเดินไปทางไหนหรือแม้แต่จะตะโกนถามเขายังไม่อาจรู้ได้ว่าควรถามใคร ทุกอย่างเงียบสงบ

“คนยังไม่ถึงคราวตายแต่กลับตายเพียงเพราะหัวใจที่เปราะบาง”  เสียงเย็นเยือกไม่สามารถที่มาดังก้องไปทั่ว เขาหันซ้ายหันขวาแต่กลับพบเพียงหมอกควันเท่านั้น  “ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครา”

“ไม่... ข้าไม่อยากกลับไปเผชิญกับความทุกข์อีกแล้ว ให้ข้าตายเถิด”  คำวิงวอนของเขาไม่เป็นผล

“เจ้ายังไม่ถึงฆาต ต่อให้เจ้าอยากตายก็ทำไม่ได้ มันคือชะตา”

ชายหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้น หยดน้ำตาไหลรินอาบแก้มโดยไม่นึกอาย  “ข้าจะอยู่ไปทำไมเมื่อไร้คนรัก”

“นั่นมันเรื่องของเจ้า ไม่ใช่เรื่องของข้า เจ้าจะถูกส่งกลับไปพร้อมกับลมหายใจ ใช้มันจะถึงวาระสุดท้ายแล้วเจ้าจะได้ตายอย่างสมใจ”  เขาที่กำลังจะปฏิเสธก็กลับหมดสติลง

เสียงฝนพรำด้านนอกช่วยปลุกให้ชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อลืมตาขึ้นจะพบว่าภาพตรงหน้าคือเพดานห้องนอนของตน ไฟในคฤหาสน์ส่องสว่างอีกครั้งจนกลายเป็นข่าวลือไปทั่วเมืองว่าที่แห่งนี้กลายเป็นคฤหาสน์ผีสิง

ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกลายเข้ามาด้านในซึ่งมันก็ดีสำหรับเขา ไม่มีผู้คนมาคอยกวนใจ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง  แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้ค่าไร้จุดหมายในชีวิต เขาทำได้แค่เฝ้ามองผู้คนในเมืองผ่านหน้าต่างบนยอดหอคอยสูง

ความตายเปลี่ยนชายผู้อบอุ่นให้กลายเป็นเพียงมนุษย์ผู้ไร้หัวใจ ไม่โหยหาความรัก ไม่ต้องการมอบความรู้สึกให้ผู้ใดอีกแล้ว เพราะเขาเชื่อว่าเมื่อมีรักย่อมมีทุกข์ สู้ไม่มีมันเสียจะดีกว่า

อากาศเย็นชื้นบ่งบอกถึงการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ ความเย็นนั้นมาพร้อมสายฝน มันพัดพาเอาความเหงาเข้ามาจับขั้วหัวใจมากขึ้นกว่าเดิมจนเขาแทบทนไม่ไหว อยากหาย อยากตาย อยากไปให้พ้น ๆ จากความทุกข์ทรมานนี้

สายลมโหมกระหน่ำด้านนอกไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ผิดกับเด็กหนุ่มอีกคนที่ช่างน่าสงสาร เนื้อตัวของเขาเปียกชุ่มไปด้วยสายฝน มืออันสั่นเทาเอื้อมไปจับประตูคฤหาสน์แสนเก่าและบรรจงเปิดมันออกมาเชื่องช้า ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของที่แห่งนี้แต่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่นั้นมันก็ไม่มีตัวเลือกให้เขามากนักเท่าไหร่

“ขอหลบฝนสักชั่วโมงนึงนะขอรับ”  เด็กหนุ่มเอ่ยบอกเจ้าของคฤหาสน์ที่เขาคิดว่าเป็นผี ความหนาวเย็นเริ่มแสดงอาการให้เขาต้องถอดเสื้อผ้าออกเพื่อไม่ให้ตัวเองป่วย ร่างกายขาวบางจนแทบจะเรืองแสงได้นั้นทำเอาคนที่นอนเงียบ ๆ อยู่ตรงโซฟาลอบกลืนน้ำลาย

เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามันไม่ได้สกปรกอย่างที่เขาคิดแต่กลับดูสะอาดสะอ้านเหมือนกับมีคนอยู่ตลอดเวลา เขาเดินตรงไปยังเตาผิงหยิบฟืนมาใส่ ราดน้ำมันจากนั้นก็จุดไฟด้วยไม้ขีดซึ่งเปียกไปด้วยน้ำฝน พยายามอยู่นานก็ไร้วี่แววของเปลวไฟ

เจ้าของเตาผิงชั่งใจอยู่นานว่าควรแสดงตัวดีไหมตัดสินใจเดินมาจุดไม้ขีดแล้วโยนมันลงไป เพลิงที่มอบความอบอุ่นให้เด็กหนุ่มลุกโชนขึ้น เขาเบิกตากว้างพลางหันไปมองชายที่ยืนค้ำหัวตนอยู่ เขาผงะเล็กน้อย  “ผะ...ผี”

“ไม่ใช่”

“แล้วท่านเป็นใคร”

“ข้าสิต้องถามเจ้า เข้ามาในบ้านคนอื่นแท้ ๆ ใยตั้งคำถามนั้นกับข้าเสียล่ะ”

“ที่นี่ไม่มีคนอยู่นี่ขอรับ”

“ก็ข้านี่ไงที่อยู่”  เจโน่ตอบพลางไล่สายตามองไปตามเรือนร่างของคนที่นั่งคุกเข่า  “เจ้าหนาวสินะ”

“ขะ ขอรับ”

“เช่นนั้นเจ้าก็นั่งผิงไฟไปเถอะ”  ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม  “เจ้าชื่ออะไร”

“แจมินขอรับ”

“แจมิน อืม...ก็เพราะดี”

เด็กหนุ่มนั่งกอดตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่นพลางมองไปที่อีกฝ่าย  “ท่านเป็นคนจริง ๆ เหรอขอขอรับ”

“ไม่เชื่อหรือไง”  เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกัน นิ้วเรียวเชยคางขึ้นมาก่อนจะประทับริมฝีปากอุ่น ๆ ลงไปที่ริมฝีปากเย็นเฉียบ  “ผีจูบเจ้าไม่ได้หรอกนะ”  เขากระตุกยิ้มก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ

“ท่าน...”

“เด็กน้อย เจ้าแก้ผ้าต่อหน้าข้าเช่นนี้ไม่คิดระแวดระวังเลยหรือไร ต่อให้ข้าเป็นผู้ชายข้าก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าเจ้าจะกลับออกไปโดยที่ยังคงบริสุทธิ์อยู่นะ”

เด็กหนุ่มกะพริบตาถี่ราวกับปีกผีเสื้อขยับนั้นดึงดูดสายตาคนมองได้เป็นอย่างดี ท่าทีน่าเอ็นดูทำให้หัวใจกระตุกวูบ แจมินนั่งอยู่ที่เดิมและคอยมองตามแผ่นหลังที่ไปหยุดอยู่ที่โซฟาหรู เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจลุกเดินไปทิ้งตัวนั่งบนตักของเจโน่

“ถ้าความบริสุทธิ์ของข้าจะมีท่านเป็นผู้พรากไป เช่นนั้นข้าก็ยินดียิ่ง”  เด็กหนุ่มแนบร่างกายที่เปลือยเปล่าไปกับชายหนุ่มซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะผลักไส  “ข้าหนาว ท่านจะช่วยกอดข้าให้อุ่นขึ้นได้หรือไม่ขอรับ”

“อ้อนวอนข้าสิแจมิน ร้องขอมันกับข้าจนกว่าข้าจะพอใจ”  เด็กหนุ่มที่ไม่ประสีประสาเรื่องนี้มีท่าทางเงอะงะชวนขันยิ่งนัก เขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเจโน่ออกทีละชิ้นด้วยมืออันสั่นเทาจนเจ้าตัวที่นั่งมองเงียบ ๆ ทนไม่ไหวจึงกลายเป็นเขาเองที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด

“ข้าอยากให้ท่านเข้ามาในตัวข้ายิ่งนัก ข้าอยาก...อยาก”

มือเรียวลูบไล้ไปตามกรอบหน้าก่อนจะเขี่ยแก้มเนียนเล่น  “อยากอะไรฮึ เด็กน้อย” 

“อยากเป็นของท่าน”

มือหนาที่ไม่หยาบกระด้างเพราะเกิดมาในครอบครัวของผู้มีฐานะสัมผัสไปยังผิวกายเรียบเนียน แม้จะผิงไฟแล้วก็ยังไม่ทำให้แจมินตัวอุ่นขึ้นเลย ปลายลิ้นร้อนแตะเข้าที่หัวไหล่ก่อนจะดูดดึงจนเกิดร่องรอยขึ้น เจโน่ลากริมฝีปากเลื่อนมายังแผงอกขาว เล็มเลียเม็ดบัวทั้งสองข้างสลับไปมาโดยที่อีกฝ่ายแอ่นอกรับอย่างรู้งาน

สายฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ เช่นเดียวกันกับแรงอารมณ์ของคนสองคนที่เป็นเพียงชายแปลกหน้าเท่านั้น คนหนึ่งก็โหยหาความอบอุ่น อีกคนก็ต้องการความหฤหรรษ์ พวกเขาจึงยินดีมอบมันให้กันและกันแต่โดยดี

มือหนาลูบส่วนกลางลำตัวของคนบนตักขึ้นลงจนเป็นเหตุให้เกิดเสียงอื้ออึงในลำคอระหง แจมิบิดเร้ากายด้วยความเสียวซ่านยามเมื่อส่วนปลายถูกนิ้วเรียวถูวนจนฉ่ำไปด้วยหยดน้ำสีขุ่น ดวงตากลมโตดูน่ามองมากยิ่งขึ้นเมื่อมันมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอหน่วยอยู่แบบนั้น

มือเล็กจิกเข้าไปที่หัวไหล่เพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะโน้มใบหน้าไปบดจูบกับเจ้าของร่างหนา  “อ๊ะ”  แจมินครางอีกครั้งเมื่อถูกยกตัวขึ้น เขาทำตามอย่างว่าง่ายราวกับเป็นดอกไม้ที่ยินดีให้ผึ้งมาตักตวงหาน้ำหวาน

เข็มแหลมคมสอดเข้าไปด้านในของเกสรดอกไม้ ออกแรงขยับเป็นจังหวะเพื่อบรรเลงบทเพลงเร่าร้อนให้ดังขับขานไปทั่วบริเวณ มันกึกก้องไปทั้งโสตประสาท บั้นท้ายเนียนถูกขยำอย่างแรง มันเจ็บและเสียวไปในเวลาเดียวกัน

“เจ้าเจ็บมากไหม”  เสียงแหบพร่ากระซิบถามข้างใบหู

“เจ็บขอรับ แต่! ไม่ต้องหยุดนะขอรับ”

“เจ้าชอบไหม”

“ชอบขอรับ”

“หึ มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น เหตุใดข้าจะหยุดล่ะ”

“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ทำช้า ๆ นะขอรับ ข้าอยากให้ท่านสัมผัสข้านาน ๆ”

เด็กหนุ่มที่ยั่วยวนจนสติของเจโน่เตลิดเปิดเปิงถูกจับพลิกให้นอนคว่ำบนโซฟาก่อนจะถูกแท่งเอ็นอุ่นสอดเข้าไปอีกครั้งในโพรงลึก ขยับจังหวะเข้าออกตามที่แรงอารมณ์มีจนคนด้านล่างเผลอร้องออกมาเสียงดัง  “ร้องดัง ๆ แจมิน ที่นี่อยู่ห่างจากผู้คนแถมฝนยังตกอีก เจ้าร้องได้ตามที่เจ้าปรารถนาและข้าก็อยากได้ยินเสียงเจ้าตอนกำลังมีความสุขกับข้าเช่นกัน”

แจมินทำตามที่เจโน่บอก เขาทั้งร้องทั้งครางจนแทบไม่เป็นภาษา ความเจ็บปวดระคนความเสียวซ่านทำเอาเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาไม่หลงเหลือความเขินอายใด ๆ ไว้อีกเลย เจโน่ยังไม่ยอมให้พวกเขาเดินทางไปยังสุดทางปลายอุโมงค์ง่าย ๆ เพราะตอนนี้เขาลากอีกฝ่ายมายังราวบันได

มือเล็กจับราวเหล็กที่เย็นเฉียบแน่นเพื่อตั้งรับสัมผัสอีกครั้ง ร่างหนาโถมกายใส่พร้อมกับส่งท่อนเนื้อเข้าไปอีกครั้ง ขยับเข้าออกเป็นจังหวะตามที่ต้องการก่อนจะถอดออกแล้วฉุดกระชากเด็กหนุ่มร่างผอมบางให้เดินตามไปยังห้องนอนของตน

ร่างกายเปลือยเปล่าถูกเหวี่ยงใส่เตียงหนาขนาดใหญ่  “โอ๊ย!!”  เจโน่กระโดดไปคร่อมแล้วจับแยกเรียวขาทั้งสองข้างมาพาดไหล่ แขนแกร่งจับแท่งเนื้อที่ตั้งชูชันสอดเข้าไปในช่องทางรักก่อนจะขยับเข้าออกตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ

คนด้านบนขยับสะโพกถี่รัวจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง หัวสมองขาวโพลนพร้อมกับปลายทางที่มาถึงเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เจโน่ทิ้งกายลงข้าง ๆ แจมิน ดึงเด็กหนุ่มมากอดเอาไว้เพื่อมอบความอบอุ่นให้กับบุคคลที่โหยหามันอย่างยิ่งยวด

จุดจบของความตายคือจุดเริ่มต้นใหม่ของเรื่องราวความรักอันฉาบฉวย เขาเคยหวังว่าจะใช้ชีวิตนี้ให้มันหมด ๆ ไปโดยไร้จุดหมายแต่กลับกลายเป็นว่ามันมีสิ่งที่กำลังที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในส่วนลึกสุดของก้นบึ้งหัวใจ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนติดตรึงใจนับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ใช่เพราะร่างกายอันเย้ายวนแต่อย่างใด มันคือดวงตาที่ไร้พิษภัยนั้นต่างหากที่ช่วยละลายน้ำแข็งในหัวใจของเจโน่ให้กลายเป็นสายธารอันอบอุ่นที่พร้อมชโลมร่างกายของแจมินให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

สิ่งเลวร้ายได้จบลงพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวบทใหม่ ชีวิตใหม่และความรักครั้งใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนลงเอยเช่นไร บ้างก็ว่ามีความสุขดี บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มนั้นเพียงแค่หลงเข้าไปและฝันก็เท่านั้น บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผีจนตัวเองตายกลายเป็นผีเฝ้าคฤหาสน์คู่กัน แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นไรก็ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความจริงดังกล่าวเลย

บ่อยครั้งมีชาวบ้านเดินหลงป่าก่อนจะไปโผล่ยังท้ายคฤหาสน์ พวกเขาได้ยินเสียงครางโหยหวน อธิบายไม่ได้ว่าเสียงนั้นคือความทรมานหรือความสุขกันแน่ ที่รู้ ๆ ก็คือ ไม่ควรเข้าใกล้คฤหาสน์หลังนี้เป็นอันขาด


END
#deathnomin

25+มั้งคะแบบนี้
ติชมกันได้ในแท็กด้านบนเลยนะคะค่อนข้างห่างไปนานสำหรับฉากนี้กลัวว่าจะฝืด
เราปลายเปิดนะคะ ให้คิดต่อกันตามอัธยาศัยว่าจริง ๆ แล้วน้องฝันหรือเปล่า

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

12.THE HANGED MAN


Title: มะม่วงน้ำดอกไม้โน่มิน
Card: 12.THE HANGED MAN
Tag: -
Author : tulipzy


( เดี๋ยวเราจะเฉลยความหมายของไผ่ไว้ในท้ายเรื่องนะคะ )


แม้ว่าตอนนี้เข็มสั้นบนนาปัดนาฬิกาของผมกำลังจะชี้ไปที่เลขสิบสองเป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังจะเข้าสู่วันใหม่ในอีกไม่กี่ช้า แต่ว่ารอบกายของผมยังคงครึกครื้นไปด้วยเยงเพลง และบรรดาเหล่านักท่องราตรีที่บ้างก็ออกสเต็ปโยกย้ายตัวตามเสียงเพลง บ้างก็นั่งชิลด์จิบเครื่องดื่มราคาสูงลิ่วคุยกันอย่างออกรสออกชาติ

ใครจะไปเชื่อล่ะว่าที่นี่คืออยู่ในเวียดนาม  เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ชาวตะวันตกเผ่าพันธุ์คอเคซอยด์ออกทำนองนั้น

ถนน Bui Vien ในเขต 1 นครโฮจิมินห์ คือ ย่านการท่องเที่ยวยามราตรีที่มีชื่อเป็นอย่างมาก  สองข้างทางของถนนเต็มไปด้วยร้านอาหารกึ่งบาร์เปิดเรียงรายกันตั้งแต่ต้นถนนอีกฝรั่ง ไปจนสุดสาย ถ้านึกไม่ออกว่าให้ลองนึกถึงถนนข้าวสารที่บ้านเราดูครับ บรรยากาศก็จะประมาณนั้นเลย

ผมชื่อ แจม ครับ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปีสี่ในมหาลัยแห่งหนึ่งที่ไทย แต่คณะอะไรนั้น ผมขอเก็บไว้เป็นความลับละกัน จะได้ดูเป็นผู้ชายหน้าค้นหา ฮ่า ๆๆ หลังจากที่ผมเพิ่งจะสอบไฟนอลตัวสุดท้ายเสร็จผมก็บินดิ่งจากดอนสู่ไซง่อนทันที ผมกะว่าจะเที่ยวที่นี้สักหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเป็นการพักผ่อนจากการเรียนที่แสนจะเหนื่อยล้า และเป็นรางวัลให้สมกับความพยายามตั้งใจเรียนของตัวเองตลอดเทอมที่ผ่านมาสักหน่อย

ผมนั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์นี้มาได้สามชั่วโมงแล้วครับ ผมชอบบรรยากาศตรงนี้นะ มันครึกครื้นดี แต่ว่ามีก็ยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่  อ่อ ผมไม่ได้มาคนเดียวนะ  ผมมากับ จีซ น้องชายข้างบ้านที่ทำตัวเป็นถาระติดสอยห้อยตามผมมาด้วย จะว่าไปมันก็เดินหายเข้าไปในฝูงชนสักพักแล้วล่ะครับ ไม่รู้ป่านนี้เมาหรือยังก็ไม่รู้ ยิ่งคออ่อน ๆ อยู่ด้วย  อ่ะ ตายยากจริง  เพราะพอผมบ่นในใจถึงมันปั๊บ เจ้าตัวก็เดินตาเยิ้ม ๆ มาทางโต๊ะที่ผมนั่งอยู่พอดี

เฮียแจม  จีซเริ่มมึน ๆ แล้วว่ะพอไอ้ลูกเจี๊ยบมันเดินมาถึงโต๊ะมันก็เดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูผม เพราะจากความดังเกือบร้อยเดซิเบลของเพลงที่ทางร้านเปิด ถ้าไม่ทำวิธีนี้ก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องพอดี

 กลับเลยไหมล่ะผมถาม

อือ คิดถึงเตียงแล้ว  ว่าจบก็ไม่ลืมทำหน้าอ้อน ๆ ตามสไตล์ของเขาล่ะ  ตอนเด็ก ๆ ก็เอ็นดูนะ ด้วยความที่ผมอยากมีน้องชาย แต่หม่ามี๊ดันมีลูกยาก พอไออจีซย้ายมาอยู่ข้างผม  ผมก็ตั้งตัวเป็นพี่ชายมันซะเล่น  เอาอกเอาใจจนมันติดผมยิ่งกว่าพี่ตัวเอง  ผมชอบนักล่ะเวลาที่มันอ้อน  มันน่ารักมาก  แต่พอโตขึ้น จากน่ารัก มันชักจะกลายเป็นหน้าหมั่นไส้แทนละ  อ้อนกูบ่อยเกิน  อ้อนทีไรเสียเงินให้มันทุกที  และเช่นนี้ก็เช่นกัน

“เดี๋ยวเฮียไปเคลียร์ตังค์แป๊ป”


 02.50 น.

เราทุกคนจะมี พี่โชนของตัวเอง พี่โชนของฉันเพิ่งแต่งงานไป กี๊สสส แต่ก็นั่นแหละ ไม่เคยคบกัน แต่รู้สึกว่ามันสวยงามดีแล้ว ภาพจำระหว่างสองคนมีแต่สิ่งดีๆ ฟีลแบบเจอกันทีไรเหมือนเจี๊ยบเห็นน้อยหน่าอ่ะ มันจะแฟลชแบ็คกลับไปทุกที ไม่ได้นึกถึงตลอดเวลาแต่ก็ไม่เคยลืม พี่โชนของฉันน่ารักมากเลย

Retweet

 เฮียแจมผมหันไปทางต้นเสียง  ไอ้ขี้เมามันผงกหัวจากหมอนมองมาทางผม  สภาพตอนนี้คือ ทุเรศมาก ผมสาบานว่าไม่ได้ใส่ร้ายมันนะ แต่คุณคิดออกมั้ย สภาพของคนเมา ที่เสื้อยับ ๆ หัวฟู ๆ แถมตรงมุมปากมีคาบน้ำลายติดอยู่อ่ะ   หมดกันภาพลักษณ์คิ้วท์บอยของสาว ๆ

ว่า?” ผมขานรับมัน แล้วหันไปสนใจแอปพลิเคชั่นนกน้อยสีฟ้าส่งเสียงทวีต ทวีต ต่อ

ทำไรอ่ะ ทำไมยังไม่นอน

ไม่ง่วง อาบน้ำมาแล้วตาใสแจ๋วเลย

บอกแล้วก็ไม่เชื่อ ใครเขากินเหล้าแล้วอาบก่อนน้ำนอนกัน  คนจริงเขาล้มตัวนอนตอนถึงห้องเลยต่างหาก

กูไม่ได้ซกมกแบบมึงหนิครับ ไม่อาบน้ำ  เหนียวตัวตาย

จ้า พ่อหนุ่มรักสะอาด

ว่าแต่มึงเถอะ ตื่นขึ้นมาถามกูแค่เนี๊ย?” ผมหันไปทางมันอีกรอบ เพราะจะเลิกสนใจล่ะ กูจะเล่นเกมโว๊ย

เหอะ หิวพอพูดจบมันก็สบตาผมด้วยสายตาอ้อนวอน

ไม่ผมรีบปฏิเสธแล้วหันหน้าหนี  เพราะรู้ตัวว่าถ้ามันเพิ่มเรเวลการอ้อนมากกว่านี้ ตัวผมเองนี่แหล่ะจะเดือดร้อนอีกรอบ 

เฮีย แจมมมมมมแหน่ะ ไม่ว่าเปล่านะ ไอ้ตัวร้ายมันเดินเอาหัวมาถูไหล่ผมอีกกก ไม่เว้ยย  ไม่ใจอ่อนง่าย ๆ หรอก

เฮียแจมครับแงงง ไม่ไหวว หม่ามี๊ช่วยแจมด้วย น้องน่ารักเกินไป แจมเสียการควบคุ๊มมม

โอเค ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป อุจาดลูกตาพอผมตกลงปุ๊บ มันก็รีบเด้งตัว วิ่งหางจุกตูดเข้าห้องน้ำไปเลย ต่อไปต้องใจแข็งกว่านะสุดหล่อ // บอกตัวเอง


ณ ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

แฟมิลี่มาร์ท ซินจ๋าวเพราะแพ้ลูกอ้อนไอ้ตัวดี สุดท้ายผมเลยต้องพามันเดินลงมาหาอะไรกินที่มินิมาร์ทสัญชาติไทยเพื่อประดังความหิว  นี่ขนาดกูหนีจากไทยแล้วยังตามมาหลอนกูอีกนะ

 กินไรผมถาม

ไม่รู้อ่ะมันทำหน้าง่วง ๆ ตอบผม ไม่ใช่ว่ามันง่วงอะไรมากหรอกนะครับ จริง ๆ แล้วตามันตี่ แล้วพอยิ่งตอนตื่นนอนใหม่ ๆ ตามันเลยตี่เป็นเป็นพิเศษใส่ไข่เท่านั้นเอง น่าร้ากก   นี่อะไรอ่ะ แหนมหมูหรอเฮียแจม   มันเดินตรงไปบริเวณโซนอาหารแห้ง แล้วจับไอ้แท่งสีชมพูขนาดเท่าเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซ็นฯ ได้เดินมาหาผม  ตอนแรกผมก็นึกว่ามันคือแหนมหมูเหมือนมันนั่นแหล่ะ เพราะดูจากลักษณะแพคเก็จจิ้งแล้วก็น่าจะใช่  แต่ปรากฏว่าผมเดาผิดครับ  เพราะว่ามันคือ....

คือ....

ไส้กรอก เด็กโง่ ไม่รู้จักอ่าน

กึก

พอตอบมันปั๊บ  ก็เลยเขกมะเหงกให้ทีนึง  เพราะหมั่นเขี้ยวหน้าเด๋อ ๆ ของมัน

โอ๊ย เฮียคนยิ่งสมองไม่ดีอยู่  มันร้องขึ้น พร้อมกับเล่นตัวเองเสร็จสรรพ ฮ่า ๆๆ  รุนแรงกับน้องกับนุ่งตลอดอ่ะคนเรา

น้องเวรอ่ะดิ๊มันหันมากรอกตาใส่ผม แล้วเดินเชิดหน้าผ่านผมไปจ่ายตังค์ค่าบะหมี่ถ้วยของมันที่แคชเชียร์ เหอะ ๆ  มาตั้งเวียดนามยังมากินมาม่าเนี่ยนะ กูถามจีงง



หลังจากเจ้าจีซจ่ายเงินอะไรเรียบร้อยแล้ว มันก็เดินไปกดน้ำบนชั้นลอยของร้าน  พวกเราตัดสินใจว่าจะนั่งกินที่นี่ให้เสร็จ ๆ แล้วค่อยกลับห้องพักดีกว่าเดินถือกลับ  เพราะถ้าทำแบบนั้นเส้นบะหมี่ของมันน่าจะอึดจนไม่น่ากิน

จริงสิ ผมบอกหรือยังครับว่า ผมน่ะชอบมินิมาร์ทที่เวียดนามอย่างหนึ่งครับ คือ ร้านแบบนี้เกือบทุกร้านจะมีชั้นลอยให้คนไปนั่งกินอาหารด้วยครับ  อย่างโต๊ะข้าง ๆ ผม น่าเป็นแบล็คแพ็กเกอร์ แล้วดูเหมือนพี่แกจะมาอาศัยนอนที่นี่ด้วย   เพราะตั้งแต่ผมมาเหยียบร้านนี้ตั้งแต่เมื่อวันวานก่อนที่มาถึง  พี่แกก็ยังอยู่ที่เดิมอยู่เลยครับ  กิน ๆนอน ๆ อยู่โต๊ะในสุดนั่นแหล่ะ  แอบกระซิบว่านอกจากจะมีที่ให้นั่งกินข้าวแล้ว ที่นี่ยังมีไวฟายฟรีอีกนะ  มันช่าง...เกร๋กู้ดไปเลยลูกเพ่ !

ส่วนผมพอนั่งเฝ้าไอ้จีซกินแล้ว ก็รู้สึกหิวตามมันไปด้วยเลย แบบว่า กลิ่นมาม่าหอม ๆ ลอยเข้าจมูก บวกกับอากาศเย็น ๆ ตอนดึก ๆ จริง ๆ ผมว่า นั่งซดบะหมี่ร้อน ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเหลวอะไร ว่าแล้วผมก็เดินไปซื้อบ้างดีกว่า


แจม ห๊ะ อะไร แจม ๆ นะ มาเวียดนามยังมีคนชื่อซ้ำอีกหรอวะ

 ... 

หมับ

อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงน้ำหนักมือบนไหล่ขวาด้านหลังของตัวเอง  ใครวะ บังอาจมันจับตัวกู   ถึงผมจะเป็นคนชอบ  การสกินชิป ชอบกอด ชอบดีดแก้มไอ้จีซเล่นอยู่บ่อย ๆ แล้วก็ชอบถูกกอด  แต่ถ้าไม่สนิทแล้วมาจับตัว ผมก็ไม่โอเคนะเว้ย 

แจม ใช่มั๊ย  พอผมหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับเจ้าของมือนั่น  ราวกับร่างกายของผมถูกปิดสวิตซ์  แม้แต่ขยับปากตอบคนข้างหน้าผมยังไม่สามารถทำได้  ทุกอย่างรอบตัวผมหยุดชะงักราวกับว่ามีคนมากดพอสวิดีโอไว้ให้ภาพมันเล่นต่อ  ผมไม่สามารถรับรู้ความเคลื่อนไวของสิ่งรอบตัวของผมในเวลานี้ได้อีกแล้ว  นอกจากประกายบางอย่างจากดวงตาคมคู่นั้นที่มันแสดงออกถึงความตื่นเต้นยินดีของผู้เป็นเจ้าของ แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยแววตาที่แสดงถึงความโหยหา และรู้สึกผิดปะปนกันอยู่นั้น 

หัวใจของผมกระตุก แล้วเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมากจากกลางอก เมื่อคนตรงหน้าเริ่มส่งยิ้มอ่อนโยน  พร้อมกับตายิ้มเสี้ยวพระจันทร์อันแสนคุ้นเคยมาให้ผม

จู่ ๆ ผมก็นึกถึงทวิตที่ผมเพิ่งจะรีทวิตไปก่อนหน้านี้

เราทุกคนจะมี พี่โชนของตัวเอง พี่โชนของฉันเพิ่งแต่งงานไป กี๊สสส แต่ก็นั่นแหละ ไม่เคยคบกัน แต่รู้สึกว่ามันสวยงามดีแล้ว ภาพจำระหว่างสองคนมีแต่สิ่งดีๆ ฟีลแบบเจอกันทีไรเหมือนเจี๊ยบเห็นน้อยหน่าอ่ะ มันจะแฟลชแบ็คกลับไปทุกที ไม่ได้นึกถึงตลอดเวลาแต่ก็ไม่เคยลืม พี่โชนของฉันน่ารักมากเลย
 
ใช่ เราทุกคนต่างก็มี พี่โชน เป็นของตัวเอง พี่โชนที่ไม่ได้หมายถึงคนที่ชื่อ โชน แต่เป็นพี่โชนที่หมายถึง ใครคนหนึ่งในความทรงจำของเรา

ใครคนนั้นที่ทำให้เราอยากตื่นเช้าไปโรงเรียน  ใครคนนั้นคนที่แค่ขอให้ได้เห็นหน้าเขา โลกของเราก็สดใสขึ้นในพริบตา ใครคนนั้นที่ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางฝูงชนหนาแน่นมากแค่ไหน เราก็ยังสามารถมองเห็นเขาได้เป็นคนแรก

ใครคนนั้นที่เราอยากให้ของขวัญเขาในวันวาเลนไทน์  ใครคนนั้นที่เป็นเหมือนความสุขในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต แต่ใครคนนั้นก็เป็นคนเดียวกันกับที่ทำเราเสียน้ำตา

ใครคนนั้นที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน  เขาก็จะยังคงอยู่ในก้นบึ้งของความทรงจำของเรา เป็นความทรงจำที่พอนึกได้ในบางครั้งแล้วเราจะรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ที่อกซ้าย พี่โชนของผม

พี่โน่เป็นการเปร่งคำพูดที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต  พี่เขาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว  คนที่อยู่ในความทรงจำของผมที่ไม่เคยเลื่อนหายไป แม้ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปมากแค่ไหน  ผมก็ไม่สมารถสลัดความทรงจำนี้ทิ้งไปได้  ความทรงจำที่มีทั้งความสุขและความเศร้าปนกัน  ความทรงจำที่ทำให้ผมไปต่อับใครก็ไม่เคยรอด   โอ๊ยย

ฮ่าๆๆๆๆคนตรงหน้าหัวเราะจนตาปิดหลังจากที่เขาเพิ่งจะทำร้ายร่างกายผมไปหมาด ๆ

มาดึงแก้มกันทำไมล่ะเนี่ย

ก็เรียกแล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ แถมยังทำหน้าเอ๋อ ๆ อีก หมั่นไส้พี่โน่ตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังประดับอยู่บนใบหน้า  เหมือนเดิมเลย  ยังเป็นพี่โน่คนเดิมที่ยังคงมีรอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา

พี่สบายดีไหมผมเอ่ยคำถามที่ผมอยากจะถามคนตรงหน้าตลอดมา แต่ไม่มีโอกาสได้ถาม

สบายดีครับพี่โน่ตอบกลับมา พร้อมกับจ้องตาผมแบบไม่ละสายตา เป็นผมเองที่ทนไม่ไหวจึงต้องเป็นฝ่ายหลบตาก่อน  แล้วแจมล่ะ ไม่เจอกันตั้งนาน... พี่โน่ถามกลับมาพร้อมกลับไล่สายตามองจากหัวจรดเท้า อะไรของเขาถ้าไม่รู้จักจะชกแล้วนะ  ขี้เหร่เหมือนเดิมเลยนะเราอ่ะ  ไอ้พี่บ้า เกือบละ เกือบชมมันไปแล้วว่าหล่อเหมือนเดิม ดีนะยังไม่ได้ชม ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปอ่านได้ครับ  “ดู ๆ ทำหน้าเข้า ฮ่า ๆๆๆ”

พี่ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะผมต่อบทสนทนา

ยังไงนะ

ยังเป็นลุงเหมือนเดิม :P ” พูดจบก็รีบวิ่งขึ้นชั้นลอยไปหาไอ้เจี๊ยบทันที  ใครจะโง่อยู่ต่อให้โดนบ้องหูล่ะ


# 8 ปีที่แล้ว...

9 เมษายน  2553

ทำไรอ่ะ

เฮ้ยย ตกใจนะขณะที่ผมกำลังปีนต้นมะม่วงอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า  ไม่ต้องสงสัยให้เสียเวลาเลยว่าเป็นเสียงใคร  จะเป็นใครไปได้  ถ้าไม่ใช่ พี่โน่ พี่ชายข้างบ้านผม

ฮ่าๆๆๆ ระวังตกนะตัวแสบ

ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะลุง

ว่าใครลุง หึ?” ถามเค้าหรา แต่เคืองอยู่ไม่อยากตอบอ่ะ  ไม่อยากคุยด้วย ตอนนี้อยากกินมะม่วง มะม่วงสีเขียว ๆ ลูกโต ๆ โคตรน่ากินนน  แหน่ะ ถามแล้วไม่ตอบอีก

อย่ามาทำตัวเป็นคุณลุงวัยทองขี้ใจร้อนแถวนี้ได้ป่ะว่าจะไม่สนใจละ แต่ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ข้างล่างจะไม่ให้ความร่วมมือ  คนกำลังใช้สมาธิอยู่ รบกวนชะมัด

พี่รู้นะว่าคิดอะไรอยู่ นี่มันมะม่วงน้ำดอกไม้นะแจม ไม่ใช่มะม่วงมัน ถ้าไม่สุก มันจะเปรี้ยวนะเหอะ คน ๆ นี้นี่มันอะไรนักหนา  นอกจากจะใจดีกับผมตลอดเวลาแล้ว ยังรู้ใจผมทุกเรื่องอีก เหอะ

จริง ๆ แล้วผมก็อยากกินมะม่วงมันนั่นแหล่ะครับ  ก็ตอนที่ปั่นจักรยานผ่านรถเข็นมะม่วง ตอนที่ป้าแกกำลังฝานมะม่วงลูกนั้นมันน่ากินมาก ๆ แต่ผมน่ะไม่มีเงินติดตัวสักบาทเลย  เพราะเพิ่งหมดไปกับค่าเกมมา  แล้วนึกขึ้นได้ว่าปีนี้มะม่วงที่บ้านพี่โน่ออกลูกครั้งแรก  ก็เลยไปขอแม่พี่โน่เก็บ  จริง ๆ แล้วผมก็แอบเชื่อพี่โน่นะว่า มันต้องเปรี้ยว แต่จะให้ยอมรับตรง ๆ ก็ไม่ได้อ่ะ เดี๋ยวเสียหน้า

ไม่เชื่อออ

ตามใจ พี่เตือนแล้วนะ



ง่ะ โคตรเปรี้ยววววว

เป็นไง ทีนี้เชื่อรึยังพี่โน่ทำหน้าแบบคนชนะขณะที่ถามคำถาม  หลังจากที่ผมดื้อหัวชนฝาจะกินมะม่วงนี่ให้ได้ พี่โน่ก็ปล่อยผมเก็บไป แถมใจดี ปอกเปลือก ฝานแผ่นบาง ๆ ให้อีกตั้งหาก  คนอะไรนอกจากจะเรียนเก่งแล้ว ยังทำเป็นทุกอย่าง อิจฉานิด ๆ

เชื่อก็ได้

ยังไงนะ

เชื่อแล้วครับ

หึ แต่ถ้าแจมอยากกินมะม่วงมันก็บอกพี่เดี๋ยวพาไปซื้อตลาด

ก็แจมไม่อยากกวนอ่ะ ช่วงนี้เห็นพี่โน่ยุ่ง ๆ เตรียมสอบเข้า ม.4 ด้วย เกรงใจ

เกรงใจ? รู้จักทำนี้ด้วยหรอเราพี่โน่พูดขึ้นพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อ ๆ นั่นเข้ามาใกล้ผม ไม่หวั่นไหวหรอกนะ แต่จะไม่สบตาด้วยหรอก

พูดงี้ชกแจมเลยดีกว่า

ฮ่าๆๆๆๆ  บางทีก็สงสัยทำไมคน ๆ นี้ถึงได้อารมณ์ดีตลอดเวลา  ไม่ว่าจะตอนไหน ๆ ก็มักมีรอยยิ้มแจกจ่ายให้คนรอบข้างอยู่เสมอ จนบางทีผมก็อยากเก็บรอยยิ้มกว้าง ๆ กับตายิ้มพระจันทร์เสี้ยวนั่นไว้คนเดียว  ไม่อยากให้ไปยิ้มให้คนอื่นเลย  แล้วยังอยากกินอยู่ไหมมะม่วงเนี่ย จะพาไปซื้อ

ไม่แล้ว อยากกินต้นนี้ ลูกมันสวย น่ากิน

ถ้าอยากกินก็ต้องรอก่อน  อดเปรี้ยวไว้กินหวาน  เคยได้ยินไหม” พี่โน่พูดด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่น้ำเสียงนั่นกับแฝงไปด้วยความนิ่งอย่างที่เจ้าตัวทำบ่อย ๆ มั่นคง  น่าเชื่อถือ  “พี่รับรองว่ามะม่วงต้นนี้ถ้ากินตอนที่มันสุกอร่อยแน่นอน ทุกอย่างมันก็ล้วนแต่มีเวลาของมัน  เข้าใจหรือเปล่า

ล่ายยาวเป็นลุงอีกละ

เดี๋ยวเถอะแจม

แบร่

พอผมทำตัวกวนเบื้องล่างพี่โน่เขา  ตาลุงนั่นก็ถลึกตาใส่ผมใหญ่เลย  คิดว่าน่ากลัวมากมั้ง  ผมไม่กลัวหรอกนะไอ้หน้าโหด ๆ นี่  แต่กลับกัน  ผมน่ะชอบมากกว่า  เพราะรู้ว่าไม่ได้โกรธจริงจังอะไร   เพราะแบบนี้ไงถึงชอบ  พี่โน่ที่มีรอยยิ้มให้กับทุกคน แต่ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าหล่อ ๆ นี่แกล้งทำเป็นโกรธเหมือนผมเลยนะ  เจ๋งไหมล่ะ

ไปเอาการบ้านมาทำได้ละ เดี๋ยวฟ้องน้าแจงเลยว่าลูกชายดื้อ  แอบไปซื้อกาแฟมากิน

อย่านะ” ขี้ฟ้อง

“จะไป ไม่ไปฦ”

“ชิ  ไปเดี๋ยวนี้แหล่ะว่าจบผมก็รีบวิ่งไปเอาการบ้านมาทำทัที  หม่ามี๊ไม่ชอบให้ผมดื่มกาแฟ แต่ผมชอบแอบไปซื้อกิน  เพราะมันอร่อย  ถ้าหม่ามี๊รู้ต้องบ่นผมหูจนหูชาแน่  หมดกันวิถีคนคูลของผม


8 กันยายน 2553

แจม หลังเลิกเรียนโน่มีแข่งบาสขณะที่ผมกับกำลังฟุบหน้าลงกับโต๊ะหลังจากที่กลับมาจากโรงอาหาร จวิ้นเพื่อนสนิทของผมก็เดินมานั่งเก้าอี้ตรงหน้าพร้อมกับพูดด้วยความตื่นเต้นเหมือนกับว่าเรื่องที่เจ้าตัวบอกผมมันเป็นความลับของหน่วยสืบ FBI อะไรเทือกนั้น

รู้แล้วผมเงยหน้าตอบมัน แล้วฟุบลงไปเหมือนเดิม  เป็นเรื่องธรรมดาที่พอหนังท้องตึงหนังตาหย่อนใช่ไหมล่ะครับ  ไอเหี้ยจวิ้น  มึงอย่าเพิ่งมาขัดเวลานอนกูได้ไหม

แล้วจะไปดูไหมมันถาม จริง ๆ ผมรู้หรอกว่า มันไม่ได้โฟกัสที่พี่โน่ มันโฟกัสที่พี่มาร์ค เพื่อนของพี่โน่ต่างหาก ได้ข่าวว่ากำลังคุยกันอยู่ด้วย  อยากหาแนวร่วมล่ะสิ

ไม่

ไม่ไป?” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้ามัน เห็นได้ชัดว่าคิ้วของมันกำลังขมวดกันจนจะเป็นโบว์อยู่รอมร่อ

ไม่พลาดดิพอผมตอบไปเท่านั้นล่ะ  จากคิ้วที่กำลังจะผูกเป็นโบว์ ก็คลายออกทันที  แถมดีใจจนส่งยิ้มโชว์เขี้ยวมาให้ด้วย 

ไอ่ห่าเอ้ยสมใจเขาล่ะ



กรี๊ดดดด พี่โน่

เบอร์ 23 สู้ ๆ

“กรี๊ดดด  ใครก็ได้เอายาดมให้กูที  กูไม่ไหวกับพี่โน่เวอร์ชั่นดึงชายเสื้อมาเช็ดหน้า”

มึงงงง  หน้าท้องพี่โน่โคตรขาวเลยย

มีแต่คำว่า ผัว ๆ เต็มไปหมด

อย่ามโน พี่โน่ของกูววว

ฝันอยู่หรอมึงอ่ะ


หวงไหม  ถามจริงไอ้จวิ้นถามขณะที่พวกผู้หญิงกลุ่มข้าง ๆ กำลังทำสงครามแย่งผู้เล็ก ๆ กันอยู่

“...” ผมไม่ได้สนใจหรอกครับ  เพราะความสนใจทั้งหมดของผมตรงนี้อยู่ที่นักกีฬาบาสเกตบอลเบอร์ 23 ที่กำลังเลี้ยงลูกบาสอย่กลางสนามอยู่ต่างหาก

แมทช์นี้เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศครับ  ซึ่งพี่โน่รับหน้าที่เป็นกัปตันทีม  พ่วงด้วยตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ด หรือพูดง่าย ๆ ก็คนทำแต้มนั่นแหล่ะ

“ไม่หวงจริงดิ” น่ะ จะเป็นบ่าวช่างยุให้ได้เลยไหมไอ้นี่

หวงก็แย่ละผมบอกไป  ก็อย่างที่บอกตอนนี้ผมโฟกัสอยู่แค่ที่เกมการแข่งขันที่กำลังสู้สีกันอยู่มากกว่า  เวลาที่เริ่มจะเหลือน้อยลงทุกที  แต่แต้มของทั้งสองฝ่ายยังคงสูสีกันอยู่  โรงเรียนของเรานำฝ่ายตรงข้ามอยู่แค่แต้มเดียวเท่านั้นเองครับ สกอร์อยู่ที่ 70 ต่อ 69

เสียงกระทบกันของลูกบาสเกตบอลและสนามแข่งดังสนั่นไปทั่วโรงยิม  บวกกับเสียงเชียร์จากทั้งสองฝั่งฝากสนามยิ่งเพิ่มความลุ้นระทึกกับเกมการแข่งขันครั้งนี้มากยิ่งขึ้น   ผมมองไปที่นาฬิกาดิจิตอลที่กำลังนับเวลาถอยหลังลงเรื่อย ๆ อีก 1 นาที

 ถึงแม้ว่าคะแนนของโรงเรียนเราจะนำอีกฝ่ายอยู่ แต่ในเวลาอีกเพียงแค่ไม่ถึงนาทีอะไรก็เกิดขึ้นได้  ขณะที่เวลากำลังจะหมดลงเรื่อย ๆ เหลืออีกแค่ 45 วินาที ฝ่ายคู่แข่งก็สามารถทำคะแนนได้อีกสองแต้ม ส่งผลให้คะแนนของอีกฝ่ายขึ้นนำเป็น 70 ต่อ 71 นั่นยิ่งส่งผลให้บรรยากาศโดนรอบยิ่งกดดันเข้าไปใหญ่ 

พี่มาร์คเป็นคนส่งบอลจากฝั่งของตัวเองไปยังอีกฝากสนาม ขณะที่ฝ่ายเราก็เตรียมรับ อีกฝ่ายก็เตรียมต้าน  โชคร้ายที่ฝ่ายนั้นตัวใหญ่กว่าเลยแย่งบอลไปได้  จากเกมก็ดำเนินกันไปเรื่อย ๆ ฝ่ายคู่แข่งผลัดกันโยนบอลให้กัน เพื่อจะทำแต้มเพิ่ม ขณะที่ฝ่ายเราก็พยายามจะแย่งบอลอย่างสุดกำลัง  จนกระทั่งตัวเลขดิจิตอลบอกให้รู้ว่าการแข่งขันครั้งนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่...

 10 วินาที

ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเลี้ยงลูกบาสมาได้ครึ่งสนามแล้ว  ตอนนี้ใจผมเหมือนจะขาดเลยล่ะครับ 

ในขณะที่มีคนหนึ่งฝ่ายเตรียมฉลองชัยชนะ และอีกฝ่ายที่รู้สึกเหมือนกำลังจะสิ้นหวัง ผู้เล่นเบอร์ 23 ของโรงเรียนเราก็สามารถแย่งบอลมาได้ ด้วยทักษะการเลี้ยงบอลและการพาลูกหลบขั้นเทพทำให้เขาสามารถเข้าสู่เขตโทษได้และ...

ตึ้ง

ปรี๊ดดดดด

เสียงนกหวีดดังขึ้นหลังจากการเก็บ 3 แต้มของพี่โน่ในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน  เป็นการให้สัญญาณว่าเกมแมทช์นี้ได้จบลงแล้ว  โดยที่โรงเรียนของเราเป็นฝ่ายชนะอย่างเฉียวฉาด  ด้วย สกอร์อยู่ที่ 73 ต่อ 71 ส่งผลให้ทีมโรงเรียนได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศต่อไป เย้!



14 กุมภาพันธ์  2553

วันวาเลนไทน์

อ่ะ ให้ผมหยิบช็อกโกแลตยี่ห้อดังยอดนิยมที่ซื้อมาตั้งแต่เช้าให้พี่โน่ขณะที่เรากำลังจะแยกกันเข้าบ้านในบ่ายวันอาทิตย์  หลังกลับจากการไปเรียนพิเศษมา  ผมต้องชั่งใจอยู่ตั้งหลายชั่วโมงแหนะว่าจะให้พี่โน่ดีไหม 

พออีกฝ่ายรับไปปุ๊บ ผมก็รีบสาวเท้าเดินเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว  เพราะเก้อเขินเกินกว่าจะมองหน้าอีกฝ่ายได้

แจม เดี๋ยวดิอีกคนตะโกนตามหลังมา

ไว้ค่อยคุย ปวดอึผมตระโกนตอบกลับไป แม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าอาย แต่ถ้ามันตัดปัญหาเฉพาะหน้าตรงนี้ได้ผมก็ยอม  หม่ามี๊  ช่วยน้องแจมด้วย



 น้องแจมเสียงหม่ามี๊เรียกดังขึ้น 

ค้าบบ หม่ามี๊ผมขานรับ

ตอนนี้ผมกำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงเฉย ๆ ครับ  ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ หลังจากทำเรื่องน่าเขินอายแบบนั้นลงไปผมก็หันมาให้ความสนใจเว็บไซต์ Facebook อะไรสักอย่างนี่แหล่ะครับ  อย่าว่าเห่อเลย  ก็ของใหม่นี่เนอะ  เห็นเขาว่าคนเริ่มหันมาเล่นเยอะ ไอ้ตัวผมไม่อยากตกเทรนด์ลองสมัครเน็ตฯ  แล้วลองสมัครกับเขาดูบ้าง  สุดท้ายเมื่อสมัครไป แล้วก็ทำความเข้าใจอยู่ไม่กี่นาที  เห็นว่าไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย จึงตัดสินใจปิดเน็ต แล้วเลิกสนใจมันดีกว่า  เอาเวลาไปนอนดีกว่าเป็นไหน ๆ

 พี่โน่มาหาน่ะลูก  ลงมาหาพี่เขาหน่อยซิคนเก่งเฮ้อออ  ไม่อยากลงไปเลยครับ แต่ก็กลัวหม่ามี๊ว่าอ่ะ  คือมันยังเขิน ๆ ไม่กล้ามองหน้าเลย  แจม

คร้าบบ  แจมกำลังไปเอาว่ะ สู้ ๆ ก็แค่ทำตัวแบบปกติ  จะไปยากอะไร

ยาก

ทำไงดีพอลงมาเจอหน้าพี่โน่ปุ๊บ  ก็กลายเป็นว่าผมทำอะไรไม่ถูกสะงั้น  จนอีกฝ่ายตัดสินใจเดินเข้ามาหาผมแทน  พร้อมกับยื่นถุงกระดาษห่อสีข้าวที่บนถุงเขียนว่า ง ยุพินขนมไทยมาให้ผม

อะไรผมถาม

ข้าวเหนียวมะม่วง เห็นว่าชอบเลยซื้อมาฝาก

ชอบมะม่วงสุกแบบสด ๆ ต่างหากทำมาเป็นรู้ใจนะ ไม่ได้หรอก ๆ ต้องเถียงนิดนึง  เดี๋ยวอีกคนจะได้ใจ  แล้วหลงตัวเองคิดว่าตัวเองรู้ใจผมไปซะทุกอย่าง

อร่อยหมดแหล่ะ มะม่วงสุกอ่ะ โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้  ว่าไหม

“ ไม่เถียง แต่มันนานไปนิดกว่าจะได้กินอ่ะ

แต่มันก็อร่อยสมกับการรอใช่ไหมล่ะ

ไม่บอก  อย่ามาหลอกถาม

ดื้อเอ๊ย รู้ตัวไหมว่าตัวเองเป็นคนดื้อมาก ขนาดจะยอมรับมาตรง ๆ ยังไม่ได้อ่ะ คิดดูคนเรา

ไม่จริง

จริง

ก็บอกว่า มะ...

หมับ

อยู่ ๆ คนตรงหน้าผมก็วางมืออุ่น ๆ ของตัวเองลงบนหัวของผม  พร้อมกับสบตากับผมด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก

“...”

“....” ต่างคนต่างมองต่อกัน แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา  จริง ๆ ผมว่าผมรู้ แต่ผมไม่ได้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ  สายตานั่นน่ะมันฟ้องว่า คนตรงหน้าก็คิดไม่ต่างจากผมเลยสักนิด อ่า ถ้าผมจะเข้าข้างตัวเอง....

แจม ...สอบปลายภาคเสร็จพี่จะต้องย้ายไปอยู่เนเธอร์แลนด์นะหลังจากจบประโยคของพี่โน่ ผมก็รู้สึกเหมือนโดนค้อนขนาดใหญ่ทุบเข้าที่หัว  และรู้สึกว่าบริเวณหน้าอกข้างซ้ายของผมมันมีมือที่มองเห็นกำลังบีบหัวใจของผมอยู่  เหมือนว่าผมไม่รับสิ่งที่ได้ยินไม่ไหว จนปิดการรับรู้ของตัวเองไปชั่วขณะ  รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนข้อนิ้วของพี่โน่สัมผัสที่บริเวณแก้มของผมเพื่อที่จะเช็ดน้ำตาให้

ไม่ร้องนะครับ

“...”


...” ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ทำไมพี่โน่เพิ่งมาบอกแจมตอนนี้  มันเหลืออีกไม่กี่อาทิตย์เองนะ  ทำไมมันกะทันหันแบบนี้ล่ะ

แจม

แล้วทริปไปเที่ยวปิดเทอมที่เราวางไว้ล่ะพี่โน่

“...”

“...”

พี่ขอโทษ  หลังจากที่พี่โน่เอ่ยประโยคนั้นออกมา  ผมก็ตัดสินใจเดินหนีขึ้นบ้านเพื่อหนีเรื่องราวที่ไม่ยากรับรู้ตรงหน้า  กว่าจะถึงห้องนอนของตัวเองผมต้องพยายามทำตัวปกติที่สุดเพื่อไม่ให้หม่ามี๊จับได้  เจ็บปวดจังเลยครับ   เป็นหนึ่งในวันที่แย่ที่สุดเลยครับ



หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น  ผมกับพี่โน่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเดิม  วันแรก ๆ หลังจากนั้นเหมือนพี่โน่จะพยายามเข้ามาคุยกับผมอยู่สองสามครั้ง  แต่ผมหลบหน้า พี่โน่ที่รู้จักผมดีที่สุดรองจากคนในครอบครัวของผม  รู้ดีว่าถ้าผมโกรธ ผมจะหายโกรธเอง รู้ดีว่าถ้าเข้ามาเซ้าซี้ ผมยิ่งจะหายโกรธช้า พี่เขาเลยเว้นละยะให้ผมได้อยู่กับความคิดตัวเองสักพัก

 เป็นแบบนี้อยู่เกือบอาทิตย์ได้ จนผมรู้สึกควรพอสักที  ผมตัดสินใจแล้วว่าจะดีกับพี่โน่แล้วครับ  แต่ดูเหมือนว่าอะไร ๆ ก็จะไม่เป็นใจเท่าไหร่  โดยปกติแล้วในแต่ละวันเราสองคนจะเจอกันช่วงหลังเลิกเรียนมากกว่า แต่ว่าช่วงนี้พี่โน่ต้องทำเรื่องไปเนเธอร์แลนด์  เลยต้องเตรียมเอกสารนั่นี่เยอะแยะ ต่าง ๆ นานา มันเลยทำให้พี่โน่ต้องเดินทางไปกรุงเทพ ฯ อยู่บ่อยครั้ง และกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกเอาเรื่อง  มันจึงทำให้เราไม่ได้คุยกันเลย

สัปดาห์ต่อมาเริ่มเข้าช่วงสอบปลายภาค ปกติโรงเรียนของผมจะสอบประมาณต้นเดือนมีนาคมครับ  และพี่โน่จะเป็นคนติวให้ผม  ต้องติวให้สิ  ผมจึงตัดสินใจหอบกระเป๋าหนังสือเดินไปที่บ้านพี่โน่  และดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้อยู่แล้วว่าผมจะมา เพราะที่โต๊ะม้าหินอ่อนบ้านพี่โน่มีขนม พร้อมกับน้ำส้มตั้งอยู่สองแก้ว

“พี่นึกว่าคนแถวนี้จะโกรธจนไม่อยากเจอหน้าพี่ซะแล้ว”  พอเจอหน้ากันปุ๊บ พี่โน่ก็ส่งยิ้มทักทายมาให้ผม ถามแบบนั้นออกมาด้วยใบหน้าปกติได้ไงกันเล่า  รู้สึกผิดเป็นบ้า

หายตั้งนานแล้ว  พอผมตอบไปแบบนั้น รอยยิ้มบนหน้าของพี่โน่ยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม หยุดเลยนะ อย่ายิ้มแบบนั้น หยุดทำให้ตกหลุมรักไปมากกว่านี้ได้ไหม

ไหน วันนี้จะให้ติววิชาไรให้พี่โน่ถามพร้อมเข้ามาเดินกอดคอผม แล้วเราสองคนก็เดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อนที่มีของกินเตรียมไว้แล้วด้วยกัน

พี่โน่ก็ยังเป็นพี่โน่ที่ใจดี  ตอนติวข้อสอบ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เข้าใจในหลาย ๆ จุดที่พี่โน่อธฺบายไปแล้ว ก็ยังยิ้มให้แล้วอธิบายใหม่อีกรอบอย่างใจเย็น  ผมเคยบอกไปหรือยังนะ ว่าพี่โน่โหมดนี้เท่ห์เป็นบ้า  เฮ้อออ  ยิ่งคิดยิ่งใจหาย  อีกไม่กี่วันพี่โน่ก็ต้องไปเนเธอร์แลนด์แล้ว  กลัวเหลือเกินว่าเราจะไม่ได้ติดต่อกันแบบนี้อีก  กลัวว่าความสัมพันธ์ของเราจะเบาบางลงเรื่อย ๆ แล้วจางหายไปตามกาลเวลาที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุกวัน  อยากเก็บช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ให้นานที่สุดจังเลย


17 มีนาคม 2553

มะม่วงน้ำดอกไม้?” วันนี้เป็นวันที่พี่โน่ต้องเดินทางแหล่ะครับ แต่ก่อนจะเดินทางก็ไม่ลืมมาลากันก่อน  แถมยังเอามะม่วงน้ำดอกไม้สีเขียวสดมาให้ผมเป็นพวงเลย  อะไรของลุงเขา

มันไม่สุกหนิ ไม่เอา เปรี้ยว

ก็รอให้มันสุกก่อนค่อยกินดิ   รู้จักไหมการบ่ม อ่ะ

ทำไมไม่รอให้มันสุกอยู่ต้นเล่า เก็บมาทำไม

ก็จะไม่มีใครอยู่บ้านไง เลยต้องเก็บ จะปีนรั้วเข้าไปเอาหรือไง
เออ  ลืมไป  บ้านคงเหงาหน้าดูเนอะ  พอผมพูดจบแววตาที่เคยสดใสของคนเป็นพี่ก็หมองลงอย่างเห็นได้ชัด ผมอยากตบปากตัวเองจริง ๆ ไม่น่าพูดแบบนั้นเลย  เอ่อ ยิ้มหน่อยได้ไหมพี่โน่ ไหนยิ้มหวาน ๆ ทำตายิ้ม ๆ ให้แจมหน่อย

แบบนี้ไหมว่าจบลุงเขาก็ทำการแฟนเซอร์วิสแบบจัดเต็มให้ทันที  ส่งยิ้มตาปิดมาให้ผม ในเวอร์ชั่นแอคแทคเต็มแม็กซ์เลยทีเดียว

โน่ เสร็จหรือยังลูกเสียงแม่ของพี่โน่ดังขึ้น  เป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาที่พวกเราทั้งคู่ต่างกลัวกำลังใกล้เข้ามาถึงเรื่อย ๆ

อีกแป๊ปนึงครับ พี่โน่ตอบแม่ไป  มากอดหน่อยเร็วดื้อ ไม่ต้องมีการเสียเวลาใด ๆ แค่คำว่า กอด ออกจากปากของพี่โน่ ผมก็พุ่งไปกอดอีกคนทันที อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสได้รับมันอีก  เราจะยังได้ติดต่อกันไหม  จะยังเป็นเหมือนเดิมไหมในอนาคต  ไม่มีใครสามารถบอกได้  ผมรู้แค่ว่าตัวเองอยากจะขอเวลาสักนิด  แค่ในตอนนี้  ในอ้อมกอดนี้ ขอให้ผมได้เก็บเกี้ยวความสุขตรงให้ได้นานมากที่สุดก็พอ  จะไม่ไปส่งพี่จริงหรอ

ไม่เอา เดี๋ยวแจมทำใจไม่ได้ผมบอกเสียงอู้อี้ เพราะเรายังกอดกันอยู่

พี่รักแจมนะอยู่ ๆ พี่โน่ก็พูดประโยคที่ผมอยากได้ยินมาตลอดออกมา  ผมนึกว่าจะไม่ได้ยินมันซะแล้วในชีวิต  ถึงจะช้าไปแต่ก็ขอบคุณมากนะครับสำหรับช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์ รู้ไหมพี่รอมันจากเราคนเดียวเลยนะ  จะกินอย่างอร่อยเลยครับ ช็อกโกแลตของแจมมันต้องอร่อยที่สุดแน่ ๆ ขอบคุณนะ

พี่โน่

ครับ

แจมก็รักพี่โน่....รักพี่โน่ที่สุดเลย...ฮึกมันตื้นตันจนผมทนเก็บน้ำตาต่อไปไม่ไหว  ตอนแรกว่าจะไม่ร้องไห้แล้วนะ กากชะมัด  แต่พอคิดไปคิดมาก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน  ที่บางทีเราจะแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นรับรู้บ้าง
 
พี่ไปแล้วนะเราผละออกจากกัน  พี่โน่ก้าวถอยหลังไปทีละก้าว

 ทีละก้าว

แล้วหันหลังเดินไปที่รถโดยไม่หันกลับมาอีก  ไม่เป็นไร  ผมบอกตัวเอง  อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่า พี่โน่ก็คิดตรงกันกับผม  และผมไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว  ถึงแม้จะรู้ช้าไปหน่อย ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย  แค่รู้ว่าพี่โน่ก็รัก...ก็พอแล้ว



# ปัจจุบัน
แจม....เฮียแจม

ห๊ะ?”

เหม่ออะไร กินได้แล้ว เส้นอืดหมดแล้วเนี่ย  ไอ้เจี๊ยบมันทำบ่นอีกแล้วครับ

อร่อยเปล่า?”

ไม่บอก ต้องลองเองว่าจบก็จัดการม้วนเส้นขาว ๆ นั่นเข้าปาก  วันนี้เรามากินบุนอะไรซักอย่างปหล่ะครับ แต่ผมจำชื่อมันไม่ได้แล้ว  มันเป็นแกงน้ำใส ๆ ลักษณะเหมือนต้มยำ ที่ใส่เส้นขนมจีน  เนื้อปู และเต้าหู ลงไปด้วย  หลังจากที่ผมลองชิมมันเข้าไป  ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่อร่อยมากกกก

“เป็นไง?”  ไอ้ตี๋น้อยมันถามผม

โซ กู้ด เลยว่ะ

งั้นก็กินเยอะ ๆ มัวแต่นั่งใจลอยเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่นั่น

คนเราก็ต้องมีเรื่องให้คิดบ้าง

เรื่องพี่โน่น่ะหรอ

แคร่ก ๆ น้ำ ๆ

เอ้า ใจเย็นครับบ

ประเด็นอ่อนไหว  ใครใช้ให้อยู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา

ไม่เห็นต้องคิดให้ยากเลบเฮียแจม  ก็นั่งหาเฟสบุ๊คเขาอยู่ตั้งหลายปีไม่ใช่หรอ  ก็เนี่ย ได้เจอตัวจริงแล้วไง จะมัวลังเลอะไรอีกก็จริงของมันอ่ะ  ผมจำได้ว่า ตอนพี่โน่ไปเนเธอร์แลนด์ใหม่ ๆ เราได้คุยกันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น  แต่พอสักพักพี่โน่เริ่มเข้าโรงเรียนก็ต้องเรียนหนักมาก ไม่มีเวลาคุยกันเลย  แถมช่วงนั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็ไม่ได้เหมือนทุกวันนี้ เฟสบุ๊คหรออย่าได้พูดถึง นั่นมันเพิ่งจะเป็นยุคบุกเบิกเฟสบุ๊คเอง  อีกอย่างคนอย่างพี่โน่คงไม่เล่นอะไรแบบนี้อยู่แล้ว  แต่ผมก็ไม่ได้ตัดทิ้งนะ  ลองพยายามหามาหลายปีแล้ว  แต่ไม่เจอเลย 

แล้วเอ็มเอสเอ็นล่ะ?  นั่นก็โนครับ พี่โน่ไม่เล่น ผมเองก็ไม่ได้เล่น  ก็เลยติดต่อกันไม่ได้

หลังจากที่พยายามอยู่อย่างนั้นอยู่สามปี ผมก็เลิกหมดหวังไปแล้วครับ  เลือกที่จะอยู่กับปัจจุบันดีกว่า  จนกระทั่งเมื่อคืนนี้แหล่ะครับ  ที่อยู่ ๆ จักรยานที่เคยโซ่ตกปั่นไม่ได้ ก็เหมือนกับมีคนเอาดึงโซ่ที่มันตรงนั้นขึ้นใหม่จนมันกลับมาปั่นได้เหมือนเดิม เหมือนกับหัวใจผมที่เริ่มกลับมาเต้นจังหวะเดิมอีกครั้ง

แล้วเอาไงตกลง จะไป ไม่ไป?”

นัดกันไว้แล้วเหอะ

ใจง่าย

เอ่า เด็กนี่...



แจมเสียงเรียกที่เคยคุ้นหูในความทรงจำของผมดังขึ้น  พร้อมกับใบหน้าที่ประดับด้วยตายิ้มของอีกคน   เราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวในเมืองด้วยกัน  เพราะผมอยากถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คสวย ๆ ที่ผมเคยในรายการท่องเที่ยว  และเราตกลงกันว่าจะนั่งรถเมล์สาย 19 จากจุดที่เราพักอยู่ไปแทน  เพราะมันให้อารมณ์นั่งท่องเที่ยวมากกว่านั่งเท็กซี่  หรือเรียกแกร็บอะไรทำนองนั้น

หวัดดี ลุงผมขานับคนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี

รอนานไหม

เหอะ เพิ่งมาถึงเอง

งั้นหรอ รอหน่อยนะ  รถสาย 19 ก็มาช้าอย่างงี้แหล่ะ

แน่ใจนะว่าไปถูกผมแกล้งแหย่คนอายุเยอะกว่า

ระดับนี้แล้วไหมพี่โน่ตอบกลับอย่างไม่ถือสา ก็บอกแล้วพี่โน่ ก็คือ พี่โน่

ก็ถามให้แน่ใจ ก็เพิ่งมาอยู่ได้สองวีคเองหนิหลังจากที่เราเจอกันในมินิมาร์ทครั้งก่อน มันทำให้รู้ว่าตอนนี้พี่โน่ทำงานเป็นวิศวกร และเป็นหนึ่งในทีมวิศวกรที่กำลังดูแลการสร้างรถไฟในโฮจิมินห์อยู่ในขณะนี้  พี่โน่เล่าให้ฟังว่า  ตอนเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้ายของ ป.ตรี พี่เขาได้ฝึกงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง  ไป ๆ มา ๆ พอฝึกงานแล้วเลยรู้สึกว่า บริษัทนี้มันใช่ เลยตัดสินใจสมัครงานที่เดิมหลังเรียนจบมันซะเลย  

และดันเป็นจังหวะที่เหมาะสม พอได้งานที่บริษัท พี่โน่ก็ได้เข้าร่วมโปรเจ็กต์ใหญ่ และย้ายมาประจำการชั่วคราวอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลาปีครึ่ง  และมันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมดันสามารถจัดการเวลาตัวเองได้และได้มาเที่ยวที่นี่  มันเลยทำให้เราได้เจอกันอีกครั้ง

เชื่อใจพี่พี่โน่หันมาสบตากับผม  ด้วยส่วนสูงของเราที่ใกล้เคียงกันมาก  ทำให้ทุกครั้งเวลาที่เราหันหน้าเข้าหากัน สายตาของเรามักจะถูกล็อคให้สบตากันและกันเสมอ

ก็เชื่อมาตลอดผมพูดออกไปตามที่คิด   พี่โน่ได้ฟังอย่างงั้นก็ยื่นมือมาขยี้หัวของผม  จนผมฟูเลย  หมดหล่อกันพอดี

พี่หิวอ่ะ  ขอหาอะไรกินก่อนได้ไหมอยู่ ๆ พี่โน่ก็ทำหน้าเหมือนกับว่าเพิ่งนึกออกว่าเพิ่งนึกอะไรที่สำคัญออก  โดยไม่รอความเห็นใด ๆ คนแก่กว่าก็คว้าเข้าที่มือซ้ายของผมแล้วพาเดินข้ามถนนอย่างชำนาญ  

ขอบคุณพี่ท่านมากที่พาข้าม เพราะถึงจะมาอยู่ที่นี่ได้สี่วันแล้วผมก็ยังไม่ชินกับการจราจรที่นี้อยู่ดี  แฮะ

เมื่อมาถึงอีกฝั่ง พี่โน่ก็พาผมเดินเข้าห้างแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณนี้  เดินจูงมือพาผมเดินไปนั่งที่โต๊ะยาวตัวนึงในโซนอาหาร

รอตรงนี้ เดี๋ยวพี่มานะผมที่ยังอยู่ในอาการเอ๋อ ๆ ก็ได้แต่พยักหน้าหงิก ๆ ตอบรับไป

 รออยู่ไม่เกินห้านาทีพี่โน่ก็เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมจานเซรามิครูปทรงใบไม้สีขาวแล้วเอามาวางตรงหน้าผม  มันคือหนึ่งในของหวานที่ผมชอบมากที่สุดครับ

ข้าวเหนียวมะม่วง?”

ใช่ แถมเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ด้วยนะคนพูดยิ้มไปพูดไป ทำอย่างกับตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์อะไรอย่างงั้น

แล้ว?”

จำได้ไหมที่พี่เคยพูดกับแจมตอนเด็ก ๆ”  ไม่พูดเปล่า  พี่โน่ยังเอื้อมมือมาวางทับบนมือของผมพร้อมกับส่งสายตาที่แน่วแน่มั่นคงมาให้  มะม่วงน้ำดอกไม้ที่อร่อยคือต้องกินตอนที่มันสุก

พี่โน่

ก็เมื่อกับความรัก”

“...”

ที่พี่เคยบอกว่า รักแจม คือ รักจริง ๆ นะ

“...”

พี่ยอมรับว่าพี่คิดว่าความรู้สึกตอนั้นมันกายไปแล้ว  พี่ลองเปิดใจให้กับคนใหม่ ๆ นะ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด”

“...”

“จนพอขึ้นมหาลัย ปีสาม พี่เรียนหนักมาก จนไม่สามารถโฟกัสเรื่องอื่นได้  พี่เคยไม่คิดจะมีใครอีกเลย”

“...”

“แต่พอพี่เห็นหน้าแจมวันนั้น  พี่ก็สัญญากับตัวเองเลยว่า จะไม่มีวันปล่อยแจมไปอีกเป็นอันขาด

“...”

แล้วตอนนี้พี่ว่าตอนนี้มันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วล่ะ

“...”

ถ้าแจมยังไม่มีใคร  และยังใจตรงกัน

“...”

แจมครับ...ให้โอกาสพี่ได้ไหม  บางครั้งมันก็แปลกดีนะครับว่าไหม  คนสองคนที่พรากจากกันเป็นเวลาหน้า  คนสองคนที่หายไปจากชีวิตของกันและกัน  จนเคยคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีวันได้เจอกันแล้ว  แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งเราทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกอย่างบังเอิญ  เหมือนฝันเลยนะว่าไหม  แจม

ห๊ะ

แล้วคำตอบล่ะคนตรงหน้าย้ำถามผมอีกครั้ง พร้อมประกายตาแห่งความคาดหวังที่ปิดไม่มิด  โคตรน่าแกล้ง

คำตอบอะไรพอผมถามไปอย่างนั้น คนตรงหน้าก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าใหม่ พร้อมกับสบตาพร้อมด้วยแววตาแน่วแน่อีกครั้ง

พี่ถามว่าให้โอกาสพี่ได้ไหมครับ...ให้พี่ได้ดูแลแจมต่อได้หรือเปล่า

ไม่ครับพอผมตอบออกไป พี่โน่ก็ทำหน้าหง่อยหู่ลู่หางตก

“...”

พี่โน่จะดูแลแจมอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้

หมายความว่า...

ถ้าพี่โน่อยากดูแลแจม  พี่โน่ต้องให้แจมดูแลพี่โน่ด้วย...ตกลงไหม

แจมพี่โน่เรียกชื่อผม ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความดีใจอย่างเกินหน้าเกินตา แหม  ยิ้มจนตาปิดเลยนะ

อาราย เรียกอยู่นั้น

น่ารักจังวะ

อะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็มาชมกันแบบนี้เนี่ยนะ

เขินหรอ

บ้าน่า

แต่พี่เขินว่าจบก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้กันอีก  ผมจึงตักข้าวเหนียวมะม่วงในจานยัดปากให้ซะเลย

กิน ๆ เข้าไปเลย

น่ารักกก

พอ! หึ๊ยยย  ไอ้พี่บ้า ทีเมื่อก่อนก็หาว่าเราขี้เหร่

แจม

อะไรอีกเล่า รีบ ๆ กินไปเลย อยากไปเที่ยวแล้ว

ครับ...ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่ฮื่ออ  หยุดทำสายตาเจ้าชู้แบบนั้นเลยนะ “ รักนะครับ”

อื้อว่าจบก็ขอจุ๊บปากนิดหน่อย ให้รางวัลลุงแกซะหน่อย  “ รักเหมือนกัน” 

End

เหตุการณ์ในเรื่องนี้เป็นเพียงจินตานาการของเราเท่านั้นนะคะ  บางอย่างอาจจะไม่เมคเซนส์บ้างเราก็ขอโทษมา ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ สามารถทักมาแนะนำเราได้เลยนะคะ  แล้วก็ขอบคุณคนอ่านมาก ๆ ที่แวะเข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้  ภาษาเราอาจจะดูงง ๆ ไปบ้าง เพราะนี่เป็นฟิคบรรยายเรื่องแรกของเราเลยค่ะ   ไว้ถ้ามีโอกาสเราจะแก้ตัวใหม่นะคะ

ขอบคุณ คุณเจ้าของแอค @dniinb ที่เป็นคนทวิตเรื่องพี่โชน ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของฟิคเรื่องนี้

ขอบคุณ @nominfiction ด้วยที่ทำให้เราได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน

ขอฝาก  #มะม่วงน้ำดอกไม้โน่มิน  ด้วยนะคะ

เฉลย การ์ดใบที่ 12 :  THE HANGED MAN ความหมายในเรื่องความรัก
ความรักของไพ่ใบนี้ออกจะเป็นแนว ถ้าคบกันอยู่ก็จะเป็นการเสียสละ ยอมทน เพื่อความสัมพันธ์จะได้ดำเนินต่อไป เช่น ความรักข้างเดียว ความรักที่เค้าไม่ชอบตอบ ความไม่ชัดเจน หรือความรักที่เป็นแฟนกันแล้วอีกฝ่ายมีข้อเสียมากมาย แล้วเราก็พร้อมที่จะรักและอยู่กับเค้าคนนั้นได้ แม้จะทรมาน แต่ก็โอเค
ไพ่ใบนี้อาจหมายถึงการพัก เว้นระยะหรือห่างๆกันได้อีกด้วย ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายการรอ ในกรณีที่อีกฝ่ายต้องการระยะห่าง เวลาส่วนตัวบ้าง หรือห่างหายไปบ้าง ซึ่งคนที่ได้ไพ่ใบนี้ก็จะรอ รอทรมาน คิดถึง ทนไป เหมือนคนห้อยหัว แต่ก็เข้าใจดีว่าอีกฝ่ายต้องการความห่างนี้
ในกรณีที่เลิกกัน ก็อาจหมายความได้ว่า อาจมีความเจ็บปวดทรมานในใจที่เลิกกัน แต่ก็เข้าใจดี และซักวันมันก็คงหายดีได้ (https://www.shitsuren-tarot.com/tarot/the-hanged-man/)